รองผู้บังคับการตำรวจจราจร เผยเตรียมเสนอแยกประเภทผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ออกเป็นช่วงอายุ บอกอยากให้ผู้ขับขี่บิ๊กไบค์มีอายุ 30 ปี ขึ้นไป
วันนี้ (7 เมษายน 2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ. เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร ได้ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการแก้ปัญหาเรื่องการขับขี่รถบิ๊กไบค์ที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งกับทางรายการ แชร์เล่าข่าวเด็ด ว่า ตำรวจได้ใช้มาตรฐานกฎหมายเดียวกันกับรถทั่วไปไม่ได้ให้สิทธิพิเศษกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ โดยความเร็วตามที่กฎหมายอนุญาตนั้น ต้องไม่เกิน 90 กม./ชม. ซึ่งปัจจุบันกำหนดให้ผู้ที่ต้องการทำใบขับขี่ประเภทรถจักรยานยนต์มีอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป

บก.จร. เตรียมเสนอเพิ่มเกณฑ์อายุทำใบขับขี่ บิ๊กไบค์ ต้อง 30 ปีขึ้นไป
ทั้งนี้ พ.ต.อ. เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ กล่าวต่อว่า ตนอยากให้ผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ได้นั้น ต้องมีอายุตั้งแต่ 30 ปี ขึ้นไป พร้อมเหตุผลอื่น ๆ ประกอบด้วย โดยในอนาคตกองบังคับการตำรวจจราจรเตรียมเสนอให้มีการแยกประเภทผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกเป็นช่วงอายุที่ชัดเจน ซึ่งยึดตามความเร็วของรถที่มีแรงม้าสูง (ซีซี) ซึ่งในต่างประเทศมีการดำเนินการแล้ว และตนขอยืนยันว่า ทุกวันนี้ไม่มีข้อยกเว้นในการจับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ที่ขับอย่างผิดกฏหมาย คนรวยผิดเราจับ คนจนผิดเราก็จับ ถ้าไม่จับก็จะกลายเป็น 2 มาตรฐาน
ส่วนเรื่องการวัดเดซิเบลของรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ พ.ร.บ.จราจรทางบก ระบุไว้ว่าเสียงจากท่อไอเสียกำหนดไว้ แต่เครื่องมือในการตรวจสอบมีน้อยจึงไม่ได้ตรวจกัน เราทำงานตลอด7 วัน ตำรวจจราจรไม่มีวันหยุด เราไม่ได้ทำงานแบบผักชีโรยหน้า แต่ขณะนี้กำลังเราขาดแคลนค่อนข้างมาก
นอกจากนี้ พ.ต.อ. เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ยังกล่าวถึงปัญหาเรื่องการตรวจเครื่องวัดแอลกฮอล์ตกเกณฑ์มาตราฐาน 50 % ตามที่กระทรวงสาธารณสุขระบุไว้ว่า ประชาชนสามารถขอดูสติ๊กเกอร์ตรวจวัดได้จากเจ้าหน้าที่ว่า มีมีปริมาณแอลกฮอล์กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งช่วงนี้ผลงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เด่นชัดคือ อุบัติเหตุตอนดึกน้อยลงแล้ว เพราะตำรวจตั้งด่านตรวจวัดถี่ขึ้น
อย่างไรก็ตามปัญหาเรื่องงานกาชาด ที่มีผู้มาขอรีดไถค่าที่จอดรถนั้นไม่สามารถทำได้ถือว่าผิดกฎหมาย โดยขอความร่วมมือหากใครพบเห็นให้โทรไปที่ สายด่วน 1197 ตำรวจจราจรจะเข้าไปดำเนินการทันที
ขอบคุณภาพจาก FB : Samart Kongyut
MThai News