สุดซึ้ง ลูกไลน์หาแม่ที่ไร้ลมหายใจ ด้วยความคิดถึง

โลกออนไลน์ซาบซึ้ง ลูกส่งไลน์หาแม่ที่หมดลม ด้วยความคิดถึง

ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อภาพที่ถูกเผยแพร่ โดยสมาชิกทวิตเตอร์ @Pookiee_Art ภาพดังกล่าวเผยให้เห็นข้อความการสนทนาไลน์ ของลูกคนหนึ่งที่ได้ส่งหาคุณแม่ที่หมดลมหายใจไปแล้วด้วยความคิดถึง ซึ่งผู้ที่เป็นลูกได้ถามถึงสารทุกข์สุกดิบของผู้เป็นแม่ด้วยความเป็นห่วง อีกทั้งยังเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวันผ่านตัวอักษร แม้ว่าผู้เป็นแม่จะไม่มีโอกาสได้เปิดอ่านแล้วก็ตาม…

1.2

สำหรับข้อความในไลน์ ระบุไว้ดังนี้…

แม่เหงาหรือเปล่า
หนูคิดถึงแม่จัง
มาอยู่บ้านยายโคตรเหงาเลยแม่ มาครั้งนี้แม่ไม่อยู่ทำกับข้าวให้หนูเลย
เทอมนี้หนูได้ 4.00 อีกแล้วนะ เก่งใช่ปะละ อวดเลย
แม่ทนความเจ็บปวดมากมายแบบนั้นได้ไง มันเหมือนกับการอกหักอะไรทำนองนั้นหรือเปล่า
แม่ไม่เคยอดหักแหง ๆ เลย เพราะงั้น สิ่งที่แม่ทนมันคงมากกว่าล้าน ๆ เท่า
อยู่บนนั้น
แม่คงเป็นนางฟ้าที่ใจดีที่สุดแน่ ๆ

เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ ชาวสังคมออนไลน์ต่างพากันซาบซึ้ง และมองว่าเรื่องนี้ได้ให้แง่คิดหลายๆ อย่างเช่น ขณะที่เรามีชีวิตอยู่ ควรแสดงความรักให้กัน เพราะถ้าวันหนึ่งคนที่เรารักไม่อยู่แล้ว เราอาจต้องมานั่งเสียใจภายหลังก็ได้

เซ็นออกแล้ว‘แม่หลวงกุ้ง’ จ่อรับ ผญบ.คนใหม่

นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ เซ็นใบลาออก แม่หลวงกุ้ง รอบ 2 ระบุไม่ยื้อหลังให้โอกาสทบทวน 7 วันมีผล 1 พ.ค. เตรียมประกาศรับสมัครผู้ใหญ่บ้านคนใหม่

วันนี้(30 เม.ย.) นายประจวบ กันธิยะ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้ลงนามในหนังสืออนุญาตให้ น.ส.สุพัตรวี อยู่แพทย์ หรือแม่หลวงกุ้ง ผู้ใหญ่บ้านศิริวัฒนานิเวศ หมู่ 6 ต.หนองหอย ลาออกแล้ว หลังยื่นใบลาออกเป็นครั้งที่ 2 วานนี้(29 เม.ย) โดยให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องส่วนตัว

แม่หลวงกุ้ง

แม่หลวงกุ้ง

ทั้งนี้ การลาออกให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.58เป็นต้นไป ซึ่งตนไม่ยับยั้งหรือทัดทานการลาออก เนื่องจากให้โอกาสทบทวนเป็นเวลา 7 วันแล้ว หลังยื่นใบลาออกครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา

ส่วนการลาออก ไม่เกี่ยวกับการขัดแย้งกับนายกเทศมนตรีตำบลหนองหอย หรือทีมผู้บริหารเทศบาล เข้าใจว่า เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่บ้าน ไม่สื่อสารและทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ไม่ประสานร่วมมือกับท้องถิ่นมากกว่า จึงเกิดปัญหาความขัดแย้งภายในชุมชนตามมา

โยหลังจากนี้ จะประกาศรับสมัครผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อเลือกตั้งผู้ใหญ่คนใหม่แทนแม่หลวงกุ้ง ภายใน 30 วัน คาดแล้วเสร็จภายในพ.ค.นี้ และเชื่อว่าคงไม่เกิดปัญหาเช่นนี้อีก

ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน

MThai News

‘ทุเรียนเทศ’ ยาธรรมชาติฆ่ามะเร็งจริงหรือ?

โรคมะเร็งเป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในปัจจุบัน หากคนเราขาดการดูแลตัวเอง ขาดการออกกำลังกาย รับประทานอาหารไม่เลือก ย่อมส่งผลให้เกิดโรคร้าย ซ้ำร้ายหากเกิดพบมะเร็งระยะสุดท้าย อาจจะอยู่ได้อีกในระยะเวลาไม่นาน นับว่าเป็นโรคอันตรายที่มีผู้เสียชีวิตในอันดับต้นๆ

unnamed

การรักษาโรคมะเร็งนั้น กลายเป็นที่ฮือฮาขึ้นมา เมื่อนายพินิจ แสงสร้อย อายุ 52 ปี อดีตนายก อบต. อาชีพทนายความ เปิดเคล็ดลับสุดอัศจรรย์ในการเอาชนะโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ดื่มน้ำต้มใบทุเรียนเทศ สมุนไพรจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้เขามีก้อนเนื้อขึ้นที่ลำคอ แพทย์ระบุว่าว่า มะเร็งที่ลำคอแตกออกและยังมีเลือดไหลตลอดเวลา ทั้งยังได้ขยายลงไปสู่ปอดกับตับ

กระทั่ง เริ่มดื่มน้ำใบทุเรียนเทศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผ่านไป 20 วัน ปรากฏว่าเลือดที่ไหลออกจากคอก็เริ่มแห้ง และก้อนเนื้อก็เริ่มยุบลงเรื่อย ๆ และเมื่อไปพบแพทย์พบว่า เชื้อมะเร็ง หายไปจนหมด ส่วนที่ลำคอจากมะเร็งระยะ 4 กลับดีขึ้น กลายเป็นระยะ 1 ทุกอย่างเกือบจะเป็นปกติมากกว่า 80%

ใบทุเรียนเทศสามารถรักษาโรคมะเร็งได้จริงหรือไม่ ปลอดภัยจริงหรือ ? กลายเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง พร้อมกับเป็นความหวังที่จะช่วยให้หายขาดจากโรคได้

ทั้งนี้ มีการยืนยันจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่เคยมีการวิจัยนำใบทุเรียนเทศแห้ง ทดลองกับก้อนเนื้อมะเร็งตับ พบว่ามีสารที่ชื่อว่า แอนโนนาเชียส เอคโทจีเนียส (Annonaceous acetogenins) สามารถต้านทำลายเซลล์มะเร็งทุกชนิด ฆ่ามะเร็งในตับ

มหาวิทยาลัยคาทอลิกในเกาหลีใต้ ยังได้ยืนยันอีกว่า ฤทธิ์ของทุเรียนน้ำในการฆ่าเซลล์มะเร็งนั้น มีฤทธิ์มากกว่าการทำเคมีบำบัดถึง 10,000 เท่า โดยไม่ส่งผลร้ายต่อเซลล์เนื้อเยื่อดีอื่น ๆ ในร่างกายของคนไข้ สามารถนำใบแห้งมาชงเป็นชาดื่ม ตวงให้ได้ 1 ถ้วยตวงต่อน้ำ 1 ลิตร นำไปต้ม ลดไฟให้ต่ำ เคี่ยวอีก 20 นาที ดื่ม 3 ถ้วยต่อวัน 30 นาทีก่อนมื้ออาหาร แล้วสังเกตอาการว่า ดีขึ้นหรือไม่

แต่ใบทุเรียนมีสารที่เป็นพิษต่อเซลล์ประสาทของมนุษย์ด้วยเช่นกัน และผลการศึกษาในต่างประเทศ ยังพบว่า หนูทดลองที่ได้รับสารสกัดใบทุเรียนเทศในปริมาณสูง จะมีผลต่อการทำงานของไต อาจมีอาการไตวายได้

ทุเรียนเทศ เป็นพืชตระกูลเดียวกับน้อยหน่า ผลมีลักษณะหนามคล้ายทุเรียน พบในหลายประเทศ ที่ประเทศไทยพบได้ในภาคใต้

เมื่อหนทางรักษาทางการแพทย์ ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ นี่คืออีกหนึ่งทางเลือกที่คนไข้จะสามารถรักษาด้วยวิธีสมุนไพร โดยต้องรอผลวิจัยให้ชัดเจนว่า จะนำมาใช้อย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

เพราะความเจ็บไข้ได้ป่วยนั้น หากใครไม่เป็นโรค ย่อมเป็นลาภแสนประเสิรฐ ไม่ว่ายากดีมีจน เมื่อคนป่วยหนักย่อมทุกข์ทรมาน ต้องหาทางรักษา และในปัจจุบัน ค่ารักษาพยาบาลก็แพง

เพชรพิริยะ

MThai News