อรรถชัย อนันตเมฆ อยากให้เข้าใจทั้งหมอและ ฐปณีย์ ทำเพื่อมนุษยธรรมทั้งสองคน พร้อมเหน็บหมอ หากสนใจรักษาคนมาก ทำไมยังมีกระจิตกระใจ เซลฟี่ ตัวเองในห้องผ่าตัด
วันนี้(21พ.ค.) หลังจาก นพ.จักรกฤษณ์ ปริโต แพทย์ประจำโรงพยาบาลสกลนครได้โพสต์ข้อความ ฝากถึงนักข่าวชื่อดัง ฐปณีย์ เอียดศรีไชย เกี่ยวกับการนำเสนอข่าวชาวโรฮิงญา พร้อมทั้งได้แนะนำว่า หากรักในชาติไทยควรจะสละเวลาที่ทำข่าวโรฮิงญา มาทำข่าวโรงพยาบาลที่ไทย รับรักษาคนไข้ต่างชาติยากไร้จากลาว เขมร พม่า เพื่อสะท้อนให้ประชาคมโลก UN เห็นว่า ไทยได้ช่วยเหลือคนตามหลักมนุษยชาติมากแค่ไหน ซึ่งเรื่องดังกล่าวยังคงได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้

ล่าสุดนักแสดงชื่อดัง อรรถชัย อนันตเมฆ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็น ถึงกรณีที่หมอท่านดังกล่าวโพสต์ข้อความ ถึงการปฏิบัติหน้าที่ของฐปณีย์ ว่า
ในคำพูดที่ดูดี ดูมีความคิด ของคุณหมอ หากพิจารณาจริงๆ จะเห็นว่าคุณหมอไม่เข้าใจ ในหลายเรื่อง หมอไม่เข้าใจว่า นักข่าว ต่างจาก คนทำสารคดีอย่างไร นักข่าว ทำงานตามเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นเลือกไม่ได้ นักข่าวต่างจากคนทำสารคดี ที่จะมีการตั้งท๊อปปิก แล้วเลือกเคส ที่ดีดี่สุดในการทำงาน
ความจริงก็ ไม่ต่างจากหมอ หากผมจะตั้งคำถามกับหมอบ้างว่า น่าจะไปรักษาคนโดนระเบิดที่ใต้ก่อน ที่จะรักษา เด็กเป็นหวัดที่ หนองคาย หมอจะว่าไง เวลารักษาคน หมอ สำรวจก่อนไหม ว่าคนทั้งประเทศมีใครเป็นอะไรที่ไหนบ้าง ใครมีอาการอย่างไร เสร็จแล้วค่อย เลือกว่าจะต้องวิ่งรักษา คนเป็นมะเร็งที่เชียงใหม่ก่อน แล้วค่อยไปรักษาคน เป็นหวัดที่กรุงเทพ หมอทำแบบนั้นรึป่าว หมอก็รักษาไปตามเคสที่เข้ามาอย่างดีที่สุดใช่ไหม? แล้วเอาเรื่องแบบนี้มาเปรียบกับฐปณีย์ ทำไม
นอกจากนี้หมอก็อาจแยกไม่ถูกอีก ว่า นักข่าวกับพีอาร์ มีหน้าที่ต่างกันอย่างไร หมอเข้าใจหรือไม่ว่าอาชีพนักข่าว มีหน่าที่นำเสนอความจริงในทุกด้าน ไม่ว่าด้านลบหรือบวก เพื่อนำข้อมูลไปเสนอต่อประชาชนทั้งประเทศ ที่จะต้องมีส่วนรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น ในประเทศ หรือในโลก
ในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนมีสิทธื์ ที่จะรู้ความจริง เพราเขาคือเจ้าของประเทศ นั่นคือหน้าที่ ของนักข่าวไม่ใช่พีอาร์ ที่จะมีหน้าที่สร้างภาพให้ใคร ในมุมของความเป็นคนไทย ผมชอบที่ฐปณีย์ที่บอกว่า ประเทศของผมไม่ดีตรงไหน ผมคิดว่าเพื่อนแท้มีหน้าที่ต้องบอกสิ่งที่บกพร่องไม่ดีของเรา ไม่ใช่เพื่อนที่คอยแต่ป้อยอเพราะอยากให้เราชอบพอ เพื่อประโยชน์ของตัวเอง
ส่วนตัวผมไม่ชอบ ที่เมืองไทยจะดูดีแค่เปลือก ผมอยากเห็นเมืองไทยยืนอยู่บนหลักการณ์ สากล อย่าสง่างาม ผมยอมที่จะรับคำตำหนิจากทั่วโลก หากมันจะเป็นความจริงที่มีประโยชน์ และสามารถจะนำไปสู่กันพัฒนาแก้ไขที่ไทยจะดีกว่าได้ในอนาคต
ผมเชื่อว่า ถึงเวลาหมอก็คงเลือกที่จะบอก คนไข้ว่าเป็นมะเร็ง เพื่อที่จะรักษามากกว่าเก็บเอาไว้ใช่ไหม ความจริงมันก็ต่างกับฐปณีย์แค่ตรงที่ว่า หมอบอกแค่คนคนเดียวสามารถกระซิบบอกได้
แต่ฐปณีย์ ต้องบอกคนทั้งชาติ คงจะเดินไปกระซิบไม่ให้ใครได้ยินทีละคน ทั้ง 60 ล้านคงเป็นไปได้ยาก คงต้องยอมให้คนทั้งโลกรู้ ดีกว่าปล่อยให้ไทยเป็นมะเร็งต่อไป ในมุมนี้ผมถือว่าฐปณีย์คือเพื่อนแท้ของคนไทย มากกว่านั้นผมอยากให้หมอเปิดวิสัยทัศน์ ให้กว้างกว่ากะลาใบที่เราอยู่กันอีกนิด
จากที่คุณหมอเล่าว่า คุณหมอทำ มันทำให้ผมสับสน มันย้อนแย้งกับสิ่งที่หมอพูดถึงฐปนีย์ ที่คุณหมอหมอรักษาเด็กชาติอื่นด้วยจิตใจดีไม่แบ่งแยก และมองเห็นชีวิตคนสำคัญกว่าเงิน นั้นประเสริฐมาก แต่หากทำด้วยความเข้าใจ ในสิ่งที่ผมพูดมา หากทำจากสามัญสำนึกแห่งมนุษยธรรมที่มาจากก้นบึ้งของจิตใจ
แล้วทำไม หมอจึงไม่เข้าใจ ฐปณีย์ ทั้งที่ทั้งหมอและ ฐปณีย์ ทำเพื่อมนุษยธรรมทั้งสองคน สุดท้ายจริง ๆ ผมไม่เข้าใจอีกเรื่อง คือจากที่หมอพูดมันดูเหมือนว่า หมอสนใจที่จะรักษาคนมาก แต่ทำไมหมอยังมีกระจิตกระใจ เซลฟี่ ตัวเองในห้องผ่าตัด
MThai News
อ่านข้อความฉบับเต็มได้ที่ อรรถชัย อนันตเมฆ