ผู้อาศัยคอนโด ระวัง รปภ.ไขประตูบุกห้อง

คลิปเตือนว่อนเน็ต เหตุการณ์หญิงสาวที่อาศัยในคอนโดแห่งหนึ่ง รปภ.ประจำตึกนำกุญแจไขเข้าห้องกลางดึก ขณะหลับยังดีที่รู้สึกตัวก่อน

เมื่อสมาชิกเฟสบุ๊ครายหนึ่ง ชื่อว่า Nina Jariyasakdipong  ที่วานนี้ (20 พ.ค.) ได้โพสต์คลิป ความยาว 2.01 นาที ได้มีชาวโซเชียลกระหน่ำแชร์ส่งต่อเตือนภัยเป็นจำนวนมาก ทั้งแสดงความคิดเห็นให้ดำเนินการกับคนร้ายเร็วที่สุด โดยคลิปได้เผยภาพจากกล้องวงจรปิดในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง พบว่าหลังจากที่หญิงสาวออกมาจากห้อง ไม่กี่นาทีถัดมาจะพบชายที่สวมชุด รปภ.วิ่งออกมาจากห้องแล้วรีบลงลิฟท์

รปภ,คอนโด,ผู้พักอาศัยคอนโด,ตึกคอนโด,ห้องนอน,เตือนภัย,ไขประตู

ห้ามเผลอ! ผู้อาศัยในคอนโด ระวัง รปภ.ไขประตูบุกห้อง

ทั้งนี้่ ผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า ‪‎เตือนภัย‬ความปลอดภัยของคอนโดแนวหน้าในประเทศไทย‬ ‎ฝากแชร์ด้วยนะคะ‬ ประมาณตี 5 ยามประจำคอนโด ไขกุญแจเข้ามาในห้องที่คอนโด The Address Asoke ได้ยินเสียงคนเดินเราเลยสะดุ้งตื่นเห็นร่างผู้ชายหลบอยู่ในห้องนอน ใส่เสื้อยามของทางคอนโด ตกใจกรี๊ดไม่ทันเห็นหน้าจึงกระชากโคมไฟออกมาป้องกันตัว ไฟดับมืดมากคนร้ายหนีไปซ่อนที่อื่นในห้อง

จากนั้น วิ่งออกจากประตูห้องนอนได้ในทางเดินตะโกนร้องให้คนช่วยไม่มีคนมาเลย รีบลงไปที่ lobby ยามคนร้ายลงลิฟด้านหลังคอนโดตามมาและทำเป็นวิ่งมาหน้า lobby เพื่อจะขึ้นห้องไปช่วยเหลือ ขณะที่ยามล็อบบี๊ไม่ยอมขึ้นไปดูห้องเพราะต้องเฝ้าด้านล่าง ยามคนอื่นไม่มีใครมาช่วยเหลือ พอวิ่งไปห้อง monitor ถึงเห็นว่ามีหัวหน้ายาม ช่าง นิติ ดูวีดีโอตอนเกิดเหตุ แต่ไม่มีใครออกมารับเรื่องเลย นี่คือความปลอดภัยของคอนโดแนวหน้าของเมืองไทย?

MThai News

คุมเข้มผู้รับอภัยโทษ ไม่ให้ทำผิดซ้ำ

กระทรวงยุติธรรมเผยพร้อมวางมาตรการดูแลและติดตามพฤติกรรมผู้ที่พ้นโทษจากการอภัยโทษ 38,000 คน หลังนายกฯกังวลเสียงวิจารณ์จากการปล่อยตัวผู้ต้องขัง

วันนี้ 21 พ.ค. นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และนายเรืองศักดิ์ สุวารี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงข่าวมาตรการดูแลและติดตามพฤติกรรมผู้ที่พ้นโทษจากการอภัยโทษ หลังนายกรัฐมนตรี กังวลถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การปล่อยผู้ต้องขัง 38,000 คนจากการอภัยโทษจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยของคนในสังคม และอาจเกิดการกระทำผิดซ้ำ

คุมเข้าผู้ได้รับอภัยโทษห้ามทำผิดซ้ำ

นายกฯ จึงสั่งการให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ หารือร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรการในการจัดหาอาชีพรองรับ ติดตามดูแลพฤติกรรมผู้พ้นโทษ โดยเตรียมจัดมหกรรมเจรจาธุรกิจ คืนคนดีสู่สังคมด้วยการเชิญบริษัทเอกชนให้โอกาสผู้พ้นโทษด้วยการรับเข้าทำงาน พร้อมออกมาตรการทางภาษีจูงใจบริษัทเอกชน นอกจากนี้ได้ประสานให้กระทรวงมหาดไทยสั่งการไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเพื่อติดตามดูแลผู้พ้นโทษ
รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เผยว่า จากสถิติพบว่ามีผู้ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำปีละ 180,000 คน ปล่อยออกปีละ 120,000 คน ดังนั้น จึงต้องเร่งวางมาตรการเพื่อดูแลการส่งเสริมอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พ้นโทษไม่ให้กลับมากระทำผิดซ้ำ นอกจากนี้กรมราชทัณฑ์จะศึกษาการดูแลผู้พ้นโทษจากประเทศสิงค์โปร์ และญี่ปุ่น เพื่อผลักดันให้เกิดองค์กรที่จะเข้ามาดูแลผู้พ้นโทษของไทยเป็นการเฉพาะ

คุกไทย

โดยกระทรวงยุติธรรมจะเร่งพิจารณาข้อกฎหมายเพื่อปล่อยตัวผู้ต้องขังสูงอายุที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 65 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้พิการ ซึ่งเดิมหลักเกณฑ์กำหนดให้ต้องรับโทษมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ ดังนั้นจะเร่งแก้หลักเกณฑ์ที่ไม่เอื้อกับการปล่อยตัวผู้ต้องขัง หรืออาจใช้มาตรการที่ออกโดยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่าหลักเกณฑ์ที่จะออกมาใช้ควรใช้กับทุกฐานความผิดไม่ยกเว้นคดีความผิดมาตรา 112 ด้วย

MThai News

ขอบคุณข้อมูล posttoday

ยูฟัน ขนเงินซุกมาเลย์ งานนี้ ‘ซุปตาร์’ เอี่ยวลงทุน

ผู้ช่วยผบ.ตร.เผย 4 ผู้ต้องหา ‘ยูฟัน’ ขนเงินออกนอกประเทศซุกซ่อนมาเลเซีย พบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 779 ล้านบาท ขณะเตรียมเรียกสอบปากคำเหล่าดาราดัง เอี่ยวชักชวนเหยื่อลงทุน

จากกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายบริษัท ยูฟันสโตร์ จำกัด 4 ราย คือ น.ส.นิภาพร ละมี อายุ 36 ปี นายธีรวัจน์ พัชรสุยะใหญ่ อายุ 21ปี น.ส.ณัฏฐ์วรัญช์ อุตมะแก้ว อายุ 24 ปี และนายบุน เกียท ชู ชาวมาเลเซีย โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดาจ.สงขลา วานนี้ (21 พ.ค.)

ดาราเอี่ยวยูฟัน

จ่อเรียกสอบก๊วนดาราดังเอี่ยว ‘ยูฟัน’

ล่าสุดวันนี้(21 พ.ค.) พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวะกุล ผู้อำนวยการส่วนตรวจ 2 สำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยว่าจากการสอบปากคำ นายบุน เกียท ชูให้การรับสารภาพว่า เปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับโอนเงินจากแม่ข่ายและกลุ่มสมาชิกยูฟัน โดยมีบัญชีธนาคารทั้งหมด 17 บัญชี ตำรวจตรวจสอบแล้ว 1 บัญชีพบเงินหมุนเวียน 157ล้านบาท ส่วนอีก 16 บัญชีตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยเงินที่โอนเข้าบัญชีแต่ละครั้ง จะถอนเงินครั้งละไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงการชี้แจงการทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคาร และจะนำเงินสดซุกซ่อนออกไปยังประเทศมาเลเซีย

ซึ่งจากข้อมูลของตำรวจพบว่า นายบุน เกียท ชู มีการใช้ชื่อไทยปลอม และตำรวจตั้งข้อสังเกตว่ามีหน้าตาคล้าย นายอาทิตย์ ปานแก้ว ผู้ต้องหาคนสำคัญที่ยังหลบหนี ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ และจากการตรวจสอบบัญชีนายบุน เกียท ชู กับพวกผู้ต้องหาชาวไทยอีก 3 คนนั้น พบมีเงินหมุนเวียนกว่า 779 ล้านบาท ส่วนที่พบบุคคลมีชื่อเสียงมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท ยูฟันฯ นั้นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และจะทำการเชิญมาสอบปากคำเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคดีนั้น มีความคืบหน้าไปมาก ทั้งนี้อยู่ระหว่างการรวมรวบพยานหลักฐานในการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยเครือข่ายยูฟัน ได้มีการหลอกหลวงประชาชนให้มาร่วมลงทุน รวมทั้งมีผู้ที่มีชื่อเสียงและศิลปินดาราดังหลงเชื่อเข้าร่วมเป็นจำนวนมากเช่นกัน สอดคล้องกับรายงานข่าวจากชุดสืบสวน ที่มีรายงานว่ามีเครือข่ายยูฟัน มีการชักชวนดารานักแสดง หรือผู้มีชื่อเสียง มาร่วมลงทุนเพื่อความน่าเชื่อถือในธุรกิจ โดยก่อนหน้านี้พบว่า มีรูปภาพระหว่าง นายณัฐวรรธน์ บุญภา ผู้ต้องหาที่ถูกจับ ถ่ายรูปร่วมกับนายมิตซูโอะ ชิบาฮาชิ หรือ อดีตพระอาจารย์มิตซูโอะ และ นางสุทธิรัตน์ มุตตามระ

นอกจากนี้ยังพบรูปภาพดารานักแสดงคนอื่นๆ ที่เข้าร่วมกับเครือข่ายยูฟัน อาทิ นายศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ หรือ แมน ดารานักแสดงชื่อดัง นายธีระชาติ ธีระวิทยากุล หรือ อู๊ด เป็นต่อ ศิลปินตลก รวมทั้ง น.ส.ขวัญนภา เรืองศรี หรือ ลาล่า โปงลางสะออน ซึ่งในส่วนของลาล่านั้น พบว่ามีการขึ้นเวทีพูดชักชวนแนะนำธุรกิจยูฟัน ที่โรงแรมการิน อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมาด้วย

ทั้งนี้ศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว 25 ราย ซึ่งสามารถจับกุมได้แล้ว 17 ราย และอยู่ระหว่างหลบหนีอีก 8 ราย

MThai News