จ่อแถลง’คดียูฟัน’พบขนเงิน700 ล.ออกนอก ปท.

ตร.เตรียมแถลงควาบคืบหน้าคดีเครือข่ายแชร์ยูฟัน หลัง 4 ผู้ต้องหาสารภาพมีการขนเงินออกนอกประเทศกว่า 700 ล้านบาท ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (21 พ.ค.) เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.ดร.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมทำการ แถลงข่าว การแกะรอยขุมทรัพย์เครือข่ายแชร์ยูฟัน พร้อมเปิดเผยความจริงต่อหน้าสื่อมวลชน ที่ ปคบ. ชั้น 4 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

เตรียมแถลงคืบหน้าคดียูฟัน

ทั้งหลังจากเมื่อวาน (20 พ.ค.) สามารถจับกุม 4 ผู้ต้องหา ได้ที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ได้แก่ นายบุน เกียท ชู สัญชาติมาเลเซีย นายธีรวัจน์ พัชรสุยะใหญ่ นางนิภาพร ละมี และ นางสาวณัฏฐ์วรัญช์ อุตมะแก้ว ผู้รับโอนเงินจากเครือข่ายบริษัทยูฟันฯ และตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่า ขนเงินออกนอกประเทศมากกว่า 700 ล้านบาท ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว 25 ราย ซึ่งสามารถจับกุมได้แล้ว 17ราย และอยู่ระหว่างหลบหนีอีก 8 ราย

MThai News

เตือน! ‘ข้าวพลาสติก’จากจีน ระบาดในเอเชีย

‘ข้าวพลาสติก’ จากประเทศจีน ที่ผลิตด้วยสารเรซิน กำลังระบาดหนักตามเขตชนบทของอินโดนีเซีย เวียดนาม และอินเดีย หากบริโภคติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้เสียชีวิตได้ 

สำนักข่าวสเตรทไทมส์ของสิงคโปร์ รายงานว่า ข้าวพลาสติก ผลิตในจีน ที่ทำจากมันฝรั่ง มันเทศ และสารสังเคราะห์เรซิน ได้ระบาดเข้าไปขายตามเขตชนบทในอินโดนีเซีย เวียดนาม และอินเดียแล้ว และอาจจะแพร่มาถึงสิงคโปร์เช่นกัน

Rice Threshing Factory Production Images

โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเตือนว่า การบริโภคธัญพืชหรือข้าวปลอมดังกล่าว อาจส่งผลร้ายแรงทำลายระบบย่อยอาหาร ทำให้ได้รับพิษถึงแก่ชีวิตได้ เมื่อบริโภคเป็นเวลานาน

สำหรับข่าวเรื่องข้าวปลอมหรือข้าวพลาสติก ซึ่งมีขายตามตลาดทั่วไปในจีน โดยเฉพาะที่เมืองไท่หยวน มณฑลส่านซี ที่มีการร่ำลือทางโซเชียลมีเดียอย่างหนาหู แต่ยังไม่มีการยืนยันว่ามีการวางขายจริงหรือไม่ ? แต่ก็ได้ตั้งทีมเฝ้าระวังอยู่

โดยเฉพาะมาเลเซีย ที่รัฐมนตรีเกษตรฯ อิสมาอิล ซาบรี ยาขอบ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ แต่ทางกระทรวงจะสอนวิธีดูข้าวปลอมแก่ให้กับประชาชนทั่วไปให้ทราบ ด้านรัฐมนตรีการค้าภายใน ฮาซัน มาลิก เผยว่า ได้ยินข่าวเรื่องข้าวปลอมแล้ว ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่จะตรวจสอบเรื่องนี้ โดยเฉพาะตามร้านค้าในแถบชานเมืองหรือชนบท

ทั้งนี้ การปลอมปนเป็นปัญหาใหญ่ของจีน เมื่อปี 2008 มีการพบว่าผลิตภัณฑ์นมและนมผงสำหรับทารกที่ผลิตในจีนมีการปนเปื้อนสารเมลามีน ทำให้เด็กเล็กเสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน และประชาชนล้มป่วยถึง 300,000 คน

MThai News

ที่มา…straitstimes

รัฐบาล โต้ข่าวใช้ปืนขู่ ชาวโรฮินจา ตามคำกล่าวอ้าง

‘รัฐบาล’ ปัด ทหารใช้ปืนขู่ ‘โรฮิงญา’ ยันทำตามขั้นตอน เผยทหารเรือ เสียใจหลังถูกปล่อยข่าวดิสเครดิต

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีข่าวที่ผู้ลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายซึ่งลอยลำเข้ามาในเขตน่านน้ำรอยต่อประเทศไทยมาเลย์เซีย เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันขึ้นฝั่งอยู่ที่จังหวัดอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย โดยหนึ่งในชาวโรฮิงญาที่เดินทางมากับเรือไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ทหารไทยได้ใช้ปืนขู่จะยิงเรือของพวกเขาเพื่อให้พวกเขาเดินทางต่อไป

00000

พล.ต.สรรเสริญ กล่าว ว่า รัฐบาลไทยมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนที่จะไม่ใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบใด ยึดหลักการช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม รวมทั้งได้มีการตรวจสอบกับทหารทุกนายที่ปฏิบัติการช่วยเหลือในคืนนั้นยืนยันว่าไม่มีการใช้อาวุธปืนข่มขู่ตามคำกล่าวอ้าง ข้อเท็จจริงคือ เมื่อตรวจสอบพบเรือของผู้ลักลอบ ได้มีการสอบถามพูดคุย พบว่าทั้งหมดต้องการเดินทางต่อ ไม่ประสงค์จะขึ้นฝั่งไทย โดยร้องขออาหารและน้ำดื่ม

ดังนั้น หากคิดจะใช้กำลังข่มขู่ขับไล่ก็ไม่มีความจำเป็นใดที่จะต้องไปสอบถาม และมีการช่วยเหลือจนค่อนคืน ซึ่งในวันนั้นมีสื่อมวลชนเป็นพยาน มาบันทึกภาพเหตุการณ์การช่วยเหลือด้วยความตั้งใจของทหารเรือไทย รัฐบาลไทยรู้สึกเจ็บปวดกับคำกล่าวอ้างที่เลื่อนลอย และทำให้ทหารเรือไทยซึ่งทุ่มเท ตั้งใจทำงานทั้งเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และเพื่อปกป้องอธิปไตยทางทะเลของชาติรู้สึกเสียใจ

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่าแม้จะได้รับการกล่าวร้ายที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการที่นานาชาติจะเข้าใจประเทศไทยผิด แต่รัฐบาลไทยยังจะไม่เปลี่ยนแปลงแนวทางปฏิบัติต่อผู้เคลื่อนย้ายโดยไม่ปกติเหล่านี้ โดยหากอยู่ในเขตนอกน่านน้ำไทยก็จะให้การช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมต่อไป หากประสงค์จะเข้าเขตน่านน้ำไทย ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการกฎหมายไทย ในฐานะผู้ลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตามยังได้กล่าวฝากสื่อมวลชนพิจารณานำเสนอข่าวอย่างรอบคอบ โดยใช้หลักเหตุและผลตรึกตรอง เพื่อมิให้ข้อมูลอันเป็นเท็จเหล่านี้มาบั่นทอนกำลังใจผู้ที่ตั้งใจทำงาน

ขอบคุณข้อมูล : มติชน

MThai News