ทารกรอดตายปาฏิหารย์ เหตุดินถล่มโคลอมเบีย

พบเด็กทารก วัย 11 เดือน รอดชีวิตปาฏิหารย์ จากเหตุ ดินถล่ม ในโคลอมเบียเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 78 ราย รัฐบาลเร่งตั้งจุดพักพิงเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากเหตุ ดินถล่ม ในเมืองซัลการ์ จังหวัดอันติโอกุยของโคลอมเบีย เนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้ดินและโคลนไหลบ่าไปตามหุบเขา ลิบอริอานา บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยทางการได้ส่งเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่และค้นหาผู้สูญหาย ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 78 รายแล้ว

COLOMBIA-LANDSLIDE

โดยระหว่างการค้นหาผู้รอดชีวิต เจ้าหน้าที่ ได้พบเด็กทารกวัย 11 เดือน นอนคว่ำหน้าท่ามกลางกองโคลน แต่พบว่ายังหายใจอยู่ จึงรีบช่วยชีวิตหนูน้อย และนำส่งโรงพยาบาลทันที ทีมแพทย์ เผยว่า ตัวของเด็กเย็นมาก เนื่องจากมีภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ แต่เนื่องจากมีที่นอนหุ้มตัวเด็กไว้ขณะที่ถูกน้ำซัด ทำให้เด็กไม่เป็นไรมาก และยังหายใจอยู่ ต้องรอดูอาการต่อไป

ทั้งนี้ ทางการของโคลอมเบีย ได้ประกาศเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมตั้งจุดพักพิงให้กับผู้ประสบภัย เพื่อช่วยเหลือในด้านต่างๆ

MThai News

ที่มา…upi

อ้างลูกแม่ทัพภาค ตบกกหู รปภ. โรงพยาบาล

หนุ่ม รปภ. โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ร้องตร. หลังถูกชายอ้างเป็นลูกแม่ทัพภาค 4 ทำร้ายร่างกาย เหตุเรื่องที่จอดรถ

วันนี้ 21 พ.ค. มีการรายงานว่า เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา นายปรีชา แสนแก้ว รปภ.ร.พ.ศูนย์อุดรธานี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับผกก.สภ.เมืองอุดรฯ ว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ใน ร.พ.ศูนย์อุดรฯ ได้ถูกชายคนหนึ่งอ้างว่าเป็นลูกแม่ทัพภาค 4 ทำร้ายร่างกาย

รปภ.ถูกทำร้ายร่างกาย

นายปรีชา ให้การว่าเมื่อช่วงกลางคืน วันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา มีรถยนต์เก๋งมาสด้ารุ่น 3 สีขาว เข้ามาที่ช่องทางรถฉุกเฉินของโรงพยาบาล ขณะนั้นมีรถฉุกเฉินเข้ามา จึงให้คนขับรถมาสด้าเลื่อนรถออกไป เพื่อให้รถฉุกเฉินเข้าจอด แต่คนขับก็ไม่พูดอะไร นั่งอยู่ในรถเฉยๆ จนรถฉุกเฉินต้องขับวนกลับมาอีกรอบ เพื่อจะมาจอดที่ช่องจอด ก่อนที่คนขับรถมาสด้า จะได้เลื่อนออกไปประมาณ 2 เมตร เพื่อไปรับแฟนที่เป็นพยาบาล

จากนั้นชายดังกล่าวเปิดประตูรถลงมา อ้างเป็นลูกแม่ทัพภาค 4 และขู่จะสั่งขัง พร้อมใช้มือตบกกหูข้างซ้ายตน 2 ครั้ง และดึงบัตรประจำตัวของตนไป ก่อนเอาโทรศัพท์มือถือถ่ายรูปเอาไว้ และบอกให้เรียกหัวหน้า รปภ.มาเคลียร์ พร้อมพูดว่า เป็นแค่รปภ. ใหญ่มาจากไหน ขนาดตำรวจก็ตบมาแล้ว ก่อนขับรถออกจาก ร.พ.ศูนย์อุดรธานีไป จึงได้แจ้งให้ผู้บริหาร ร.พ.ทราบ

รปภ.ถูกทำร้ายร่างกาย1

ด้านผกก.สภ.เมืองอุดรฯเผยว่าสำหรับกรณีดังกล่าว พอจะทราบคู่กรณีเป็นใคร เนื่องจากแฟนเป็นพยาบาลอยู่ที่ ร.พ.ศูนย์อุดรฯ โดยจะเรียกตัวมาสอบปากคำว่าได้ทำร้ายร่างกาย รปภ.จริงหรือไม่ ถ้าสอบปากคำไปแล้วยอมรับทำร้ายจริง ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

MThai News

ขอบคุณภาพ/ข้อมูล ข่าวสด

อัล-ชาบับ จี้มุสลิมช่วยโรฮีนจา พ้นชะตากรรมโหด

อัล-ชาบับออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ชาวมุสลิมเร่งช่วยโรฮีนจา ให้พ้นจากการไล่ล่า ชี้อย่าปล่อยให้ตกอยู่ในมือรัฐบาลนอกรีต

วันที่ 21 พ.ค. กลุ่มก่อการร้าย อัล-ชาบับออกแถลงการณ์ลงวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา เรียกร้องให้ชาวมุสลิมในประเทศบังคลาเทศ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย มอบความช่วยเหลือให้กับชาวโรฮีนจาที่ถูกทิ้งให้ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางทะเล

แถลงการณ์อัล-ชาบับ

อัล-ชาบับ แถลงการณ์ เรียกร้องชาวมุสลิมเร่งช่วยโรฮีนจา

โดยเนื้อหาของแถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า ชาวมุสลิมโรฮีนจานับหมื่นต้องหลบหนีการไล่ล่าอย่างเป็นระบบจากกลุ่มชาวพุทธผู้เหี้ยมโหด ทั้งเด็กและผู้หญิงต้องทิ้งบ้านเรือน ล่องเรือและดิ้นรนเข้าหาฝั่งเพื่อความปลอดภัย โดยความผิดเพียงหนึ่งเดียวที่พวกเขามี คือความยึดมั่นในอิสลาม พวกเขาไม่ได้มีสิ่งใดที่ขัดแย้งกับผู้อื่น นอกเสียจากความเชื่อที่มีต่อพระอัลเลาะห์ ผู้ยิ่งใหญ่ และควรค่าแก่การสรรเสริญทุกประการ

แม้ว่ากลุ่มของพวกเขาจะอยู่ห่างจากพื้นที่ที่มีปัญหากับชาวโรฮีนจานับพันไมล์ทะเล แต่ชาวมุสลิมโรฮีนจาก็มีความสำคัญต่อพวกเขา ด้วยหลักการพื้นฐานในการต่อสู้เพื่อศาสนาของพวกเขา ซึ่งมุ่งหวังที่จะช่วยบรรเทาความทุกข์ยากของชาวมุสลิมไม่เพียงแต่ในแอฟริกาตะวันออก แต่เป็นไปเพื่อชาวมุสลิมทั่วโลก

อัล-ชาบับได้เรียกร้องให้ชาวมุสลิมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่าได้วางใจให้ชะตากรรมของชาวโรฮีนจา ต้องตกอยู่ในมือรัฐบาลของพวกนอกรีต แต่จงรับหน้าที่ให้ความช่วยเหลือพี่น้องมุสลิมเหล่านี้ ซึ่งถือเป็นภาระผูกพันของชาวมุสลิมที่จะต้องรับผิดชอบต่อพระอัลเลาะห์ ซึ่งจะถูกตัดสินในวันแห่งการพิพากษา

“ด้วยสายใยอันไม่อาจสลายของภราดรภาพแห่งอิสลามและชะตากรรมอันโหดร้ายต่อพี่น้องได้ปรากฏอยู่ตรงหน้าพวกท่านท่านจะต้องรับภาระหน้าที่อันสำคัญ เพื่อปัดเป่าความทุกข์ร้อนของพี่น้องมุสลิมในเมียนมา ต้อนรับพวกเขาด้วยใจอันเปิดกว้าง ก่อนเปิดบ้านรับพวกเขา ให้ที่พักพิงแก่ชาวมุสลิมที่ต้องหนีตาย รวมกำลัง เงินทอง และทรัพยากร เพื่อปกป้องเกียรติยศของชาวมุสลิมที่ถูกตามล้าง และปัดป้องการทำร้ายอันป่าเถื่อนของพวกพหุเทวนิยมต่อพวกเขา พระอัลเลาะห์ทรงสถิตอยู่กับท่านในฐานะผู้ปกป้องและช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” แถลงการณ์ของกลุ่มก่อการร้ายที่มีฐานที่มั่นอยู่ในโซมาเลียกล่าว

ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องดังกล่าวของกลุ่มอัล-ชาบับ มีขึ้นก่อนการประชุมเพื่อแก้ปัญหาและให้ความช่วยเหลือชาวโรฮีนจาระหว่างสามฝ่ายของไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย วานนี้(20 พ.ค.)

ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก มติชน

MThai News