อัล-ชาบับออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ชาวมุสลิมเร่งช่วยโรฮีนจา ให้พ้นจากการไล่ล่า ชี้อย่าปล่อยให้ตกอยู่ในมือรัฐบาลนอกรีต
วันที่ 21 พ.ค. กลุ่มก่อการร้าย อัล-ชาบับออกแถลงการณ์ลงวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา เรียกร้องให้ชาวมุสลิมในประเทศบังคลาเทศ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย มอบความช่วยเหลือให้กับชาวโรฮีนจาที่ถูกทิ้งให้ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางทะเล

อัล-ชาบับ แถลงการณ์ เรียกร้องชาวมุสลิมเร่งช่วยโรฮีนจา
โดยเนื้อหาของแถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า ชาวมุสลิมโรฮีนจานับหมื่นต้องหลบหนีการไล่ล่าอย่างเป็นระบบจากกลุ่มชาวพุทธผู้เหี้ยมโหด ทั้งเด็กและผู้หญิงต้องทิ้งบ้านเรือน ล่องเรือและดิ้นรนเข้าหาฝั่งเพื่อความปลอดภัย โดยความผิดเพียงหนึ่งเดียวที่พวกเขามี คือความยึดมั่นในอิสลาม พวกเขาไม่ได้มีสิ่งใดที่ขัดแย้งกับผู้อื่น นอกเสียจากความเชื่อที่มีต่อพระอัลเลาะห์ ผู้ยิ่งใหญ่ และควรค่าแก่การสรรเสริญทุกประการ
แม้ว่ากลุ่มของพวกเขาจะอยู่ห่างจากพื้นที่ที่มีปัญหากับชาวโรฮีนจานับพันไมล์ทะเล แต่ชาวมุสลิมโรฮีนจาก็มีความสำคัญต่อพวกเขา ด้วยหลักการพื้นฐานในการต่อสู้เพื่อศาสนาของพวกเขา ซึ่งมุ่งหวังที่จะช่วยบรรเทาความทุกข์ยากของชาวมุสลิมไม่เพียงแต่ในแอฟริกาตะวันออก แต่เป็นไปเพื่อชาวมุสลิมทั่วโลก
อัล-ชาบับได้เรียกร้องให้ชาวมุสลิมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่าได้วางใจให้ชะตากรรมของชาวโรฮีนจา ต้องตกอยู่ในมือรัฐบาลของพวกนอกรีต แต่จงรับหน้าที่ให้ความช่วยเหลือพี่น้องมุสลิมเหล่านี้ ซึ่งถือเป็นภาระผูกพันของชาวมุสลิมที่จะต้องรับผิดชอบต่อพระอัลเลาะห์ ซึ่งจะถูกตัดสินในวันแห่งการพิพากษา
“ด้วยสายใยอันไม่อาจสลายของภราดรภาพแห่งอิสลามและชะตากรรมอันโหดร้ายต่อพี่น้องได้ปรากฏอยู่ตรงหน้าพวกท่านท่านจะต้องรับภาระหน้าที่อันสำคัญ เพื่อปัดเป่าความทุกข์ร้อนของพี่น้องมุสลิมในเมียนมา ต้อนรับพวกเขาด้วยใจอันเปิดกว้าง ก่อนเปิดบ้านรับพวกเขา ให้ที่พักพิงแก่ชาวมุสลิมที่ต้องหนีตาย รวมกำลัง เงินทอง และทรัพยากร เพื่อปกป้องเกียรติยศของชาวมุสลิมที่ถูกตามล้าง และปัดป้องการทำร้ายอันป่าเถื่อนของพวกพหุเทวนิยมต่อพวกเขา พระอัลเลาะห์ทรงสถิตอยู่กับท่านในฐานะผู้ปกป้องและช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” แถลงการณ์ของกลุ่มก่อการร้ายที่มีฐานที่มั่นอยู่ในโซมาเลียกล่าว
ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องดังกล่าวของกลุ่มอัล-ชาบับ มีขึ้นก่อนการประชุมเพื่อแก้ปัญหาและให้ความช่วยเหลือชาวโรฮีนจาระหว่างสามฝ่ายของไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย วานนี้(20 พ.ค.)
ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก มติชน
MThai News