เศรษฐีดัชต์ประกาศคืน ‘พระพุทธรูปมัมมี่’ แล้ว

เศรษฐีชาวเนเธอร์แลนด์ เตรียมส่งมอบพระพุทธรูปมัมมี่ อายุ 1,000 ปี คืนให้แก่ประเทศจีนภายในระยะเวลา 1 เดือน

วันนี้ (20 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวความคืบหน้า กรณีที่นายออสการ์ ฟาน โอเวอร์รีม เศรษฐีชาวเนเธอร์แลนด์ ผู้ถือครองพระพุทธรูปมัมมี่โบราณ อายุ 1,000 ปี เตรียมส่งคืนให้แก่ประเทศจีนภายในระยะเวลา 1 เดือน

จีน,มัมมี่,พระ,เนเธอร์แลนด์,พระมัมมี่ อายุ 1000 ปี

โดย นายโอเวอร์รีม ได้เปิดเผย ที่มา ว่าเขาได้ซื้อพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวมาเมื่อปี 2539 จากนักสะสมในกรุงอัมสเตอร์ดัม ซึ่งซื้อพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวมาจากฮ่องกงอีกทอดหนึ่ง โดยเขายืนยันว่ามีหลักฐานที่ชี้ว่าพระพุทธรูปองค์นี้ไม่ได้นำมาจากวัดในหมู่บ้านหยานชุน แต่มาจากอีกวัดหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากหมู่บ้านนั้น

ก่อนหน้านี้ทีมนักวิจัยเนเธอร์แลนด์ ได้ทำการเอ็กซเรย์พระพุทธรูปโบราณจากจีนองค์หนึ่ง และตรวจพบโครงกระดูกมนุษย์อยู่ภายใน ซึ่งคาดว่าเป็นโครงกระดูกของหลวงจีน “หลิวฉวน” ที่ทำการมัมมี่ตนเองเมื่อพันกว่าปีก่อน ส่งผลให้การค้นพบครั้งนี้กลายเป็นเรื่องโด่งดังและเป็นข่าวไปทั่วโลก จนทำให้ชาวบ้านจากหมู่บ้านหยานชุนในมณฑลฝูเจียน ประเทศจีน ออกมาเรียกร้อง ให้ผู้ถือครองนำพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวมาคืน เพราะเชื่อว่าเป็นองค์เดียวกับที่ถูกขโมยออกไปจากวัดในหมู่บ้านเมื่อปี 2538 หรือราว 20 ปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตามพระพุทธรูปที่ถูกขโมยไปจากวัดในหมู่บ้านหยานชุนตามความเชื่อของชาวบ้าน มีประวัติความเป็นมาว่าในยุค ราชวงศ์ซ้อง มีชายคนหนึ่งประกอบอาชีพเลี้ยงวัว ต่อมาได้รับความนับถือจากชาวบ้านเพราะได้อุทิศตัว เพื่อรักษาโรคให้แก่ชาวบ้านโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย จึงได้บวชเป็นพระ โดนวาระสุดท้ายท่านได้ทำการมัมมี่ตัวเองไว้ภายในพระพุทธรูป ทว่าชาวบ้านได้สักการะบูชาพระพุทธรูปองค์นี้เรื่อยมานับพันปี จนกระทั่งสูญหายไปจากวัดของหมู่บ้านเมื่อปี 2538

MThai News
ที่มา ecns

พ่อน้องแกมมี่ พยายามเข้าถึง เงินบริจาค

บิดาชาวออสเตรเลีย บิดาแท้ๆของน้องแกมมี่ เด็กชายที่เกิดจากแม่อุ้มบุญชาวไทย พยายามเข้าถึงเงินบริจาคในกองทุนที่จัดตั้งเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่น้องแกมมี่

น้องแกมมี่,เด็กอุ้มบุญ,เงินบริจาค,ออสเตรเลีย,กองทุน

วันนี้ (20 พ.ค.) สำนักข่าว ‘ดิ อินดิเพนธ์เดนท์’ รายงานข่าวกรณีที่นาย ‘ปีเตอร์ เบนส์’ ประธานผู้ก่อตั้งกองทุน ‘เบบี้ แกมมี สเปเชียล แอพพิล’ ผู้ดูแลเงินบริจาคจากทั่วโลกเพื่อใช้ช่วยเหลือดูแลเด็กชายแกมมี  หนูน้อยอุ้มบุญที่มีความผิดปกติทางสมอง ซึ่งเกิดจากนางภัทรมน จันทร์บัว แม่อุ้มบุญชาวไทย แถลงการณ์ว่า เกี่ยวกับกรณีที่บิดาผู้ให้กำเนิด พยายามเข้าถึงเงินบริจาคในกองทุนดังกล่าว

ทว่านายเดวิด ฟาร์เนลล์ บิดาตามกฎหมายชาวออสเตรเลียกำลังพยายามเข้าถึงเงินบริจาค ในกองทุนช่วยเหลือเด็กชายแกมมี ซึ่งมีมูลค่ากว่า 235,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 6.17 ล้านบาท ที่มีผู้ใจบุญกว่า 60,000 ราย บริจาคเป็นค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ พร้อมกันนี้ทางกองทุนฯยังไม่ทราบชัดเจนว่านายฟาร์เนลล์พยายามเข้าถึงกองทุนด้วยตัวเอง หรือใช้ที่ปรึกษาทางกฎหมายเพื่อจุดประสงค์ใด แต่ทางกองทุนฯ ยืนกรานจะปกป้องดูแลเงินบริจาคช่วยเหลือเด็กชายแกมมีอย่างดีที่สุด

ปัจจุบันเด็กชายแกมมี่พักอาศัยอยู่กับนางภัทรมนที่บ้านหลังใหม่ในจังหวัดชลบุรี โดยอาศัยเงินจากกองทุนช่วยเหลือน้องแกมมี ซึ่งจ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่าสวัสดิการต่างๆให้เป็นรายเดือน

อย่างไรก็ตาม นางภัทรมน เปิดเผยผ่านสำนักข่าว เอบีซี ว่า ตนรู้สึกตกใจที่นายฟาร์เนลล์พยายามเข้าถึงเงินกองทุนน้องแกมมี กระนั้นใดๆในกองทุนดังกล่าว เพราะเขาได้ละทิ้งน้องแกมมีมาตั้งแต่ต้น เพราะแม้แต่ตนซึ่งเป็นมารดาอุ้มบุญยังไม่มีสิทธิใช้เงินกองทุนดังกล่าวด้วยตัวเอง

กรณีของน้องแกมมี่ เคยเป็นข่าวครึกโครมในประเทศไทย และทั่วโลกเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2557 เกี่ยวกับธุรกิจอุ้มบุญ จนกระทั่งทำให้ทางการไทย ต้องทบทวนกฏหมายการอุ้มบุญให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น ธุรกิจในกรณีของน้องแกมมี่เป็นธุรกิจใต้ดิน ที่มีชายชาวออสเตรเลีย นำน้ำเชื้อผสมกับไข่ของหญิงชาวจีนเป็นตัวอ่อนมาฝังไว้ในมดลูกของนางภัทรมน จันทร์บัว หญิงชาวไทย ซึ่งต่อมาพบว่าเธอได้ตั้งท้องแฝดชาย-หญิง แต่หลังจากนั้นพบว่า ทารกชายหรือน้องแกมมี่ป่วยในภาวะ ‘ดาวน์ซินโดม’ หมอจึงแนะนำให้ทำแท้ง แต่นางภัทรมนไม่ยินยอม เธอเลือกเก็บเด็กไว้ ซึ่งต่อมา หลังจากคลอด ผู้ว่าจ้างได้พาเพียงทารกหญิงที่มีความปกติสมบูรณ์กลับออสเตรเลียไป และทิ้งเด็กชายที่ป่วยทางสมองไว้ให้เธอเลี้ยงที่เมืองไทย

น้องแกมมี่,เด็กอุ้มบุญ,เงินบริจาค,ออสเตรเลีย,กองทุน

เดวิด ฟาร์เนลล์ บิดาตามกฎหมายชาวออสเตรเลีย ของน้องแกมมี่ และลูกสาว ซึ่งเป็นฝาแฝดของน้องแกมมี่ที่เป็นปกติ ไม่มีความผิดปกติทางสมอง

MThai News

ที่มา  independent

ว่อนเน็ต! โพสต์คุณหมอ ฝากบอกฐปณีย์ ปมโรฮิงญา

ชาวโซเชียลแห่แชร์เรื่องราวที่คุณหมอ โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คฝากบอกคุณฐปณีย์ นักข่าวดังที่มีกระแสดราม่าขณะนี้ปมเสนอข่าวโรฮิงญา

เกิดกระแสฮือฮาอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้งานเฟสบุ๊ครายหนึ่งชื่อว่า Jakkrit Parito ได้โพสต์ข้อความถึงคุณฐปณีย์ เอียดศรีไชย ระบุว่า คืนนี้ผ่าสมอง เด็กหญิง อายุ 4 ปี คนไทย 100 % อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ทั้ง‪ท่ายาก‬‎ นอนคว่ำ ‬เลือดออก cerebellum และมี‎โอกาสเสียชีวิตสูงมาก‬ ‎ขอให้น้องรอดปลอดภัยครับ

1.2

โดย ประเด็นคือคนไข้ยากไร้ในประเทศไทยที่เป็นคนไทยจริงๆเยอะมาก และโรงพยาบาลที่ติดชายแดนอย่างผม ต้องรับรักษาคนไข้ข้ามฝั่งมาจาก‎ฝั่งลาว‬ ตาม‎หลักมนุษยชน‬เราไม่เคยปฏิเสธรักษาคนไข้ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้เก็บเงินและขาดทุน‬ ‎โรงพยาบาลตามเขตชายแดนต้องเสียเงินไปมากขนาดไหน ‬ไม่มีใครทราบ ‎คนไทยไม่แล้งน้ำใจ‬ และเป็นชาติที่มีมนุษยธรรมสูงมาก‬!

ทั้งนี้ หาก‎คุณฐปณีย์‬ รักในชาติไทยควรจะสละเวลาที่ทำข่าว‎โรฮิงญา‬ มาทำข่าว‎โรงพยาบาลที่ไทย รับรักษาคนไข้ต่างชาติยากไร้‬จากลาว‬ เขมร‬ ‪‎พม่า‬ แล้วหมดเงินจากภาษีของคนไทยไปแต่ละปีอย่างมาก หากผมเป็นคุณฐปณีย์ ผมจะเสนอข่าวนี้ออกไปแทน เพื่อสะท้อนให้ประชาคมโลก UN เห็นว่า‪ ไทยได้ช่วยเหลือคนตามหลักมนุษยชาติมากแค่ไหน‬ เพื่อหักล้างคำพูดของนานาชาติที่ว่า‎ประเทศไทยเห็นแก่ตัว

นอกจาก‬นี้ ยังโพสต์ต่ออีกว่า คุณ‎ฐปณีย์‬ เสนอข่าวทำให้คนมองประเทศไทยเป็น‎ผู้ร้าย‬ ทั้งที่สามารถทำให้คนทั้งโลกเห็นว่า‪‎ คนไทยมีจิตใจงามช่วยเหลือคนมาก แต่กรณีโรฮิงญาเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกที่ไทยไม่สามารถแก้ไขได้เพียงประเทศเดียว ซึ่งไม่ได้หมายถึง‬คนไทยไร้มนุษยธรรม‬! ทั้งยังสงสัยว่า คุณฐปณีย์รักประเทศไทยจริงไหม?‬

หลังจากที่ได้เผยแพร่ภาพพร้อมข้อความดังกล่าว ชาวโซเชียลต่างกดไลค์พร้อมแชร์และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เห็นด้วยและวิพากษ์วิจารณ์คุณฐปณีย์ พร้อมทั้งให้กำลังใจในการทำงานของคุณหมอและผู้ป่วยที่รับการรักษา