รวบแล้วช่างหื่นใช้มีดจี้ลวงยาย67ขืนใจกลางทุ่ง

ตำรวจบุรีรัมย์ รวบช่างเคาะสีรถยนต์ ทำทีเป็นเสี่ยที่ดิน มีดจี้ลวงยายวัย 67 พยายามขืนใจกลางทุ่งนา สารภาพเกิดอารมณ์หลังดูคลิปโป๊

วันนี้ (20พ.ค.) จากกรณีคนร้ายทำทีเป็นเสี่ยและก่อเหตุลวงยายวัย 67 ปี ไปดูที่ดินก่อนใช้มีดจี้บังคับให้ลงไปในสระกลางน้ำกลางทุ่งนา ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.ท่าโพธิ์ชัย อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ และพยายามลงมือข่มขืน แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากเกรงว่าจะมีคนมาเห็นและหลบหนีไปนั้น

ช่างเคาะสีหื่น

รวบช่างเคาะสีรถยนต์ขืนใจยายวัย 67

โดยชุดตำรวจสืบสวนสอบสวน สภ.หนองกี่ เร่งหาหลักฐานและเบาะแส รวมไปถึงยานพาหนะของคนร้ายที่ใช้ขับขี่เข้ามาก่อเหตุ ตามคำให้การของผู้เสียหาย พร้อมกับทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามถนนหรือจุดต่างๆ ที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนี

ล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว นายสมปอง แก่นดี อายุ 41 ปี ชาวจ.นครราชสีมา ผู้ก่อเหตุได้แล้ว ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่า นายสมปองเป็นช่างเคาะพ่นสีรถยนต์ที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง ที่บ้านโนนสวรรค์ ต.ทุ่งกระเต็น อ.หนองกี่ ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้ดูคลิปวิดีโอโป๊ในโทรศัพท์แล้วเกิดอารมณ์จึงลงมือก่อเหตุดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก TNN24

MThai News

วอยซ์TVห้ามโหลดคลิปเผยแพร่ โดยไม่อนุญาต

วอยซ์ทีวีออกประกาศ หากต้องการนำที่ผลิตโดยวอยซ์ทีวีไปเผยแพร่ ให้แชร์ได้จากเฟซบุ๊กวอยซ์ทีวี หรือเว็บไซต์วอยซ์ทีวี

วันนี้(20พ.ค.) เว็บไซต์วอยซ์ทีวี ได้ประกาศเตือนผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ที่ได้คัดลอกคลิปที่ผลิตโดยวอยซ์ทีวี ไปเผยแพร่ยังช่องทางต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต ว่านั่นถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

ซึ่งทางวอยซ์ทีวีระบุว่า เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2558 มีผู้ละเมิดลิขสิทธิ์วอยซ์ทีวีด้วยการคัดลอกคลิป เชิญชมคลิปพิสูจน์ นายกฯ เป็นคนตลกจริงหรือ ซึ่งผลิตโดยวอยซ์ทีวี ไปเผยแพร่ ในเฟซบุ๊กของตนเองด้วยวิธีดาวน์โหลดคลิป

mmm

โดยไม่ได้รับอนุญาตจากวอยซ์ทีวี ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานแพร่เสียงแพร่ภาพตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 คลิปข่าวดังกล่าวแชร์ผ่านเฟซบุ๊กไปเป็นจำนวนมาก และถูกหลายสื่อ หลายเว็บไซต์ นำไปเผยแพร่ต่อ เพื่อเพิ่มเรตติ้งให้เว็บไซต์ของตนเองและได้ประโยชน์จากการเรียกเก็บค่าโฆษณาจากสินค้าและบริการต่างๆ

วอยซ์ทีวี ขอให้ผู้ที่นำคลิปดังกล่าวไปเผยแพร่อย่างไม่ถูกต้องดำเนินการลบคลิป หากท่านต้องการนำคลิปไปเผยแพร่ในช่องทางต่างๆ ต่อสามารถแชร์ได้จากเฟซบุ๊กวอยซ์ทีวี หรือเว็บไซต์วอยซ์ทีวีเท่านั้น ไม่สามารถดาวน์โหลดและอัพโหลดไปเผยแพร่ต่อได้

770208

MThai News

บทสรุป ชี้ชะตา ‘โรฮิงญา’ อินโด-มาเลย์ฯ-ไทย บรรลุข้อตกลง

บทสรุป ‘เกมดวลปิงปอง’ ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีชะตากรรม ของชาว ‘โรฮิงญา’ กลุ่มชาติพันธุ์ไร้แผ่นดินเป็นเดิมพัน

โรฮิงญา,ไทย,มาเลเซีย,อินโดนีเซีย,โรฮีนจา,เมียนมา

กว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา นับได้ว่า ประเด็นดราม่าข้ามชาติ ของกลุ่มชาติพันธุ์โรฮิงญา ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นที่มีความสำคัญลำดับต้นๆ ชาว ‘โรฮิงญา’ หลีกหนีความขัดแย้งทางเชื้อชาติและศาสนา จากประเทศเมียนมา และ กว่านับร้อย นับพันชีวิต ที่ลอยลำกลางทะเล อยู่ในสภาพน่าเวทนาก่อนหน้านี้

หลังจากกรณีวิกฤติกลุ่มชาติพันธุ์ชาว ‘โรฮิงญา’ นับพันชีวิต ที่ถูกผลักดันออกจากประเทศเมียนมา และเดินทางข้ามทะเลทางเรือ ทำให้ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ต้องหยิบยกปัญหาดังกล่าว ขึ้นมาทบทวน และหารือร่วมกันอย่างจริงจัง โดยมีประเทศในภูมิภาค ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทยร่วมประชุมเพื่อหาทางออกต่อปัญหาดังกล่าว

ผลสรุป ของการประชุมร่วมกับในวันนี้ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย ระหว่าง 3 ชาติ โดยไร้วี่แววจากตัวแทนของรัฐบาลพม่า ซึ่งน่าจะเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการประชุมในครั้งนี้ จากสำนักข่าว ‘เบอร์นามา’ สื่อจากหน่วยงานรัฐบาลมาเลเซีย ระบุว่า ‘อินโดนีเซียและมาเลเซีย ได้ตกลงยินยอมให้ที่พักพิงแก่ผู้อพยพชาวโรฮิงญา เป็นระบุเวลา 1 ปี’

พญาอินทรีย์ และท่าทีที่มีต่อ วิกฤติเรือมนุษย์ ?

เจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าว ‘ซีเอ็นเอ็น’ ว่าขณะนี้ปัญหาเรือมนุษย์ ถือเป็น ‘ภัยพิบัติทางด้านมนุษยธรรม’ เป็นความกังวลที่ต้องการการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ซึ่งต้นตอสำคัญ สหรัฐได้กล่าวหาว่ามาจากรัฐบาลเมียนมา ขณะที่รัฐมนตรีสารสนเทศของเมียนมา ออกมายืนกรานว่า จะมิยอมถูกตราหน้าว่าเป็นต้นตอของปัญหาดังกล่าวเพียงผู้เดียว

พร้อมกันนี้ ทอม มาลินอฟสกี้ ผู้ช่วยเลขานุการของรัฐเพื่อประชาธิปไตยเพื่อสิทธิมนุษยชนและแรงงาน ออกมายื่นข้อเสนอเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาล ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ประสานความร่วมมือในการดำเนินภารกิจกู้ภัย และนำพาผู้อพยพไปยังดินแดนดังกล่าว

โรฮิงญา,ไทย,มาเลเซีย,อินโดนีเซีย,โรฮีนจา,เมียนมา

ท่าทีของประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อนหน้านี้

ไทย : กองทัพเรือจะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อพยพ และเพียงแค่ให้ความช่วยเหลือบนชายฝั่ง แต่ไม่ประสงค์จะให้เข้ามาตั้งถิ่นฐานอย่างถาวร

มาเลเซีย : เป็นประเทศที่ชาวโรฮิงญามุ่งหมายจะเดินทางไปตั้งรกรากมากที่สุด เพราะเป็นดินแดนของชาวมุสลิมอย่างแท้จริง

บังคลาเทศ : ให้ความช่วยเหลือในบางสถานการณ์ โดยการให้อาศัยอยู่ในค่ายตามแนวชายแดนทางตะวันออกเฉียงใต้ บางขณะได้พยายามผลักดันออกไปจากประเทศ เพื่อเดินทางไปยังพม่า

อินโดนีเซีย : ก่อนหน้านี้อินโดนีเซีย มิได้มีความยินดีจะรับผู้ลี้ภัยเหล่านี้ไปตั้งรกรากในประเทศตน

เกมตีปองปอง ?

รัฐบาลพม่ากล่าวว่า ชาวโรฮิงญามิใช่ประชากรชาติพันธุ์พม่าในประเทศตนอย่างแท้จริง แต่เป็นแรงงานข้ามชาติที่มาจากบังคลาเทศ รัฐบาลเมียนมา จึงทำการระงับการให้สัญชาติแก่ชาวโรฮิงญานับตั้งแต่ปี 2513 ดังนั้นชาวโรฮิงญาจึงถูกปฏิเสธการให้บริการขั้นพื้นฐาน สื่อจากตะวันตกได้ประโคมข่าวชะตากรรมของชาวโรฮิงญา ที่ต้องประสบในขณะพำนักอยู่ในประเทศ แต่ในด้านความเป็นกลาง ของความขัดแย้งระหว่าง 2 ศาสนา เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ไม่ค่อยมีใครเปิดเผย

ทว่า ‘บีบีซี’ เปิดเผยหนึ่งในชนวนของความขัดแย้ง เมื่อปี 2556 สงครามกลางเมืองขณะใหญ่ในรัฐยะไข่ เกิดขึ้นหลังจากคดีการก่ออาชญากรรมทางเพศต่อสตรีชาวพุทธจึงเกิดความไม่พอใจให้กลุ่มคนเป็นจำนวนมากและเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงขึ้น และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ทั้งสองศาสนา เกิดความโกรธแค้นซึ่งกันและกันอย่างร้ายแรง

ในขณะที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่ มิได้มีความยินดีจะรับผู้อพยพเหล่านี้ มาให้ตั้งรกรากในประเทศตน แต่การดำเนินการต่างๆนาๆ ย่อมเป็นไปตามหลักมนุษยธรรม โดยล่าสุดเอพีออกมาเปิดเผยข้อมูลจากผู้ลี้ภัพบนเรือว่า ชาวโรฮิงญาถูกชาวพุทธพม่าขับไล่ออกมาจริง

เกี่ยวกับชาวโรฮิงญา

ชาวโรฮิงญาสืบเชื้อสายมาจากพ่อค้าชาวอาหรับ ที่โยกย้ายเข้ามาตั้งรกรากนานนับ 1,000 ปีที่แล้ว บางส่วนอาศัยอยู่ในบังคลาเทศ ปากีสถาน ซาอุดิอาระเบีย เมื่ออาศัยอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะตกอยู่ในชนชั้นแรงงาน และบางส่วนที่อาศัยอยู่ในบังคลาเทศ จะถูกปิดกั้นจากการประกอบอาชีพ สื่อต่างประเทศบางสำนัก อ้างว่า ชาวโรฮิงญาเดินทางมาจากอินเดีย ภายใต้การผลักดันจากอังกฤษ ซึ่งขณะนั้นยึดครองอินเดียอยู่ใต้อำนาจ และได้ผลักดันชาวโรฮิงญาออกจากอินเดีย โดยอ้างว่า ภูมิลำเนาที่แท้จริงของพวกเขา อยู่บริเวณทางตอนเหนือของเมียนมาและบังคลาเทศ และตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวจวบจนปัจจุบัน

โรฮิงญา,ไทย,มาเลเซีย,อินโดนีเซีย,โรฮีนจา,เมียนมา

MThai News