MThaiข่าวภาคซ่าส์:รับน้องได้แต่ไม่ว้ากได้ไหม?

กิจกรรมรับน้องเป็นสิ่งที่นักเรียนนักศึกษาใหม่หลายๆ คนให้ความสนใจและอยากจะเข้าร่วม ในอดีตกิจกรรมนี้คงมีเพียงในรั้วมหาวิทยาลัย แต่ปัจจุบันบางโรงเรียนเองก็มีการจัดกิจกรรมนี้ขึ้นเช่นกัน วัตถุประสงค์หลักๆ คงเป็นเรื่องของการละลายพฤติกรรมให้เหล่านักเรียนนักศึกษาได้ผูกมิตรไมตรีกับเพื่อนใหม่ ที่มาจากต่างที่ต่างสถาบันได้อยู่ร่วมกัน

เมื่อยุคสมัยมันเปลี่ยนไปกิจกรรมที่ทางรุ่นพี่ได้จัดเตรียมไว้ให้รุ่นน้องได้ร่วมสนุก บางกิจกรรมดูจะไม่ถูกใจทั้งผู้ร่วมกิจกรรมและผู้ปกครอง MThai ข่าวภาคซ่าส์ วันนี้จะมาพูดถึงประเด็นนี้กัน

รับน้องให้อะไร ทำไมต้องมี…?

แม้จะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยมองว่า กิจกรรมรับน้องไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ และตั้งคำถามว่ามีไปแล้วได้อะไรมันช่วยอะไร? แต่ยังมีผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยเห็นว่า กิจกรรมรับน้องเป็นสิ่งมีประโยชน์ ซึ่งกิจกรรมการรับน้องใหม่ ตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน นั้นหมายถึง “สิ่งที่นิยมถือประพฤติปฏิบัติสืบ ๆ กันมา จนเป็นแบบแผน ขนบธรรมเนียม หรือจารีตประเพณี” ซึ่งกิจกรรมรับน้องนั้นก็ถือเป็นสิ่งที่มีการสืบทอดต่อ ๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่น อาจเรียกได้ว่ามันคือประเพณีหนึ่งในรั้วมหาวิทยาลัย

ผู้จัดกิจกรรมต่างมองว่า หากน้องๆได้เข้าร่วมกิจกรรมจะสามารถละลายพฤติกรรม สร้างความสมัครสมานสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่คณะ โดยเฉพาะในรั้วมหาวิทยาลัยที่กว้างขวาง มันจะช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อน พี่น้อง ที่อยู่ในสถาบันเดียวกัน อีกทั้งยังมองว่า หากไม่มีอาจทำให้นักเรียนนักศึกษาต่างคนต่างอยู่ไม่รักใคร่กัน

mmm

มีได้แต่ไม่ว้ากได้ไหมหล่ะรุ่นพี่…?

ทางกลุ่ม ANTI SOTUS ได้ร่วมกับ สมัชชาเสรีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เชิญร่วมลงชื่อสนับสนุน ยกเลิกการว้ากในกิจกรรมรับน้องประชุมเชียร์ เพื่อนำรายชื่อไปเสนอแก่ ทางมหาวิทยาลัย และ กระทรวงให้พิจารณาต่อ

ซึ่งทางกลุ่มมองว่า การที่รุ่นพี่ว้ากรุ่นน้อง เป็นการละเมิดสิทธิขึ้นพื้นฐาน นักศึกษาซึ่งถือเป็นผู้ใหญ่แล้ว ควรมีความเข้าใจและเคารพในหลักการสิทธิมนุษยชน อันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย

อีกทั้งยัง เรียกร้องให้ทางมหาวิทยาลัยออกระเบียบว่า ด้วยการทำกิจกรรมการรับน้อง โดยให้เป็นไปตามกฎระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการและหลักสิทธิมนุษยชน รวมถึงไม่อนุญาตให้มีการรับน้องนอกสถานที่ ทางกลุ่มมองว่า การรับน้องที่รุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ไม่ได้ต้องการให้ยกเลิกกิจกรรมแต่อยากให้มีการรับน้องแบบสร้างสรรค์ไม่กระทบต่อชีวิตผู้อื่น โดยเริ่มต้นจาก เลิกว้าก

อย่างไรก็ตามกิจกรรมรับน้องในแต่ละสถาบัน จะมีการสอบถามความสมัครใจของผู้เข้าร่วมก่อน โดยมีการทำหนังสือขออนุญาตผู้ปกครอง แต่นักศึกษาใหม่ส่วนใหญ่ก็จะเข้าร่วมทั้งนั้น หากใครไม่เข้าอาจถูกมองว่า น้องคนนี้ไม่เอาระบบ น้องคนนั้นไม่เอารุ่น

สิ่งที่จะตามมาสำหรบคนกลุ่มน้อยเหล่านี้ พวกเขาอาจตกเป็น เป้าสายตาถูกวิพากษ์วิจารณ์ และสุดท้ายพวกเขาอาจอยู่ในรั้วโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยไม่ได้ การยกเลิกกิจกรรมอาจไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง เพราะพวกเขาอาจแอบไปจัดกิจกรรมกันเอง โดยที่อาจารย์หรือผู้ปกครองไม่รู้ ยิ่งจะควบคุมกันยากเข้าไปอีก หากคงกิจกรรมไว้ก็ควรมีอาจารย์ดูแลและส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ รวมทั้งมีบทลงโทษชัดเจนหากรุ่นพี่ฝ่าฝืนทำกิจกรรมที่รุนแรง

MThai News

ฟังชัดๆ ‘เอกนัฏ’ ยัน ‘พระสุเทพ’ ยังไม่ลาสิกขา

‘เอกนัฏ’ ยัน พระสุเทพยังไม่ลาสิกขา หากสึกออกมา จะมาทำหน้าที่ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ

วันนี้ 20พ.ค.58 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) เปิดเผยถึงกระแสข่าวการลาสิกขาของพระสุเทพ ปภากโร หรือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการกลุ่ม กปปส. ว่า ได้โทรศัพท์พูดคุยกับพระสุเทพแล้ว โดยพระสุเทพยืนยันว่า ไม่ได้พูดว่าจะลาสิกขาเมื่อใด ไม่มีโรดแมป

96

เพียงแต่บอกว่าถ้าลาสิกขาออกมาจะทำอะไรโดยพระสุเทพบอกว่า จะออกไปเป็นกำนันสุเทพเหมือนเดิม และมีตำแหน่งเป็นประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ ซึ่งมูลนิธิดังกล่าวเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรหรือผลประโยชน์ทางการเมือง มีเป้าหมายเพื่อสานต่อภารกิจของมวลมหาประชาชนหลังจากที่การชุมนุมบนท้องถนนยุติลง

นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า พระสุเทพมีความตั้งใจหากลาสิกขาแล้ว จะออกมาพัฒนาบทบาทของมูลนิธิให้ชัดเจนและมีพลังมากขึ้น ที่สำคัญจะไม่รับตำแหน่งทางการเมืองตามที่ได้ประกาศไว้อย่างแน่นอน แต่ไม่ได้แปลว่าจะยุติการเคลื่อนไหวหรือการแสดงความคิดเห็นในฐานะประชาชนคนหนึ่งและจะคงเดินหน้าขับเคลื่อนการปฏิรูปปกป้อง รักษาผลประโยชน์ ของประเทศชาติ ตามเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชน

ขอบคุณข้อมูลข่าว :TNN

ขอบคุณภาพ เฟสบุ๊ค เอกนัฏ พร้อมพันธุ์

MThai News

เผยหุ้นเล็ก ของ ‘ฐปณีย์’ ในบริษัทผลิตสื่อ

หลายคนอาจไม่รู้ว่า ‘ฐปณีย์ เอียดศรีไชย’ นักข่าวแห่งข่าวสามมิติ ช่อง 3 นั้ัน ถือหุ้นธุรกิจด้วยเหมือนกัน แต่แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

วันนี้(20 พ.ค.255) สำนักข่าวอิศรา ได้นำข้อมูลการถือครองหุ้นของ น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 มาเผยแพร่โดยมีเนื้อหา ดังนี้ หลายคนอาจไม่รู้ว่า ‘ฐปณีย์ เอียดศรีไชย’ นักข่าวแห่งข่าว 3 มิติของช่อง 3 ถือหุ้นธุรกิจด้วยเหมือนกันแต่ทว่าเพียงเล็กน้อย

หุ้นของฐปณีย์,หุ้น,ฐปณีย์,ฐปณีย์ เอียดศรีไชย,แยม ฐปณีย์,ช่อง3,สื่อ

เผยหุ้นเล็ก ของ ‘ฐปณีย์’ ในบริษัทผลิตสื่อ

บริษัท ถอดรหัส-ย้อนรอย จำกัด จดทะเบียนวันที่ 12 มีนาคม 2551 ทุน 1 ล้านบาท ประกอบธุรกิจ ผลิตและเผยแพร่รายการโทรทัศน์ รายการวิทยุ เทปบันทึกภาพ บันทึกเสียง ที่ตั้งเลขที่ 4/17 ซอยรามอินทรา 34 แยก 19/1 ถนนรามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

โดยมี นายจตุรงค์ สุขเอียด ถือหุ้นใหญ่ นาย ศศิศ สุวรรณปากแพรก รองลงมา และ นางสาว ฐปณีย์ เอียดศรีไชย สิบตรีปัญญา นานกระโทก นายวิโรจน์ สุขศรี นายวุฒิชัย จิตรชื่น นายศิวภัฏ บริบูรณ์ คนละ 2% แจ้งผลประกอบการปี 2556 รายได้ 13,781,158 บาท กำไรสุทธิ 1,042,491 บาท กำไรสะสมประมาณ 5 ล้านบาท

ทั้งนี้ นายจตุรงค์ นั้นทำธุรกิจร่วมกับ “กิตติ สิงหาปัด” ใน บริษัท ฮอทนิวส์ จำกัด จดทะเบียนวันที่ 8 สิงหาคม 2551 ทุน 1 ล้านบาท ประกอบกิจการผลิตรายการเพื่อเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ วิทยุสื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด รับจ้างโฆษณา ประชาสัมพันธ์ทุกชนิด ที่ตั้งเลขที่ 31 ซอยยาสูบ 2 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร และมีบริษัทผลิตสื่ออีก 2 แห่ง

สำหรับ ในรอบปี 2556 บริษัท ฮอทนิวส์ จำกัด มีรายได้ 31,368,949 บาท กำไรสุทธิ 9,708,192 บาท  กำไรสะสมประมาณ 40.5 ล้านบาท   กระนั้น “ฐปณีย์” มิได้ถือหุ้นบริษัทของ “กิตติ” แต่อย่างใด นี่คือธุรกิจเล็กๆของ “ฐปณีย์” และผองเพื่อน ตามแบบฉบับ “นกน้อยทำรังแต่พอตัว”

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ สำนักข่าวอิศรา

MThai News