‘อภิสิทธิ์’ ร่วมกราบสักการะสรีระ ‘หลวงพ่อคูณ’

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. เดินทางกราบสักการะสรีระสังขาร หลวงพ่อคูณ พร้อมถวายทอดผ้าบังสุกุลและถวายภัตตาหารเพลในพิธี

วันนี้ 20 พ.ค. บรรยากาศวันที่ 4 งานบำเพ็ญกุศลสรีระพระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านไร่ ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประชาชนที่เลื่อมใสศรัทธายังคงหลั่งไหลมาไหว้สักการะสรีระหลวงพ่อคูณ อย่างเนืองแน่นตั้งแต่เช้า

มาร์ค เข้ากราบสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ

ทั้งนี้ เมื่อช่วงที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยคณะเดินทางมากราบสักการะสรีระ หลวงพ่อคูณ และร่วมถวายทอดผ้าบังสุกุลและถวายภัตตาหารเพล โดยได้ไปร่วมตักอาหารโรงทานด้วย

มาร์ค เข้ากราบสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ1

MThai News

ที่มา… TNN24

7ข้อห้าม 4อุปกรณ์ นักปั่นต้องรู้

ข้อห้ามสำคัญ และอุปกรณ์ที่คนขี่จักรยานต้องรู้ ที่สำคัญผู้ขับขี่ทุกคนควรมีสติ-น้ำใจ เคารพกฎ เท่านี้ก็ช่วยลดอุบัติเหตุได้

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีเหตุสลด รถชนจักรยานเกิดขึ้นหลายคดี จนทำให้มีคำถามขึ้นในหัวว่าเหตุดังกล่าวมีที่มายังไงแน่ อาจเป็นเพราะคนขับรถใหญ่ หรือคนขี่จักรยาน ที่ละเลยในความปลอดภัยประมาทเลินเล่อ จึงนำไปสู่เหตุดังกล่าวได้ แต่กระนั้นก็ยังไม่ข้อสรุป เป็นเพียงข้อสันนิษฐานที่เกิดขึ้น แน่นอนเหตุนี้ป้องกันได้ไม่ให้เกิดซ้ำ หากทั้งผู้ขับรถยนต์ คนใช้จักรยาน พึงมีสติขับขี่ระวัง เคารพกฎจราจร โดยเฉพาะรถเล็กอย่างจักรยาน ควรเสริมปลอดภัยให้ตัวเอง ด้วยการติดตั้ง
อุปกรณ์เชฟตี้ 4 อย่างให้กับตัวรถ อาทิ

จักรยาน, กฎหมายจักรยาน, รถชนจักรยาน, อุปกรณ์ติดจักรยาน

กฎหมายจักรยาน

-กระดิ่งที่ให้เสียงสัญญาณ ได้ยินได้ในระยะไม่น้อยกว่า 30 เมตร
-เบรก ทั้งล้อหน้าและหลัง ที่สำคัญต้องใช้งานได้ดี
-ไฟหน้าแสงสีขาว ต้องเห็นทางได้ชัดเจน ในระยะไม่น้อยกว่า 15 เมตร
และสุดท้ายไฟท้ายรถหรือวัตถุสะท้อนแสงสีแดงแทน เพื่อให้ผู้พบเห็นเวลาขับขี่อยู่บนถนน

ทั้งนี้นอกจากอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยดังกล่าว ผู้ขับขี่เองพึงมีวินัยขับขี่ให้ถูกกฎและห้ามมีพฤติกรรม 7 ข้อดังนี้
-ขับโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
-ขับโดยไม่จับคันบังคับรถหรือขับปล่อยมือ
-ขับขนานกันเกิน 2 คัน เว้นแต่ขับในทางที่จัดไว้สำหรับจักรยาน
-ขับโดยนั่งบนที่อื่นที่มิใช่อานที่จัดไว้เป็นที่นั่งตามปกติ
-ขับโดยบรรทุกผู้อื่น เว้นแต่รถจักรยานสามล้อสำหรับบรรทุกคน
-ห้ามบรรทุกหรือถือสิ่งของใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวาง การจับคันบังคับรถ หรืออาจจะเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
-เกาะหรือพ่วงรถอื่นที่กำลังแล่นอยู่

หากพบเห็นอานถูกสั่งจับปรับดำเนินคดีได้ เนื่องจากมีความผิดทางกฎหมายตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 80, 81, 82 และ 83 ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 200-500 บาท คนขับขี่ที่ใช้รถบนถนนทั้งหลายทราบแล้วเปลี่ยน! ไมว่าจะเล็กหรือใหญ่ หากเอาใจใส่สักนิดมีสติ ส่งน้ำใจ ปฏิบัติตามกฎ เคารพจราจร อุบัติเหตุบนท้องถนนก็จะทุเลาลงได้ และเหตุสลดรถยนต์ชนจักรยานก็จะได้ไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก อยู่ที่ทุกคน!!

MThai News

ไล่จับวุ่น! หนุ่มเมาซ่า ต่อยตำรวจศาลอาญา

หนุ่มเมาอาละวาดต่อยหน้าตำรวจศาลอาญา หลังฉุนถูกไล่ออกจากห้องพิจารณาคดี เจ้าหน้าที่ไล่จับวุ่น ค้นตัวพบกระสุนปืน 11 มม. คาดโทษละเมิดอำนาจศาล

วันที่ 20 พ.ค. เจ้าหน้าที่ประจำศาลอาญารัชดา พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้ควบคุมตัว นายกษิดิศ มนตรีพาณิชย์ ญาติของหนึ่งในจำเลยคดียาเสพติด ที่มาฟังการพิจารณาคดี ห้อง 808 มาควบคุมตัวภายในห้องขัง เพื่อรอการพิจารณาลงโทษ หลังก่อเหตุเมาสุราและอาละวาดในห้องพิจารณาคดี

ต่อยตำรวจศาลอาญา

หนุ่มเมาอาละวาดต่อยตำรวจศาลอาญา

โดยก่อนเกิดเหตุ นายกษิดิศได้เดินทางมาศาลพร้อมเพื่อนอีก 2 คน เพื่อฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ในคดีของน้องชาย แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสังเกตเห็นว่าบุคคลทั้ง 3 มีลักษณะมึนเมา จึงแจ้งตำรวจประจำศาล ให้ควบคุมตัวออกจากห้องพิจารณาคดี แต่นายกษิดิศไม่พอใจ จึงตะโกนด่าทอและลงมือทำร้ายร่างกาย ร.ต.ต.สงกรานต์ ศรีสุข ด้วยการชกเข้าที่กรามด้านซ้ายหนึ่งหมัด ก่อนวิ่งลงจากห้องพิจารณาคดี

จากนั้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้พยายามวิทยุเพื่อสกัดจับ กระทั่งทั้ง 3 คน ออกมาถึงบริเวณด้านหน้าศาล ก็ยังคงมีการด่าทอเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด ซึ่งทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์พยายามเกลี้ยงกล่อมให้สงบสติอารมณ์ แต่นาย กษิดิศไม่หยุดการกระทำ และพยายามวิ่งหนีออกนอกพื้นที่ศาล เจ้าหน้าที่ประจำศาลพร้อมตำรวจ จึงวิ่งตามไปเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ก่อนจับตัวได้ที่หน้าศาลแขวงพระนครเหนือ

ทั้งนี้ จากการตรวจค้นตัวนายกษิดิศ พบกระสุนปืน ขนาด 11 มิลลิเมตร ในกระเป๋ากางเกง ขณะที่เพื่อนอีก 2 คนที่มาด้วยกัน ได้หลบหนีออกไปทางด้านหลัง

เบื้องต้นตำรวจยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ แต่เนื่องจากคดีนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ศาล ซึ่งเป็นการละเมิดอำนาจศาลอย่างชัดเจน ศาลสามารถดำเนินการพิจารณาลงโทษได้ทันที ส่วนผู้ที่หลบหนีตำรวจจะติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ต่อยตำรวจศาลอาญา

จนท.ไล่จับหนุ่มเมาต่อยตำรวจ

ต่อยตำรวจศาลอาญา

รวบตัวหนุ่มเมาต่อยตำรวจศาลอาญา

MThai News