ชาวออสซี่ ตื่นเต้น ปรากฏการณ์ ‘ผมนางฟ้า’

ลูกแมงมุมกว่าล้านตัว สร้างปรากฏการณ์ ‘ผมนางฟ้า’ ในเมืองโกลเบิร์น ออสเตรเลีย ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า น่าจะมีแม่แมงมุมจำนวนมากและหลากหลายสายพันธุ์

เว็บไซต์ข่าวเอบีซี รายงานว่า เมืองโกลเบิร์น ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย มีลูกแมงมุมกว่าล้านตัว สร้างปรากฏการณ์ ‘แองเจิล แฮร์’ หรือผมนางฟ้า เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเหล่าแม่งมุมได้ทำการปล่อยใยลอยลงมาจากฟ้า สร้างความประหลาดใจให้กับชาวเมืองผู้พบเห็น

Spideerrain0

ริค เวตเตอร์ นักวิจัยอาวุโสผู้เชี่ยวชาญด้านกีฏวิทยา จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตริเวอร์ไซด์ สหรัฐ เปิดเผยว่า ลูกแมงมุมจะทำการกระจายตัว หลังฟักออกจากไข่ ด้วยวิธีที่เรียกว่า บอลลูนนิง เนื่องจากพวกมันฟักออกมาหลายพันตัว แต่ละตัวจึงพยายามสร้างพื้นที่ของตัวเอง โดยไต่ขึ้นที่สูงและปล่อยใยออกมา คล้ายกับร่มชูชีพปลิวไปตามลม พาตัวเองออกไปจากลุ่มลูกแมงมุม

ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ดังกล่าว คาดว่ามีแมงมุมตัวแม่จำนวนมาก และหลากหลายสายพันธุ์ ประกอบสภาพภูมิอากาศที่เป็นใจ ทำให้การบอลลูนนิง ของลูกแมงมุม กลายเป็นปรากฏการณ์ เส้นผมนางฟ้า อย่างที่เห็น ซึ่งลูกแมงมุมเหล่านี้ไม่มีพิษและไม่มีอันตรายต่อผิวมนุษย์แต่อย่างใด

MThai News

ที่มา…abcnews

แจงแล้ว! ภาพเหยียบพรมกะบะห์ หลังว่อนโซเชี่ยล

ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นราธิวาส ชี้แจง หลังมีการแชร์ภาพในโลกออนไลน์ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษานราฯ เหยียบพรมละหมาดที่มีภาพ “กะบะห์”  คาดเจ้าหน้าที่ผู้จัดงานรู้เท่าไม่ถึงการณ์ 

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ระแงะ ชี้แจงหลังเกิดกระแสข่าวบนโลกออนไลน์แชร์เป็นภาพผู้บริหารระดับสูงเขตพื้นการศึกษานราธิวาส ขณะทำพิธีได้สวมรองเท้าเหยียบผ้าพรมละหมาด และมีภาพกะบะห์ ที่ชาวมุสลิมทั่วโลกให้ความเคารพศรัทธา สร้างความไม่พอใจให้ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก

แจงเหตุ เหยียบพรมรูปกะบะห์
ผอ.โรงเรียนดังกล่าวเผยว่า ภาพดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ขณะการจัดกิจกรรม “ผู้กำกับลูกเสือ ต้านภัยยาเสพติด”ซึ่งเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาสมาขอใช้สถานที่ โดยในช่วงพิธีการผู้บริหารคนดังกล่าวเป็นประธานถวายพวงมาลาสักการะพระบรมรูป รัชกาลที่ 6 และมีพรมรองบริเวณเท้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบการจัดกิจกรรมดังกล่าวเตรียมมาเอง แต่ลืมนึกไปว่าเป็นพรมละหมาด และมีรูปกะบะห์ อยู่ด้วย เมื่อรูปถ่ายและเผยแพร่ออกไป จึงเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง และมองเป็นการดูหมิ่นศาสนาอิสลาม

ทั้งนี้จากการติดต่อพูดคุยกับผู้บริหารเขตพื้นการศึกษานราธิวาสรายดังกล่าวทางโทรศัพท์ ได้รับการชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นหลายวันแล้ว และไม่ทราบเรื่องจริงๆ เพียงได้รับเชิญให้ไปเป็นประธานในพิธีเท่านั้น

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อมูล ข่าวสด

คุก2ปี16เดือน แนวร่วม พธม.ซิ่งชน ตร.กลางม็อบปี51

ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก “ปรีชา ตรีจรูญ” แนวร่วมพันธมิตรฯ 2 ปี 16 เดือน ขับรถกระบะพุ่งชนตำรวจหน้ารัฐสภา ขณะสลายชุมนุมปี 2551

วันที่ 20 พ.ค. ศาลอาญารัชดาพิเษก นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่อัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายปรีชา ตรีจรูญ แนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฎิบัติหน้าที่ และมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยใช้กำลังประทุษร้าย

ปรีชา ตรีจรูญ

แนวร่วมพธม.ซิ่งชนตำรวจกลางม็อบปี51

จากกรณีเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 นายปรีชา กับพวกกลุ่มแนวร่วมพันธมิตรฯ เข้าร่วมการชุมนุมขับไล่รัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ที่บริเวณรัฐสภา ก่อนขับรถกระบะพุ่งชนตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ ได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 นาย

โดยในคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกนายปรีชา 3 ปี แต่จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน นอกจากนี้ จำเลยก็ได้รับอันตรายสาหัสตาบอด โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้จำคุกตลอดชีวิต แต่การนำสืบของจำเลย มีประโยชน์ต่อรูปคดี มีเหตุบรรเทาโทษคงจำคุกเหลือ 33 ปี 12 เดือน

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายปรีชา เข้าร่วมการชุมนุม และผู้ชุมนุมบางคนมีอาวุธ จึงมีความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป แต่เห็นว่าขณะตำรวจเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ มีตำรวจบางนายมีพฤติกรรม แสดงออกยั่วยุกลุ่มผู้ชุมนม ถือเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ลุแก่อำนาจ ซึ่งนายปรีชา ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส สูญเสียตาข้างขวา และถูกข่มเหงร้ายแรง ย่อมเป็นเหตุให้บันดาลโทสะ กระทำผิดต่อผู้เสียหายซึ่งเป็นตำรวจทั้ง 5 นาย

ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย จึงพิพากษาแก้ ให้จำคุกนายปรีชา 4 ปี แต่ลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือ จำคุก 2 ปี 8 เดือน และให้จำคุกในความผิดฐานมั่วสุม 8 เดือน รวมโทษจำคุกนายปรีชา 2 ปี 16 เดือน

MThai News