ผวาหนัก! แห่ปักหุ่น แก้เคล็ดคนตายปริศนา10 ศพ

ชาวบ้านใน จ.นครศรีธรรมราช ต่างพากันปักหุ่นไว้หน้าบ้าน หลังมีคนในหมู่บ้านนอนหลับเสียชีวิตไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ จำนวน 10 ศพแล้ว 

เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ชาวบ้านหลายตำบล ในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ทั้งใน ต.โพธิ์เสด็จ ต.ไชยมนตรีและ ต.มะม่วงสองต้น ได้ทำหุ่นไปปักไว้หน้าบ้านเกือบทุกบ้าน เพื่อแก้เคล็ด หลังจากในช่วง 2-3 เดือนมีคนวัยกลางคนขึ้นไปนอนหลับและเสียชีวิตปริศนา อย่างต่อเนื่องกว่า 10 ศพ จนชาวบ้านลือกันว่ามีวิญญาณร้ายตามเอาชีวิตคนในพื้นที่

ชาวบ้านเมืองคอน ปักหุ่น หลังมีคนตาย 10 ศพ-1

จากการสอบถามนายสัญญา นันทกาล เจ้าของร้านขายของชำแห่งหนึ่ง เล่าว่า ชาวบ้านได้ทำหุ่นมนุษย์จำลองและเขียนข้อความว่า “บ้านนี้ไม่มีคนแก่” โดย ปักหุ่น มานานเกือบ 1 เดือนแล้ว เนื่องจากช่วงก่อนหน้านี้ มีชาวบ้านฝันว่า มีรถบรรทุกโลงศพมาพลิกคว่ำในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้ศพจำนวนมากตกลงมา และก็เริ่มมีเหตุการณ์คนแก่หรือผู้สูงวัยเสียชีวิตอย่างไม่ทราบสาเหตุ รวมตอนนี้มีจำนวน 10 ศพแล้ว โดยมีลักษณะนอนหลับแล้วเสียชีวิตไปเลย หรือที่เรียกว่า “ไหลตาย”

ชาวบ้านเมืองคอน ปักหุ่น หลังมีคนตาย 10 ศพ

ซึ่งการทำหุ่นปักหน้าบ้าน เป็นการบอกถึงว่า บ้านนี้ไม่มีคนแก่ และไม่มีใครเป็นลม หากมาเอาชีวิตก็ให้ไปเอาชีวิตของหุ่นแทน โดยตลอดเดือนที่แต่ละบ้านทำหุ่นปักไว้ ยังไม่มีบ้านไหนเสียชีวิตอีกเลย

อย่างไรก็ตาม ทางการแพทย์ได้ระบุถึงสาเหตุการเสียชีวิตว่า เกิดจากสภาวะหัวใจล้มเหลว หรือหัวใจวายกะทันหัน แม้ว่าปกติร่างกายจะแข็งแรง ประกอบกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง อาจส่งผลให้ช็อกได้

MThai News

ขอบคุณที่มา… รายการเรื่องเล่า เช้านี้

รองสารวัตรระนอง โร่มอบตัว ปัดค้า‘โรฮีนจา’

“ร.ต.ต.นราธร” รองสาววัตรสืบจ.ระนองเข้ามอบตัว แสดงความบริสุทธิ์ ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้าโรฮีนจา

ความคืบหน้าคดีค้ามนุษย์โรฮีนจาล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 19 พ.ค. ร.ต.ต.นราธร สัมพันธ์ รองสารวัตรสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจ.ระนอง ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับเป็นรายที่ 34 ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้าอีก 1 คน

"ร.ต.ต.นราธร" มอบตัว

“ร.ต.ต.นราธร” รองสาววัตรสืบจ.ระนองเข้ามอบตัว

ซึ่งทำหน้าที่ดูแลประสานงานเครือข่ายและอำนวยความสะดวกเส้นทางค้ามนุษย์จากต้นทางจ.ระนอง จนถึงปลายทาง อ.สะเดา จ.สงขลา และเจ้าหน้าที่ได้นำตัวเข้าห้องสอบสวนทันที เบื้องต้นยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องตามที่ถูกกล่าวหา

โดยความเคลื่อนไหวที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้าตลอดทั้งวัน พนักงานสอบสวนยังคงเร่งสอบสวนผู้ต้องหาที่ได้ทยอยเข้ามอบตัว และถูกนำตัวมาสอบปากคำ ประกอบด้วย นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือโกโต้ง อดีตนายกอบจ.สตูล และผู้ต้องหาอีก 4 รายที่เข้ามอบตัวคือ นางทัศนีย์ สุวรรณรัตน์ ภรรยาของโกโต้ง นายอนุสรณ์ สุขเกษม หรือ โกเล้ง พ.ต.ท.ชาญ อู่ทอง สารวัตรธุรการ สภ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี และล่าสุดคือ ร.ต.ต.นราธร สัมพันธ์ ซึ่งทั้งหมดยังคงให้การปฏิเสธ

MThai News

‘พล.ท.นันทเดช’ ชี้ โรฮีนจาเข้าไทย จะเกิดอะไรขึ้น?

‘พล.ท.นันทเดช ‘โพสต์เฟสบุ๊ค จะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย หากโรฮิงญา เข้าไทยเป็นจำนวนมากขึ้น

วันที่ 19 พ.ค 58 พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหนัาศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.)โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ เกี่ยวโรฮิงญาว่าโรฮิงญา ถ้าได้เข้ามาอาศัยอยู่ในไทย เป็นจำนวนมาก จะก่อปัญหา ต่อประเทศไทยอย่างรุนแรง เช่น

888

(1) โรฮิงญา เป็นบุคคลไม่มีสัญชาติ ถ้ามาอยู่ในไทย จะเป็น ผู้หลบหนีเขาเมืองผิดกฎหมาย บุตรหลานจะเป็นเด็กไร้สัญชาติ ก่อให้เกิดปัญหาและภาระด้านสังคมให้กับประเทศไทยมากมาย ทั้ง ค่าเรียน,ค่ายา,ค่าใช้อุปกรณ์สาธารณะอื่นๆ รวมถึงการแพร่ระบาดของโรคร้ายหลายโรค

(2) ส่วน โรฮิงญา ที่ลักลอบมาอยู่ในไทย นานเข้า จะเริ่มทำผิดกฎหมาย เช่น ปลอมแปลงเอกสารสำคัญต่างๆ เกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรม ข้ามชาติหลายรูปแบบ เช่น การค้ามนุษย์,ปลอมแปลงหนังสือเดินทาง การค้าสิ่งผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด อาวุธสงคราม,ตั้งตัว เป็นแก็งค์เรียกเก็บค่าคุ้มครองจากชาวต่างด้าวอื่นๆ

(3) จะนำพาชาวมุสลิมโรฮิงญาจากพม่าเข้าไทยเพิ่มขึ้น เพื่อส่งจากไทยไปมาเลเซีย หรือกลุ่มประเทศมุสลิมอื่นๆ

(4) ตั้งกลุ่ม Burmese Rohingya Association in Thailand (BRAT) เคลื่อนไหวในไทย เพื่อเรียกร้องสิทธิสถานะอยู่ในประเทศไทย ทำให้ภาพพจน์ไทยเสียหาย

(5) เริ่มมีขยายการจัดตั้งกลุ่มก่อการร้าย RSO (จากแนวชายแดนพม่าบังคลาเทศ)ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มTaliban เข้ามาอยู่ในประเทศไทย ทำให้ปัจจุบันมีชุมชนอินเตอร์เน็ต ของโรฮิงญาเองเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ในประเทศกลุ่มอาเชียน

(6) โรฮิงญาส่วนใหญ่ชอบความหัวรุนแรง เช่นเหตุการณฆ่าชาวพุทธ/ข่มขืนผู้หญิง จนเกิดจลาจล ก่อกวนในค่ายกักกันในไทย ฯลฯ

– ผู้ลี้ภัยโรฮิงญาที่ยากจนไร้สัญชาติจำนวนมากได้อพยพไปสู่เมืองใหญ่ในบังคลาเทศ มาเลเซีย ปากีสถาน และเดินทางต่อไปประเทศแถบอ่าวเปอร์เชียที่เชื่อกันว่ามีคนกลุ่มนี้กว่า 200,000 คนอาศัยอยู่ในช่วงทศวรรษ 1990 (Lintner 1993; Human Rights Watch 2000)

– ชาวโรฮิงญาบางคนได้รับความช่วยเหลือจากองค์การอิสลามต่าง ๆ และเข้าร่วมการต่อสู้ในอัฟกานิสถานโดยต้องทำหน้าที่เสี่ยงภัยที่สุดใน สมรภูมิรบ กวาดล้างกับระเบิดและแบกสัมภาระ (Lintner 2002)

จากข้อมูลเหล่านี้ ทำให้ทุกประเทศไม่มีใครกล้ารับ โรฮิงญา แม้จะมีโรฮิงญา ที่ดีอยู่มากกว่าพวกไม่ดี แต่ประเทศไหนจะเสี่ยงบ้างละ!

ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก :พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์

MThai News