สะเทือนใจทาสแมว ภาพทำร้ายคนรักเจ้าเหมียว

ชาวโซเชียลโพสต์ภาพสะเทือนใจทาสแมว เมื่อเห็นต้องรู้สึกเวทนาอย่างมาก แต่เมื่อได้อ่านข้อความแล้วถึงกับอึ้ง..

วันที่ 20 พ.ค. 58 เกิดกระเเสภาพในโลกออนไลน์ ที่ทำเอาคนรักสัตว์สะเทือนใจไปตามๆกัน เมื่อมีผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่ง ชื่อว่า องค์ชายน่าซุกโนม แห่งราชวงศ์โชซอน ได้โพสต์ภาพแมวนอนตายคากองเลือดสาดเปื้อนพื้น เป็นภาพที่เมื่อใครที่ได้มาเห็นต่างต้องตกใจและเวทนาเเมวตัวนี้ ถือเป็นภาพที่ทำร้ายจิตใจคนรักสัตว์อย่างมาก

แมว,ทาสแมว,แมวนอนตาย,คนรักแมว,คนรักสัตว์,สัตว์น่ารัก

สะเทือนใจทาสแมว ภาพทำร้ายคนรักเจ้าเหมียว..

โดยผู้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความว่า เป็นภาพที่บาดตาบาดใจต่อคนรักสัตว์มาก ไม่คิดว่ามนุษย์เราจะทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างเลือดเย็นและไม่รุ้สึกอะไร คุณรู้ไหมผมแทบขาดใจที่เห็นภาพอันอนาถใจนี้ บอกตรงๆครับเซ็ง หัดมีความรับผิดชอบต่อสังคมที่ไม่ใช่แค่กับมนุษย์ด้วยกันเท่านั้นนะ วันหน้าวันหลังทำสีหกก็ช่วยเช็ดด้วย ตกใจมาก ส่วนแมวไปนอนตรงอื่นด้วยนะ!!! 

หลังจากที่ภาพนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ทำเอาคนรักสัตว์จำนวนมากตกอกตกใจกับภาพดังกล่าว เมื่อมาอ่านข้อความถึงกับโล่งอก ทั้งฮาไปตามๆกัน ชาวโซเชียลต่างแชร์ภาพดังกล่าวจำนวนมาก ส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นว่าตกใจหมด พร้อมขำและถึงกับยิ้มเมื่อได้อ่านข้อความจนจบ 

MThai News

ไฟไหม้โรงงานที่นอน เสียหายกว่า 2ล้าน

เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตชุดเครื่องนอน ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต สาเหตุคาดว่ามาจากไฟฟ้าลัดวงจร เบื้องต้นเสียหายกว่า 2 ล้านบาท

เมื่อเวลา 03.00 น. วันนี้ 20 พ.ค. เกิดเหตุเพลิงไหม้บริษัทไอเดียเครื่องนอน เลขที่ 21 หมู่ 4 ต.ท่าตอ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นโรงงานผลิตที่นอน โดยเพลิงได้ลุกไหม้จากบริเวณโกดังซึ่งเป็นจุดที่ผลิตที่นอน หมอน และเก็บแผ่นใยสังเคราะห์ที่ใช้ทำที่นอน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี และมีคนงานพักอาศัยอยู่ด้านหลังโรงงานกว่า 20 คน ต่างพากันหนีตายออกมาอย่างอลหม่าน เจ้าหน้าที่จึงระดมฉีดน้ำสกัดไฟใช้เวลานานกว่า 1 ชม. เพลิงจึงสงบ

ไฟไหม้โรงงานที่นอน

จากการสอบสวบนายคงเดช โพธิ์ภูมิ เจ้าของโรงงาน ให้การว่า ขณะเกิดเหตุภายในโรงงานไม่มีคนงานอยู่ โดยคนงานทั้งหมดพักอยู่ด้านหลังโรงงาน ซึ่งก่อนเกิดเหตุไฟฟ้าดับ 2-3 ครั้ง กระทั่งเกิดเพลิงลุกไหม้โกดังอย่างรวดเร็ว จึงได้ปลุกคนงานให้รีบหนีออกมา

ทั้งนี้เบื้องต้นคาดว่า สาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตามต้องประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ส่วนความเสียหายคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านบาท

MThai News

ที่มา… เดลินิวส์

โจรเหิม! ควงมีดบุกเดี่ยวจี้ชิงทรัพย์ ร้านสะดวกซื้อ3แห่งรวด

คนร้ายขี่ฟีโน่ บุกเดี่ยวมีดจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกย่านรามคำแหงคืนเดียว 3 แห่งรวด ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด เชื่อเป็นคนร้ายรายเดียวกัน

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 20 พ.ค. ตำรวจสน.บางชัน รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น บริเวณปากซอยรามคำแหง 154 และปากซอยรามคำแหง 102 แขวงและเขตสะพานสูง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางชัน

ปล้นร้านสะดวกซื้อ

โจรบุกเดี่ยวจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ3แห่งรวด

ที่เกิดเหตุปากซอยรามคำแหง154 ภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น พบพนักงานยืนรอให้การกับทางเจ้าหน้าที่ว่า มีคนร้ายเป็นชาย สูงประมาณ 170 – 180 ซม. สวมเสื้อแขนยาวผ้าร่ม สีน้ำเงินคาดขาว นุ่งกางเกงสามส่วนสีเข้ม ใส่หมวกกันน็อกเต็มใบสีขาว เดินเข้ามาภายในร้าน และใช้อาวุธมีดข่มขู่พนักงานให้เปิดลิ้นชักเก็บเงิน ซึ่งคนร้ายได้เงินไปจำนวน 3,000 บาท และบุหรี่จำนวน 3 ซอง จากนั้นก็รีบขี่รถจยย. ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่จอดไว้ที่หน้าร้านฯ หลบหนีไปออกไป

จากนั้นห่างไปไม่ถึง 10 นาที ตำรวจได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุลักษณะเดียวกันที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ใกล้กับปากซอยรามคำแหง 102 โดยคนร้ายได้เงินสดไป 1,800 บาท ถัดไปอีกประมาณ 10 นาที ตำรวจสน.หัวหมาก ก็ได้รับแจ้งเหตุจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ “ไทเกอร์ฟู๊ดมาร์เก็ต” ภายในปั้มน้ำมันเอสโซ่ ใกล้กับปากซอยรามคำแหง 76 ถนนรามคำแหง ซึ่งคนร้ายได้เงินสดไปจำนวน 1,600 บาท

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายมีลักษณะการแต่งกายเหมือนกับคนร้ายที่ก่อเหตุที่ร้านเซเว่น ปากซอยรามคำแหง154 ซึ่งพฤติการณ์คนร้ายขับรถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดหน้าร้าน ก่อนที่จะเข้ามาทำทีเลือกซื้อน้ำอัดลม 2 ขวด ก่อนเดินมาที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน จากนั้นก็ได้ข่มขู่บอกพนักงานว่าให้เปิดลิ้นชักแล้วเอาเงินมา แต่พนักงานบอกว่าไม่สามารถเปิดได้ เพราะไม่มีกุญแจ คนร้ายจึงได้เปิดเสื้อขึ้น เพื่อให้พนักงานเห็นว่ามีอาวุธมีด พนักงานจึงตกใจกลัว ยอมเปิดลิ้นชักนำเงินไปให้ จากนั้นคนร้ายจึงเดินไปขึ้นรถจยย.ที่จอดทิ้งไว้หน้าร้านหลบหนีไป

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุทั้ง 3 จุดนั้น น่าจะเป็นคนร้ายคนเดียวกัน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก ข่าวสด

MThai News