น้องสาวน้ำตาริน ระลึกคำสอนหลวงพ่อคูณ

ยายคำมั่น น้องสาวหลวงพ่อคูณ ระลึกคำสอนพี่ชาย “ชีวิตมนุษย์เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ดอก คนเราไม่มีทางรู้วันตายอย่างแน่นอน สังขารย่อมร่วงโรยตามกาลเวลา”

วันนี้(16พ.ค.) หลังจากหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ได้เข้ารักษาอาการอาพาธที่ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตั้งแต่เช้ามืดของวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา จากนั้นท่านก็ได้จากไปอย่างสงบเมื่อเวลา 11.45 น.ของวันนี้

ซึ่งก่อนหน้านี้คุณยายคำมั่น วงศ์กาญจนรัตน์ อายุ 89 ปี น้องสาวหลวงพ่อคูณ พร้อมลูกหลาน ก็ได้มาเยี่ยมดูอาการพี่ชายอยู่ไม่ห่าง แม้แพทย์จะไม่อนุญาตให้เข้าไปในห้องไอซียูก็ตาม

1431756772_น้องพ่อคูณ

คุณยายคำมั่น เผยว่า หลังจากทราบข่าวก็รีบเดินทางมาดูอาการพี่ชาย ซึ่งตนและพี่ชายมีความผูกพนกัน เนื่องจากเคยเติบโต ถูกเลี้ยงดูด้วยกันมาตั้งแต่เยาว์วัย  “หลวงพ่อคูณได้พูดเน้นย้ำเป็นประจำ เตือนสติอยู่เสมอ ชีวิตมนุษย์เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ดอก คนเราไม่มีทางรู้วันตายอย่างแน่นอน สังขารย่อมร่วงโรยตามกาลเวลา ตนรู้สึกเสียใจ แต่ก็ทำใจยอมรับความสูญเสียครั้งนี้ได้” คุณยายคำมั่นกล่าว

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด

เปิดพินัยกรรม หลวงพ่อคูณ บริจาคศพให้คณะแพทย์ม.ขอนแก่น

หลวงพ่อคูณ ได้ทำพินัยกรรม บริจาคศพให้คณะแพทย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อนนำมาฌาปนกิจ พร้อมระบุว่าห้ามขอพระราชทานเพลิงศพ ส่วนอัฐิ อังคารลอยแม่น้ำโขง

ในพินัยกรรมมีพยานรับรอง 4 คน คือ ร.ศ.สุขชาติ เกิดผล รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายประทีป วงษ์กาญจนรัตน์ นายธวัช เรืองหร่าย ไวยาวัจกรวัดบ้านไร่ และนายเนาวรัตน์ สังการกำแหง นิติกร 8 (ชำนาญการ) มหาวิทยาลัยขอนแก่น

11233770_10153241865108150_1890062931258317612_n

เนื้อหาสำคัญมีดังนี้

อาตมาหลวงพ่อคูณ อายุ 77 ปี ในขณะนั้น ถิ่นพำนักวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ลงวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2543 ขอทำพินัยกรรมกำหนดการ เผื่อถึงการมรณภาพ เกี่ยวกับเรื่องการจัดงานศพของอาตมา ภายหลังที่อาตมาถึงมรณภาพลง

1.ศพของอาตมา ให้มอบแก่มหาวิทยาลัยขอนแก่นภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากละสังขาร เพื่อให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น มอบให้กับภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำไปศึกษาค้นคว้าตามวัตถุประสงค์ของภาคต่อไป

2.พิธีกรรมศาสนา การสวดอภิธรรมศพ ให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำพิธีสวด พระอภิธรรมศพ ที่คณะแพทยศาสตร์ 7 วัน

3.การจัดทำพิธีบำเพ็ญกุศล เมื่อสิ้นสุดการศึกษาค้นคว้าของภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้ว ให้จัดงานแบบเรียบง่าย ละเว้นการพิธีสมโภชน์ใดๆ และห้ามขอพระราชทานเพลิงศพ โกฏิ และพระราชพิธีอื่นๆ เป็นกรณีพิเศษเป็นการเฉพาะ

โดยให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กระทำพิธีเช่นเดียวกับการจัดพิธีศพของอาจารย์ใหญ่นักศึกษาแพทย์ประจำปีร่วมกับอาจารย์ใหญ่ท่านอื่น แล้วเผา ณ ฌาปนสถานวัดหนองแวง พระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น หรือวัดอื่น

4.เมื่อดำเนินเสร็จสิ้นแล้ว อัฐิ เถ้าถ่าน และเศษอังคารทั้งหมด ให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำไปลอยที่แม่น้ำโขง จ.หนองคาย ตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์

ศาลตัดสิน ประหารชีวิตมือระเบิดบอสตันมาราธอน

ศาลสหรัฐ พิพากษาลงโทษประหารชีวิต ‘โซการ์ ซาร์นาเยฟ’ มือวางระเบิดบอสตันมาราธอน ในความผิดอุกฉรรจ์ 6 กระทงจากทั้งหมด 17 กระทง

วันที่ 16 พ.ค.58 นายโซการ์ ซาร์นาเยฟ ( Dzhokhar Tsarnaev) มือวางระเบิดบอสตันมาราธอนถูกศาลแมสซาชูเซตส์พิพากษาลงโทษประหารชีวิตจากความผิด 30 กระทง

ศาลตัดสิน ประหารชีวิต มือระเบิดบอสตันมาราธอน

โซการ์ ซาร์นาเยฟ มือวางระเบิดบอสตันมาราธอน

โดยนายซาร์นาเยฟและพี่ชายได้ร่วมกันวางระเบิดที่งานวิ่งมาราธอนเมืองบอสตันของสหรัฐเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2556 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 264 คน

หลังจากที่่คณะลูกขุนใช้เวลาพิจารณากันอยู่นานกว่า 14 ชั่วโมงก็ได้ลงความเห็นว่านายซาร์นาเยฟมีความผิดจริงและจะถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษ ซึ่งคณะลูกขุนชาย 5 คน หญิง 7 คนลงความเห็นว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของมาร์ติน ริชาร์ด เด็กชายวัย 8 ปี และลินซี่ ลู วัย 23 ปี

ส่วนการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจเชน คอลลิเออร์สนั้นเป็นฝีมือของนายทาเมอร์ลัน (Tamerlan) พี่ชายของนายซาร์นาเยฟ ทั้งนี้นายทาเมอร์ลันได้เสียชีวิตลงที่จุดเกิดเหตุระเบิดหลังโชคร้ายโดนน้องชายขับรถชนขณะพยายามหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ

ศาลตัดสิน ประหารชีวิต มือระเบิดบอสตันมาราธอน

ด้านนางลอเรตตา ลินช์ รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐกล่าวว่า เป็นการลงโทษที่เหมาะสมแล้ว  ขณะที่ชาวเมืองบอสตันในรัฐแมสซาชูเซตตส์ส่วนใหญ่คัดค้านการประหารชีวิตนายซาร์นาเยฟ เนื่องจากรัฐนี้ยกเลิกโทษประหารไปตั้งแต่ปี 2490

ส่วนครอบครัวผู้เสียชีวิต ไม่อยากให้ประหารชีวิต เพราะเกรง การอุทธรณ์ต่อสู้คดียืดเยื้ออีกหลายปี จะทำให้ความเจ็บปวดของพวกเขาไม่สงบลงเสียที

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ สำนักข่าวไทย

MThai News