สหรัฐฯ เรียกร้องไทย หาที่พักพิงชั่วคราวให้โรฮีนจา

รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ โทรศัพท์สายตรงถึงรัฐมนตรีต่างประเทศไทย เพื่อหาถึงความเป็นไปได้ในการตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวแก่ชาวโรฮีนจา

วันนี้ (16พ.ค.) สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากการเปิดเผยของ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ โดย นาย เจฟฟ์ รัทเค้ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า นาย จอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้โทรศัพท์ถึงรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยในคืนวันพฤหัสบดี เพื่อหารือถึงสถานการณ์ผู้อพยพในทะเลอันดามัน และพูดคุยถึงความเป็นไปได้ที่ไทยจะจัดหาที่พักพิงชั่วคราวแก่ชาวโรฮีนจา

page

นาย รัทเค้ กล่าวว่า ชาวโรฮีนจา เกือบ 3,000 ราย ได้รับความช่วยเหลือ หลังเดินทางข้ามทะเลไปในอินโดนีเซียและมาเลเซียในสัปดาห์นี้ แต่ก็ยังมีเรือผู้อพยพที่ยังถูกผลักดันสู่ทะเล เนื่องจากรัฐบาลหลายประเทศในภูมิภาค มีนโยบายผลักดันไม่ให้เรือผู้อพยพเข้าเทียบชายฝั่งของแต่ละประเทศ

อย่างไรก็ตาม เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ พยายามหารือกับรัฐบาลของประเทศต่างๆ ในการตอบสนองความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยเร็ว และขอให้รัฐบาลของประเทศที่เกี่ยวข้องประสานความร่วมมือกันอย่างเร็วที่สุด

โดยให้ความสำคัญลำดับแรกกับการช่วยชีวิตผู้อพยพที่ยังไร้ทิศทางอยู่กลางทะเล ซึ่งถือเป็นประเด็นเร่งด่วน อีกทั้งยังขอให้ทุกประเทศในภูมิภาคใช้ความอดกลั้นยับยั้งไม่ใช้มาตรการผลักดันเรือผู้อพยพออกไป

MThai News

ด่วน! ระเบิดร้านเฟอร์นิเจอร์ กลางเมืองยะลา

เกิดระเบิด ร้านราชาเฟอร์เนิเจอร์ กลางเมืองยะลา ไฟลุกไหม้ลามบ้านเรือนประชาชน เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงฉีดน้ำสกัด

วันนี้ (16พ.ค.) เมื่อเวลา 07.00 น. เกิดเหตุระเบิดร้านราชาเฟอร์นิเจอร์ ถนนสายกลางในเทศบาลนครยะลา ขณะนี้มีไฟไหม้อย่างหนัก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กำลังเร่งดับไฟ ทั้งนี้มีรายงานว่ายังพบวัตถุต้องสงสัยหลายแห่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากมีความคืบหน้าอย่างไร ทาง MThai News จะรายงานให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

618618-05

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกทวิตเตอร์ @man_Rw

เปิดประวัติ ‘เกจิดังวัดบ้านไร่’ ศรัทธาใจผองไทยพุทธ

‘คนเรา เมื่อมีเมตตาให้กับผู้อื่น ผู้อื่นเขาก็จะ ให้ความเมตตาตอบสนองต่อเรา ถ้าเราโกรธเขา เขาก็จะโกรธเราตอบเช่นกัน ความเมตตานี่แหละ คืออาวุธ ที่จะปกป้องตัวเราเอง ให้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง เป็นอาวุธที่ใคร ๆ จะนำเอาไปใช้ก็ได้ จัดว่าเป็นของดีนักแล’  

หลักคำสอนของหลวงพ่อคูณปริสุทโธ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังวัดบ้านไร่ ที่มีศิษยานุศิษย์ศรัทธาทั่วประเทศ

แต่…วันนี้(15 พ.ค. 58) หลวงพ่อคูณ เกิดอาพาธหนัก หัวใจหยุดเต้น ทีมแพทย์จึงทำการปั๊มหัวใจจนกลับคืนมา โดยขณะนี้ยังถือว่าอาการอยู่ในภาวะวิกฤต รักษาตัวในห้องไอซียู หอผู้ป่วยหนัก

โดยเวลา 15.00 น. แพทย์นำหลวงพ่อคูณ สแกนสมอง ยังไม่สามารถหายใจเองได้ ชีพจรเต้นอ่อน ส่วนบรรยากาศที่วัดบ้านไร่ขณะนี้ศิษยานุศิษย์ต่างเฝ้ารอฟังความคืบหน้าอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณกันอย่างเป็นกังวล

และล่าสุด เวลา 21.00 น. แพทย์ได้แถลงการณ์ฉบับที่ 2 ระบุ อาการอาพาธหลวงพ่อคูณ พบสัญญาณชีพยังไม่คงที่ ต้องใช้ยากระตุ้นหัวใจและเครื่องช่วยหายใจ  มีเลือดออกในทางเดินอาหารจำนวนมาก และมีภาวะไตหยุดทำงาน

เหล่าพุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์ จึงต่างให้กำลังใจและเฝ้าสวดมนต์ภาวนา ให้อาการหลวงพ่อคูณ พ้นขีดอันตราย กลับเข้าสู่ภาวะปกติดังเดิม

จึงขอถือโอกาสพาย้อนชีวประวัติ ‘หลวงพ่อคูณ’ ว่าเหตุใด จึงถูกยกเป็น พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของประเทศไทย และ มีศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนต่างให้ความ “นับถือ-ศรัทธา”เป็นจำนวนมาก

หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

หลวงพ่อคูณ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2466 ตรงกับแรม 10 ค่ำ เดือน 10 ปีกุน ที่บ้านไร่ หมู่ 6 ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ในครอบครัวของชาวไร่ชาวนาที่อยู่ห่างไกลความเจริญ บิดาชื่อ นายบุญ ฉัตรพลกรัง มารดาชื่อ นางทองขาว ฉัตรพลกรัง มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 3 คน คือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ  นางคำมั่น แจ้งแสงใส และนางทองหล่อ เพ็ญจันทร์

ก่อนหน้านี้ มารดาของหลวงพ่อคูณ เล่าให้เพื่อนบ้านฟังว่า ขณะตั้งครรภ์ กลางดึกของคืนวันหนึ่งเวลาประมาณตี 3  ได้ฝันเห็นเทพองค์หนึ่ง มีกายเรืองแสงงดงาม ลอยลงมาจากสวรรค์ มาที่บ้าน พร้อมกล่าวว่า เจ้าและสามีเป็นผู้มีศีลธรรม เมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งปวง ประกอบการงานอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

รวมทัั้งสร้างคุณงาม ความดีมาตลอดหลายชาติ  ขออำนวยพรให้เจ้า และครอบครัวมีแต่ความสุขสวัสดิ์ตลอดไป และเทพองค์นั้นยังได้มอบดวงแก้วอันใสสะอาดสว่างให้อีกด้วย ทั้งบอกอีกว่า ดวงมณีนี้ เจ้าจงรับไปและรักษาให้ดี ต่อไปภายหน้า จะได้เป็นพระพุทธสาวกหน่อเนื้อพระชินวร เพื่อสืบพระพุทธศาสนา เป็นเนื้อนาบุญ ที่พึ่งของสัตว์โลกทั้งปวง

หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

ทางด้านการศึกษา บิดามารดาของหลวงพ่อคูณ ได้เสียชีวิตลงในขณะที่ลูกทั้ง 3 คน ยังเป็นเด็ก หลวงพ่อคูณกับน้อง ๆ จึงอยู่ในความอุปการะของน้าสาว

สมัยที่หลวงพ่อคูณอยู่ในวัยเยาว์ 6-7 ขวบ ได้เข้าเรียนหนังสือ กับพระอาจารย์ฉาย และพระอาจารย์หล นอกจากนี้พระอาจารย์ทั้ง 3 ยังมีเมตตาอบรมสั่งสอนวิชา คาถาอาคม เพื่อป้องกันอันตรายต่าง ๆ นับว่าหลวงพ่อคูณเรียนรู้วิชาทางไสยศาสตร์มาตั้งแต่เยาว์วัย

ทั้งนี้ หลวงพ่อคูณอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดถนนหักใหญ่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เมื่อวันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2487 ปีวอก ได้รับฉายาว่า ‘ปริสุทโธ’

หลังจากที่หลวงพ่อคูณอุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว ท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ต. สำนักตะคร้อ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ทั้งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เรืองวิทยาคมเป็นอย่างยิ่ง จนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้คนเป็นอย่างมาก

หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

ตลอดช่วงอายุ หลวงพ่อคูณตั้งใจร่ำเรียนพระธรรมวินัย ตามรอยพระพุทธองค์ ที่ตรัสไว้ว่า… “เทว เม ภิกขเว วิชชา ภาคิยา”  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย วิชานั้นมีอยู่ 2 อย่าง คือ …

1. สมถะ ความสงบระงับแห่งจิตที่ปราศจากกิเลสอาสวะทั้งปวง

2. วิปัสสนา ความเห็นแจ้งซึ่งธรรมเบื้องสูงอันสุขุมลุ่มลึก ในทางพุทธศาสนาและจงเดินตามหนทางนั้นเถิด…

MThai News