‘คนเรา เมื่อมีเมตตาให้กับผู้อื่น ผู้อื่นเขาก็จะ ให้ความเมตตาตอบสนองต่อเรา ถ้าเราโกรธเขา เขาก็จะโกรธเราตอบเช่นกัน ความเมตตานี่แหละ คืออาวุธ ที่จะปกป้องตัวเราเอง ให้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง เป็นอาวุธที่ใคร ๆ จะนำเอาไปใช้ก็ได้ จัดว่าเป็นของดีนักแล’
หลักคำสอนของหลวงพ่อคูณปริสุทโธ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังวัดบ้านไร่ ที่มีศิษยานุศิษย์ศรัทธาทั่วประเทศ
แต่…วันนี้(15 พ.ค. 58) หลวงพ่อคูณ เกิดอาพาธหนัก หัวใจหยุดเต้น ทีมแพทย์จึงทำการปั๊มหัวใจจนกลับคืนมา โดยขณะนี้ยังถือว่าอาการอยู่ในภาวะวิกฤต รักษาตัวในห้องไอซียู หอผู้ป่วยหนัก
โดยเวลา 15.00 น. แพทย์นำหลวงพ่อคูณ สแกนสมอง ยังไม่สามารถหายใจเองได้ ชีพจรเต้นอ่อน ส่วนบรรยากาศที่วัดบ้านไร่ขณะนี้ศิษยานุศิษย์ต่างเฝ้ารอฟังความคืบหน้าอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณกันอย่างเป็นกังวล
และล่าสุด เวลา 21.00 น. แพทย์ได้แถลงการณ์ฉบับที่ 2 ระบุ อาการอาพาธหลวงพ่อคูณ พบสัญญาณชีพยังไม่คงที่ ต้องใช้ยากระตุ้นหัวใจและเครื่องช่วยหายใจ มีเลือดออกในทางเดินอาหารจำนวนมาก และมีภาวะไตหยุดทำงาน
เหล่าพุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์ จึงต่างให้กำลังใจและเฝ้าสวดมนต์ภาวนา ให้อาการหลวงพ่อคูณ พ้นขีดอันตราย กลับเข้าสู่ภาวะปกติดังเดิม
จึงขอถือโอกาสพาย้อนชีวประวัติ ‘หลวงพ่อคูณ’ ว่าเหตุใด จึงถูกยกเป็น พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของประเทศไทย และ มีศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนต่างให้ความ “นับถือ-ศรัทธา”เป็นจำนวนมาก

หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ
หลวงพ่อคูณ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2466 ตรงกับแรม 10 ค่ำ เดือน 10 ปีกุน ที่บ้านไร่ หมู่ 6 ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ในครอบครัวของชาวไร่ชาวนาที่อยู่ห่างไกลความเจริญ บิดาชื่อ นายบุญ ฉัตรพลกรัง มารดาชื่อ นางทองขาว ฉัตรพลกรัง มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 3 คน คือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ นางคำมั่น แจ้งแสงใส และนางทองหล่อ เพ็ญจันทร์
ก่อนหน้านี้ มารดาของหลวงพ่อคูณ เล่าให้เพื่อนบ้านฟังว่า ขณะตั้งครรภ์ กลางดึกของคืนวันหนึ่งเวลาประมาณตี 3 ได้ฝันเห็นเทพองค์หนึ่ง มีกายเรืองแสงงดงาม ลอยลงมาจากสวรรค์ มาที่บ้าน พร้อมกล่าวว่า เจ้าและสามีเป็นผู้มีศีลธรรม เมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งปวง ประกอบการงานอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
รวมทัั้งสร้างคุณงาม ความดีมาตลอดหลายชาติ ขออำนวยพรให้เจ้า และครอบครัวมีแต่ความสุขสวัสดิ์ตลอดไป และเทพองค์นั้นยังได้มอบดวงแก้วอันใสสะอาดสว่างให้อีกด้วย ทั้งบอกอีกว่า ดวงมณีนี้ เจ้าจงรับไปและรักษาให้ดี ต่อไปภายหน้า จะได้เป็นพระพุทธสาวกหน่อเนื้อพระชินวร เพื่อสืบพระพุทธศาสนา เป็นเนื้อนาบุญ ที่พึ่งของสัตว์โลกทั้งปวง

หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ
ทางด้านการศึกษา บิดามารดาของหลวงพ่อคูณ ได้เสียชีวิตลงในขณะที่ลูกทั้ง 3 คน ยังเป็นเด็ก หลวงพ่อคูณกับน้อง ๆ จึงอยู่ในความอุปการะของน้าสาว
สมัยที่หลวงพ่อคูณอยู่ในวัยเยาว์ 6-7 ขวบ ได้เข้าเรียนหนังสือ กับพระอาจารย์ฉาย และพระอาจารย์หล นอกจากนี้พระอาจารย์ทั้ง 3 ยังมีเมตตาอบรมสั่งสอนวิชา คาถาอาคม เพื่อป้องกันอันตรายต่าง ๆ นับว่าหลวงพ่อคูณเรียนรู้วิชาทางไสยศาสตร์มาตั้งแต่เยาว์วัย
ทั้งนี้ หลวงพ่อคูณอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดถนนหักใหญ่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เมื่อวันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2487 ปีวอก ได้รับฉายาว่า ‘ปริสุทโธ’
หลังจากที่หลวงพ่อคูณอุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว ท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ต. สำนักตะคร้อ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ทั้งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เรืองวิทยาคมเป็นอย่างยิ่ง จนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้คนเป็นอย่างมาก

หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ
ตลอดช่วงอายุ หลวงพ่อคูณตั้งใจร่ำเรียนพระธรรมวินัย ตามรอยพระพุทธองค์ ที่ตรัสไว้ว่า… “เทว เม ภิกขเว วิชชา ภาคิยา” ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย วิชานั้นมีอยู่ 2 อย่าง คือ …
1. สมถะ ความสงบระงับแห่งจิตที่ปราศจากกิเลสอาสวะทั้งปวง
2. วิปัสสนา ความเห็นแจ้งซึ่งธรรมเบื้องสูงอันสุขุมลุ่มลึก ในทางพุทธศาสนาและจงเดินตามหนทางนั้นเถิด…
MThai News