เด็ดขาด! ‘บิ๊กตู่’ งัด ม.44 สั่งพักงาน ‘บิ๊ก ขรก.’ 45 ราย

นายก ใช้ ม.44 สั่งฟันบิ๊กข้าราชการกระทรวง พ่วงบิ๊กข้าราชการท้องถิ่น รวม 45 รายชื่อ เหตุเอี่ยวทุจริต

เว็ปไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 16/2558 เรื่องมาตรการแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบและการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราว โดยอาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557

สั่งพักงานขาราชการทุจริต

จากกรณี ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐในส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นๆของรัฐหลายรายอยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบของสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

มูลกรณีเป็นเรื่องกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริต หรือประพฤติมิชอบ ทําให้เสียหายแก่ทางราชการ หรือทําให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน แม้ผลการตรวจสอบยังไม่อาจสรุปความผิดได้ชัดเจน ถึงขั้นชี้มูลความผิดแต่บางเรื่องมีการกระทําเป็นขบวนการ

จึงสั่งให้บุคคลที่มีรายชื่อระงับการปฏิบัติราชการในตําแหน่งเดิมเป็นการชั่วคราวและไปปฏิบัติราชการในตําแหน่งประจําสํานักงานปลัดกระทรวงในกระทรวงที่สังกัด โดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิม และให้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่รัฐมนตรีเจ้าสังกัดมอบหมาย

โดยมีรายชื่อ อาทิ นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าที่ร้อยตรีอานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว นายพัฒนาชาติ กฤติบวร อธิบดีกรมพลศึกษา นายสาธิต รังคศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายแก่นเพชร ช่วงรังษี รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี

นายพรต ภูภักดิ์ นายอําเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม นายภัลลพ พิลา นายอําเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี นายชาติกันล้อม นายกองค์การบริหารส่วนตําบลท่าตําหนัก อําเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม นายเดชาวุธ เสนยะ นายกองค์การบริหารส่วนตําบลน้ำตก อําเภอนาน้อย จังหวัดน่าน รวมทั้งสิ้น จำนวน 45 คน

MThai News

บุกตรวจ’เอ็กซ์เซ็นเตอร์’-สาวเปลือยโดดบันจี้จัมพ์

ตำรวจเชียงใหม่บุกตรวจ เอ็กซ์เซ็นเตอร์ หลังมีคลิปสาวฮ่องกงเปลือยกายโดดบันจี้จัมพ์ว่อนเน็ต ไม่พบเจ้าของสถานที่ ปัดจัดกิจจกรรมเปลือย ตร.ประสานกงสุลจีนตักเตือน

จากกรณีมีภาพนักท่องเที่ยวเปลือยกายโดดบันจี้จัมพ์โชว์ว่อนโซเชียล กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ และถูกระบุว่าสถานที่ดังกล่าวอยู่ในอำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยคลิปดังกล่าวถูกถ่ายขึ้นด้วยมือถือและแชร์ว่อนไปทั่ว นอกจากนี้ยังปรากฎภาพนิ่งของหญิงสาวคนดังกล่าว ทั้งขณะก่อนและหลังจะกระโดดลงมาจากบันจี้จัมพ์ เผยให้เห็นร่างเปลือยเปล่าอย่างชัดเจน

สาวฮ่องกงเปลือยโดดบันจี้จัมพ์

บุกตรวจ เอ็กซ์เซ็นเตอร์ ปล่อยสาวฮ่องกงเปลือยโดดบันจี้จัมพ์

วันที่ 15 พ.ค. พ.ต.อ.อดุลย์ สมนึก นำกำลังไปตรวจสอบยังสถานที่ท่องเที่ยวที่ปรากฏในคลิป ชื่อ เอ็กซ์เซ็นเตอร์ ตั้งอยู่บนถนนสายแม่ริม-สะเมิง เบื้องต้นไม่พบตัวผู้บริหาร แต่ได้มีพนักงานเข้ามาให้ข้อมูล ซึ่งจากการสอบถามทราบว่าคลิปดังกล่าวเกิดขึ้นมาประมาณ 1 สัปดาห์ที่แล้ว เป็นนักท่องเที่ยวสาวชาวฮ่องกง

ทั้งนี้พนักงานให้การเบื้องต้นว่า ไม่ได้จัดให้มีกิจกรรมในลักษณะเช่นนี้ และไม่รู้เห็นการกระทำของนักท่องเที่ยว สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความต้องการของนักท่องเที่ยวเอง โดยก่อนจะขึ้นไปกระโดดบันจี้จัมพ์ นักท่องเที่ยวได้แต่งกายด้วยเสื้อคลุมอาบน้ำ และได้ถอดเสื้อคลุมออกก่อนที่จะกระโดดลงมา

ด้านพล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์รอง ผบช.ภาค 5 เปิดเผยว่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นการกระทำให้ภาพพจน์จังหวัดเสียหาย ตนได้สั่งการให้ตำรวจสภ.แม่ริมดำเนินการ เรียกตัวเจ้าของหรือผู้จัดการมาดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับไปแล้ว ส่วนสาวชาวฮองกงนั้น จากการตรวจสอบพบว่าชื่อน.ส.นาตาลี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 17 ปี เป็นพริตตี้ โดยทราบพริตตี้รายนี้ได้เดินทางมาเพื่อจะมาถ่ายภาพตามสถานที่ต่างๆ ในเชียงใหม่ โดยใช้มือถือ และเมื่อมาที่บันจี้จัมพ์แห่งนี้ น.ส.นาตาลีได้บอกให้ทางพนักงานบันทึกภาพตอนที่เปลือยกายเล่นบันจี้จัมพ์ จากนั้นเธอนำไปเผยแพร่ทางโซเซียล

นอกจากนี้ ทางตำรวจสภ.แม่ริมเชียงใหม่ ทำหน้งสือไปยังสถานกงสุลจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่เป็นการด่วนแล้ว เพื่อให้ทางกงสุล ดำเนินการว่ากล่าวตักเตือนนักท่องเที่ยวดังกล่าว และแจ้งให้ทางผู้จัดการหรือเจ้าของ อย่าให้เรื่องอย่านี้เกิดขึ้นอีก พร้อมให้เฝ้าระวังและตักเตือนแนะนำนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ ให้ทำตามกฏระเบียบและอย่ากระทำอนาจารในที่สาธารณะด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด

MThai News

อ่านแล้วคุณจะอึ้ง ว่าพวกเขาพาดหัวแบบนี้ไปเพื่ออะไร ?

ทุกวันนี้ชาวโซเชียลที่ติดตามข่าวออนไลน์อยู่บ่อยๆ เริ่มจะเห็นการเปลี่ยนไปของลักษณะการพาดหัวข่าว โดยจากเดิมที่อ่านทีเดียวรู้เรื่องและเข้าไปอ่านข่าวต่อเพื่อรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ปัจจุบันกลายเป็นว่า อ่านพาดหัวไม่รู้เรื่องแถมคลิ๊กเข้าไปเจอข่าวสั้นสองบรรทัดจบ อ่านยังไงก็ไม่รู้เรื่อง ทำให้เสียเวลาคลิ๊กเข้าไปอ่าน ซึ่งนี่กลายเป็นพาดหัวแบบใหม่ที่ลามไปทั่วโลกออนไลน์และวันนี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์จะพาไปคุยเรื่องนี้กัน

ในยุคก่อนการพาดหัวข่าวตามหลักวารสารศาสตร์ คือ “5Ws+1H” คือ ใคร/ทำอะไร/ที่ไหน/เมื่อไหร่/ทำไม/อย่างไร (Who,What,Where,When,Why,How) ซึ่งเป็นพาดหัวข่าวในยุคสื่อหนังสือพิมพ์ที่ต้องแข่งขันกันสรุปความ เพื่อช่วยให้ผู้อ่านรับรู้เรื่องราวได้จากพาดหัวข่าวที่สำคัญ

cats

แล้วค่อยเข้าไปอ่านรายละเอียดในข่าวจริงๆ เนื่องจากพื้นทีหน้าหนังสือพิมพ์มีอยู่อย่างจำกัด พาดหัวจึงกลายเป็นตู้โชว์สินค้าในหน้า 1 เพื่อเรียกให้คนเข้าไปอ่าน แต่ปัจจุบันสื่อมวลชนเริ่มปรับตัวเข้าสู่ยุคออนไลน์ และใช้เครื่องมือโซเชียลในการดึงคนเข้ามาอ่าน ทำให้เกิดการพาดหัวแบบใหม่ที่เรียกว่า

“NEWS CLICKBAIT” / ลิงค์ข่าวหลอกคลิ๊กมีลักษณะรูปประโยคที่จับสายตา ดึงดูดความกระหายใครรู้ ความสงสัย จากผู้อ่าน ด้วยวิธีการพาดหัวข่าวหลอกล่อ ปกปิด ซ่อนเร้นเนื้อหาสาระใจความของข่าวนั้นจริงๆ เมื่อคลิ๊กเข้าไปดู ก็ไม่พบว่า “มีเนื้อหาสาระอะไร” มากนัก ก็แค่ข่าวสั้นๆแตกต่างกับพาดหัวข่าว/หรือชื่อบทความออนไลน์สมัยนี้ ที่ต้องใช้รูปแบบ

“ลิ้งค์หลอกคลิ๊ก” เพื่อทำให้ผู้ชม “ไม่รู้ หรือ รู้บางส่วนของเรื่องราว และหมกเม็ดข้อเท็จจริงบางชุดเอาไว้” เพื่อนำไปสู่การคลิ๊กเปิดดูหรือเปิดอ่านพาดหัวข่าวแบบ “ลิ้งค์หลอกคลิ๊ก” (clickbaiting) ถูกพัฒนามาจากเว็บโฆษณาออนไลน์ ที่พยายามดึงดูดผู้อ่าน ให้เข้ามากดดูโฆษณาสินค้าหรือบริการ

เพราะเว็บดังกล่าวได้รายได้จาก Ads ที่เกิดจากการคลิ๊ก แตกต่างจากเว็บใหญ่ที่รายได้มาจากการขายโฆษณาแบนเนอร์ แต่ในยุคหลังๆ มานี้ เริ่มที่จะระบาดมาในเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ จนกระทั่งสื่อบางสำนักในประเทศไทยก็ยังเริ่มเอาพาดหัวข่าวแบบนี้ไปใช้

รูปแบบ 10 พาดหัวข่าว NEWS CLICKBAIT ยอดนิยม กระหน่ำแชร์ว่อนได้แก่
1.คุณต้องไม่เชื่อแน่ๆ เมื่อ…………..
2.สิบเหตุผลที่คุณควร/ต้อง/ห้ามพลาด
3.ขึ้นต้นด้วยคำว่า ช็อคมาก! อุทธาหรณ์! แล้วคุณจะรู้ว่า
4.น้ำตาตกเมื่อเห็นสิ่งนี้……
5.ขึ้นต้นด้วยคำว่า ดูด่วน ดูหรือยัง หรือลงท้ายด้วยคำว่า มีคลิป
6.สุดรันทดกับสิ่งที่ได้พบ……..
7.ชายคนหนึ่งทำสิ่งที่เซอร์ไพรส์ เมื่อเจอกับลูกแมวที่อยู่ข้างทาง
8.ขึ้นต้นด้วยคำว่า ทำอย่างไรเมื่อ…….. หรือลงท้ายด้วยคำว่าไปดูกัน
10. ขึ้นต้นด้วยคำว่าระทึก หรือ ลงท้ายด้วยคำว่าและนี่คือสิ่งที่คุณต้อง……..

MThai News