ชูวิทย์ถาม สำลักความเท่าเทียมกันพอหรือยัง หลัง ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหาสุเทพ คดีโรงพัก 396แห่ง เป็นความผิดเฉพาะตัว
วันนี้ (15พ.ค.) หลังจากวานนี้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ได้แถลงความคืบหน้าการสอบสวน กรณีการทุจริตโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) และมีมติแจ้งข้อกล่าวนายสุเทพ ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ล่าสุดนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว “ชูวิทย์ I’m No.5″ แสดงความเห็นต่อกรณีดังกล่าว่า
หลายปีก่อน ผมเป็นผู้นำเรื่องราวความไม่ชอบมาพากลของ “โครงการโรงพัก 396 แห่ง” มาเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ เพราะความพังพินาศของโครงการ เห็นได้อย่างชัดเจนด้วยตาเปล่า
เริ่มต้นเซ็นสัญญาเดินโครงการในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ นายกฯชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ลุงกำนันคนดีของ กปปส. เป็นเจ้าของโปรเจ็ค
โครงการก่อสร้างอาคารแค่สองชั้นธรรมดาๆ เหมือนโรงพักทั่วไป ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน แต่ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 2 รัฐบาลก็ยังไม่แล้วเสร็จ เหลือเป็นซากร้าง จนกระทั่งถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นรัฐบาลที่ 3
ผมได้นำเรื่องไปร้องเรียนที่ ป.ป.ช. การสอบสวนใช้เวลานานหลายปี จนไม่กี่วันก่อน คณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. ได้แจ้งข้อกล่าวหานายสุเทพ ว่าปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ
ส่วนนายอภิสิทธิ์ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลในขณะนั้น ไม่มีส่วนต้องรับผิดชอบ รอดจากข้อกล่าวหาหน้าตาเฉย เพราะ ป.ป.ช. บอกว่าเป็น “ความผิดเฉพาะตัว” ยังไม่มีหลักฐานสาวไปถึง
แตกต่างจากคดีทุจริตจำนำข้าว ที่ ป.ป.ช. บอกว่า แม้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนในการทุจริต แต่มีพฤติกรรม “ส่อ” ว่าจะมีการทุจริต ดังนั้นยิ่งลักษณ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลต้องร่วมรับผิดชอบ
สำหรับประเทศไทยแล้ว “คอรัปชั่น” แปลความหมายได้แตกต่างกันในแต่ละยุคแต่ละสมัย ผมไม่สงสัยเลยว่า ทำไมประเทศไทยถึงแก้ปัญหาคอรัปชั่นไม่ได้เสียที
บางยุคนายกฯต้องร่วมรับผิดชอบกับรัฐมนตรี แต่บางยุคนายกฯก็ไม่ต้องร่วมรับผิดชอบกับรัฐมนตรี แม้จะเห็นว่าเหลือแต่ “ซากความอัปยศ” ตำตา เป็นยังไงล่ะครับ เราสำลักความเท่าเทียมกันพอหรือยัง?
MThai News


