บุกร้องผู้ว่าฯเมืองคอน ถูกตัดราคายาง2.1แสนตัน

ส.ค.ย. รวมตัวบุกศาลากลางจ.นครศรีธรรมราช ร้องผู้ว่าฯ ระงับและตรวจสอบการขายยางจากโกดังทุ่งสงเฟอร์นิเจอร์ หลังจับได้อ.ส.ย.แอบขายยางสต็อกตัดราคา 2.1 แสนตัน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 พ.ค. ที่บริเวณหน้าศาลากลางจ.นครศรีธรรมราช นายมนัส บุญพัฒน์ ว่าที่นายกสมาคมกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อยแห่งประเทศเทศไทย(ส.ค.ย.) พร้อมด้วยนายประเสริฐ เกาะกลาง และดาบตำรวจสถิต จิตรามาศ รวมถึงสมาชิกสมาคมกว่า 20 คน เดินทางเข้ามายื่นหนังสือต่อนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อขอให้พิจารณาระงับและตรวจสอบการขายยางจากโกดังทุ่งสงเฟอร์นิเจอร์ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

สวนยางเดือด! บุกร้องผู้ว่าฯเมืองคอน

สวนยางเดือด บุกร้องผู้ว่าฯเมืองคอน

โดยในหนังสือฉบับดังกล่าวระบุว่า ทางสมาคมฯ ได้ประจักษ์ด้วยหลักฐานและสืบทราบว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องนำยางในสต็อกที่โรงงานทุ่งสงเฟอร์นิเจอร์ ส่งมอบเพื่อขายให้กับบริษัทต่างประเทศในราคายางแผ่นรมควันกิโลกรัมละ 43 บาท ซึ่งสวนทางกับราคาในตลาดภายในประเทศที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในขณะนี้ โดยมีข้อสังเกต ดังนี้

1) มีความพยายามส่งมอบขายยางชนิดดังกล่าวเป็นการปฎิบัติตามนโยบายของรัฐหรือไม่ 2) ผลกระทบต่อราคายางในตลาดภายในประเทศจะต้องเกิดขึ้นอีกในไม่ช้า ซึ่งเป็นการเหยียบย่ำซ้ำเติมแก่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง 3) ทำไมต้องเร่งขายในราคาต่ำกว่าต้นทุนมาก ในขณะที่ราคายางกำลังมีแนวโน้มสูงขึ้น 4) หากราคายางพาราตกต่ำจากสาเหตุดังกล่าว ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบและจะเกิดความเสียหายรุนแรงที่พี่น้องชาวสวนยางต้องออกมาขอความเป็นธรรมจากเหตุดังกล่าวต่อภาครัฐอีก และ5)ขอให้มีการพิจารณาทบทวน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสอบหาผู้รับผิดชอบในกรณีที่ส่อการทุจริต

โดยนายมนัสกล่าว เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีรถเทรลเลอร์มาบรรทุกยางในโกดังของโรงงานทุ่งสงเฟอร์นิเจอร์  ซึ่งเป็นยางแผ่นรมควันในสต็อก จำนวน 2.1 แสนตัน โดยได้ทำการขนออกไปประมาณ 600-700 ตัน ติดๆ กัน เพื่อนำส่งให้กับบริษัทไห่หนาน ที่เคยทำสัญญากันไว้ก่อนหน้านี้ โดยนำขายส่งในราคา กก. ละ 43 บาท พวกตนรับไม่ได้กับพฤติกรรมดังกล่าว จึงต้องเดินทางมายื่นหนังสือในครั้งนี้ เพื่อขอให้ทางจังหวัดได้พิจารณาให้มีคำสั่งให้สมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อยแห่งประเทศไทย ได้เข้าร่วมในการสอบหาข้อเท็จจริงและตรวจสอบโกดังที่โรงงานทุ่งสงเฟอร์นิเจอร์ โดยเร่งด่วน เพื่อให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระงับการนำยางออกจากโกดัง

“ในเมื่อข้าราชการบางคนจาก องค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) สมคบคิดกับอดีตข้าราชการตลาดกลางบางคน ดื้อตาใส เห็นแก่ได้นำยางพาราแผ่นรมควันส่งออกขายให้กับบริษัทต่างชาติ “ไห่หนาน” โดยส่อเจตนาทุจริต ต่ำกว่าราคายางก้อนถ้วยที่วันนี้มีราคาเพียง 44 บาท ทุบราคายางที่กำลังขึ้น ตามกลไกตลาดเพื่อกอบโกยเงินทอนส่วนต่าง ทุบราคายางตามแผนผู้ค้าส่งออกให้ตกต่ำลง หรือ เพื่อดิสเครดิต ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ นายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรฯ เคยประกาศว่ายางทุกสต็อกจะต้องขายไม่ต่ำกว่า กก.ละ 60 บาท หากยางราคาต่ำกว่า 60 บาท ไม่ควรขาย เมื่อวานนี้พวกเราไปยืนอยู่หน้า อสย.นาบอน เพื่อไปกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ เราต้องการให้รัฐบาลออกชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เท็จจริงเป็นอย่างไร เงียบเฉย”

ขอบคุณภาพ/ข้อมุลจาก มติชน

MThai News

โวยรายการทีวีเขมร เหตุอำเจ็บนักร้องสาว

สถานีโทรทัศน์กัมพูชา ถูกวิจารณ์อย่างหนัก หลังหลอกนักร้องวัยรุ่นชาวอเมริกันว่าจะได้เจอกับแม่ที่พลัดพราก แต่กลับใช้ตัวละครแต่งตัวล้อเลียนออกมาหน้าเวทีแทน

สำนักข่าว ‘บีบีซี’ รายงานเรื่องราวกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในประเทศกัมพูชา หลังจากการแพร่ภาพรายการจากช่อง ‘มายทีวี’ (MyTV) ที่จัดฉากแกล้งหลอก ‘ออทัมน์ อัลเลน’ (Autumn Allen) นักร้องสาวลูกครึ่งอเมริกันวัย 13 ปี ว่าเธอจะได้พบกับแม่ที่ไม่ได้เจอกันมานานหลายปี แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเพียงเรื่องตลกที่ทางรายการหยอกล้อเธอเท่านั้น

1.2

รายงานระบุว่า เทปการถ่ายทอดสดดังกล่าว เผยแพร่สู่สาธารณะชนเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2558 ซึ่งตรงกับวันแม่ของประเทศกัมพูชา ซึ่งพิธีกร 2 คนของรายการได้หลอกสาวน้อยอัลเลนว่า เธอจะได้พบกับแม่ที่ไม่ได้เจอมานานตั้งแต่อายุ 6 ขวบ อีกครั้ง ทำให้สาวน้อยถึงกับน้ำตาคลอเมื่อทราบเช่นนั้น แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าทางรายการได้เตรียมดาวตลกชาย ที่แต่งตัวล้อเลียนข้ามเพศ เป็นผู้หญิงผมบรอนด์ ออกมาล้อเธอเล่นเท่านั้น ทว่า จากการที่รายการดังกล่าวถูกถ่ายทอดออกไป ก็สร้างความไม่พอใจให้แก่คนจำนวนมาก ที่ไม่รู้สึกตลกด้วยเลยกับการล้อเล่นในลักษณะนี้

โดยล่าสุดทางสถานีได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ด้วยการขอโทษผ่านหน้าเพจ ‘เฟซบุ๊ค’ ซึ่งนักร้องวัยใสได้เข้าพบทางสถานีเพื่อรับคำขอโทษ และเธอไม่ติดใจต่อเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด พร้อมทั้งเรียกร้องให้แฟนเพลงของเธอ ให้อภัยต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากทางช่องมายทีวีด้วย

‘ออทัมน์ อัลเลน’ นักร้องสาววัยเพียง 13 ปี นักร้องสาวลูกครึ่ง กัมพูชา-อเมริกัน ที่อาศัยอยู่ในกรุงพนมเปญตั้งแต่ปี 2551 เธอเคยอาศัยอยู่ในสหรัฐ จนกระทั่งอายุได้ 6 ขวบ และไม่ได้เจอกันอีกเลย ซึ่งอัลเลน มีความใฝ่ฝันว่าจะได้เจอกันแม่ของเธออีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก เข้ามาชื่นชมการจัดการกับสถานการณ์บีบคั้นหัวใจที่เธอต้องประสบต่อหน้าสื่อได้อย่างดีเยี่ยม และให้กำลังใจให้เธอสามารถเจอกับมารดาของเธออีกครั้ง ซึ่งอัลเลนได้ฝากคำขอบคุณไปถึงเพื่อน ๆ ผ่านเฟซบุ๊คของเธอ โดยบอกว่าส่วนตัวแล้วเธอไม่คิดว่าทางสถานีจะมีเจตนาทำร้ายจิตใจเธอ และเธอก็ได้รับจดหมายขอโทษอย่างเป็นทางการจากทางสถานีแล้ว

ปปช.ฟันสุเทพ-ยิ่งลักษณ์ คดีโรงพัก-ชุมนุม

ป.ป.ช.มีมติแจ้งข้อหา ‘สุเทพ’ปมโรงพักทดแทน ด้าน ยิ่งลักษณ์ ครม. อ่วมจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมือง

วันที่ 14 พ.ค.58  ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกคณะกรรมการ ป.ป.ช.แถลงความคืบหน้าการสอบสวนกรณีการทุจริตโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 แห่ง โดยมิชอบ ว่า ล่าสุดคณะอนุกรรมการไต่สวน ป.ป.ช. ได้พิจารณาข้อมูลหลักฐานเบื้องต้นเห็นว่า พระสุเทพ หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)

สุเทพ

ในขณะนั้นย่อมทราบอยู่แล้วว่า สตช.ต้องจัดจ้างก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) เป็นรายภาค ตามที่ได้นำเสนอต่อ ครม. แต่เมื่อ สตช.ขอเปลี่ยนวิธีการจัดจ้างก่อสร้าง โดยไม่ผ่านความเห็นชอบของ ครม. นายสุเทพ กลับลงนามอนุมัติการเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจ้างก่อสร้างดังกล่าว และไม่มีการเสนอให้ ครม.อนุมัติให้เปลี่ยนแปลงวิธีการ ส่งผลให้ในการจัดจ้างดังกล่าวมีผู้รับจ้างเพียงรายเดียว

ทำให้โครงการไม่แล้วเสร็จ เกิดความเสียหายต่อ สตช.และราชการ นายวิชา กล่าวอีกว่า อนุกรรมการไต่สวนฯ จึงมีมติแจ้งข้อกล่าวนายสุเทพ ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยทางอนุกรรมการฯ ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้นายสุเทพ ทราบแล้ว และในปลายเดือน พ.ค.นี้ นายสุเทพ จะเข้ามาแก้ข้อกล่าวหากับอนุกรรมการฯ ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่น ต้องรอตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมต่อไป

ขณะเดียวกัน ป.ป.ช. มีมติแจ้งข้อกล่าวหา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี จำนวน 34 ราย จากกรณีจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง เช่นญาติผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บทุพลภาพ และผู้ได้รับผลกระทบทางจิตใจ โดยเห็นว่า เป็นการจ่ายเงินภายใต้เกณฑ์และอัตราเยียวยาใหม่ โดยมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีอัตราที่สูงเกินเกณฑ์ปกติ และไม่มีกฎหมายรองรับ

ยิ่งลักษณ์

ส่วนกรณีให้เงินช่วยเหลือขอประกันตัวชั่วคราวนักโทษการเมือง ป.ป.ช.เห็นว่า กรณีนี้ ไม่ใช่เป็นการจ่ายเปล่า จึงไม่มีความผิด สำหรับ นายปกรณ์ พันธุ อดีตอธิบดีกรมการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นั้น ป.ป.ช.เห็นว่าไม่มีความผิดทั้งสองกรณี เนื่องจากเป็นการทำตามหน้าที่ข้าราชการ ตามคำสั่งของคณะรัฐมนตรีเท่านั้น

ขอบคุณข่าว เดนิวส์ , voice tv

MThai News