ผู้ค้า-ผู้ใช้ LPG จ่อยื่นค้าน รัฐเก็บภาษีเท่าน้ำมัน

ผู้ค้า-ผู้ใช้ ก๊าซแอลพีจี เตรียมยื่นหนังสือคัดค้านรัฐเก็บภาษีเท่าน้ำมัน ภาษีป้ายทะเบียบ ภาษีอุปกรณ์ติดตั้งถัง

วันนี้ (12 พ.ค. 58) นายสุรศักดิ์ นิตติวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจก๊าซยานยนต์ไทย เผยไม่เห็นด้วยกับแนวทางของกรมธุรกิจพลังงาน ที่เตรียมปรับโครงสร้างภาษีก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ให้เท่ากับน้ำมัน ปรับขึ้นภาษีป้ายทะเบียนรถยนต์ที่ใช้ก๊าซแอลพีจี และจัดเก็บภาษีนำเข้าอุปกรณ์ตัวถังแอลพีจีที่จะดัดแปลงนำมาติดตั้งในรถยนต์

ทั้งนี้ หากรัฐบาลยืนยันเดินหน้าแนวคิดนี้ จะส่งผลให้อุตสาหกรรมก๊าซแอลพีจีได้รับความเสียหายมูลค่าสูงถึง 45,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งจากยอดการใช้แอลพีจีที่ลดลง 50% เนื่องจากราคาแอลพีจีแพงขึ้น แรงงานที่ทำงานในสถานีเติมก๊าซแอลพีจีและทำงานในศูนย์ติดตั้งแอลพีจีจะตกงานกว่า 30,000 ตำแหน่ง และศูนย์ติดตั้งถังก๊าซอาจต้องปิดตัวลง

ก๊าซแอลพีจี , แอลพีจี , ภาษี , ภาษีป้ายทะเบียบ , ภาษีอุปกรณ์ติดตั้งถัง

ผู้ค้า-ผู้ใช้ ‘แอลพีจี’ เตรียมยื่นหนังสือค้านรัฐเก็บภาษีเท่าน้ำมัน

นอกจากนี้ ทางสมาคมและผู้ประกอบการทั้งจากสถานีบริการและศูนย์ติดตั้งจากทั่วประเทศ เตรียมยื่นหนังสือคัดค้านการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตแอลพีจีทั้ง 3 ส่วนต่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ในวันที่ 19 พ.ค. นี้ เพื่อให้ทบทวนเรื่องดังกล่าว

ส่วนเครือข่ายผู้ใช้แอลพีจี จะยื่นหนังสือด้วยในวันที่ 26 พ.ค. นี้ เพื่อร้องขอความเป็นธรรม หลังจากรัฐบาลทยอยปรับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีจนสะท้อนต้นทุนตลาดโลกแล้ว

อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลเตรียมเก็บภาษีแอลพีจีเพิ่ม สวนทางกับรัฐบาลประเทศอื่น ๆ ที่สนับสนุนให้มีการใช้ก๊าซแอลพีจี จึงอยากให้ภาครัฐทบทวนแนวคิดดังกล่าว เพราะก๊าซแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงที่สามารถจัดหาและผลิตได้ภายในประเทศไทย

ขอบคุณข้อมูล มติชนออนไลน์

MThai News

‘บิ๊กตู่’ ไม่บังคับ ใส่ชุดไทยทุกศุกร์ แค่ ให้เห็นความสำคัญ

นายกรัฐมตรี เล็งเห็นการใส่ชุดไทยในวันศุกร์แต่ไม่ได้เป็นการบังคับแค่รณรงค์ให้เห็นความสำคัญเท่านั้น

บิ๊กตู่ให้รณรงค์ใส่ชุดไทย

บรรยากาศก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (12 พ.ค 58 )ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอำนวย ปะติเส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้บริหารกรมหม่อนไหม และเกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ประจำปี 2558 เข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อมอบผ้าไหมผ้าซิ่นตีนแดงจำนวน 2 ผืน นอกจากนี้จะดำเนินการยื่นเสนอต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อขอขึ้นทะเบียนผ้าไหมมัดหมี่ซินตีนแดงซึ่งปัจจุบันไม่นิยมทำและเริ่มจะสูญหายจึงอยากรณรงค์ให้ประชาชนหันมาผลิตและใช้เพิ่มมากขึ้น

ขณะที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปติดตามดูสหกรณ์ทั้ง 7 แบบ โดยเน้นสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น ไม่ใช่เพียงสนับสนุนการกู้เงินเพียงอย่างเดียว พร้อมสนับสนุนให้สอดแทรกวิถีชีวิตของแต่ละท้องถิ่นเข้าไปในผลิตภัณฑ์ รวมถึงนำการตลาดเข้ามาวางแผ่ยการผลิตและจำหน่ายสินค้า ซึ่งต้องดูทั้งในและต่างประเทศ
ทั้งนี้ทางตัวแทนผู้ปลูกหม่อนไหมได้กล่าวขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่เล็งเห็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นและสืบสานวัฒนธรรมไทยด้วยการสวมใส่ผ้าไหมไทย ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรปลูกหม่อนไหมให้มีทางจำหน่ายมากขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ได้เป็นการบังคับข้าราชการหรือคณะรัฐมนตรีให้ใส่ผ้าไหมทุกวันศุกร์เพียงแต่รณรงค์ให้เห็นความสำคัญของผ้าไหมรวมถึงผ้าชนิดอื่นอาทิ ผ้าฝ้าย ที่อยากให้ช่วยกันเพราะหากนิยมใส่มากขึ้นจะเพิ่มยอดการซื้อได้ให้เกษตรกรได้ พร้อมกล่าว แซวก่อนจะเดินขึ้นห้องประชุมว่า ผมอยู่บ้านก็ใส่นอน

ขอบคุณภาพ : มติชน

MThai News

บุกจับขบวนการค้ากามเมืองหัวหิน-ถุงยางเกลื่อน!

ศูนย์ดำรงธรรมอ.หัวหิน ร่วมกับทหาร บุกจับขบวนการลักลอบค้าประเวณี ใจกลางเมืองหัวหิน ตรวจสอบพบ บัญชีลูกค้า และถุงยางใช้แล้วจำนวนมาก

วันนี้ (12 พ.ค.) ศูนย์ดำรงธรรมอ.หัวหิน จ.ประจวบคัรีขันธ์ ร่วมกับทหารราบค่ายธนะรัชต์ นำกำลังบุกเข้าตรวจค้น ภายในบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ริมทางรถไฟเขตเทศบาลเมืองหัวหิน สามารถจับกุม ขบวนการลักลอบค้าประเวณี เป็นหญิง จำนวน 8 ราย และเสมียน 1 ราย พร้อมกับชายที่คอยดูต้นทางอีก 1 ราย รวม 10 ราย  พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นบัญชีการใช้บริการและการจ่ายเงินของลูกค้า รวมถึงถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วอีกเป็นจำนวนมาก

ค้ากามหัวหิน

หลังการสอบสวนหญิงสาวทั้งหมดที่ควบคุมตัวมาได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอีสาน อายุระหว่าง 20-30 ปี โดยทั้งหมดยอมรับสารภาพว่า ให้บริการดังกล่าวด้วยความสมัครใจไม่มีใครบังคับ โดยคิดค่าบริการครั้งละ 650 บาท หักให้เจ้าของบ้าน 350 บาท แต่หากลูกค้าค้างคืนจะคิด 3,500 บาท โดยจะแบ่งรายได้ให้กับเจ้าของบ้านครึ่งนึง

ค้ากามหัวหิน1

สำหรับการให้บริการจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเวลา 2 ทุ่มเป็นต้นไป จนถึงประมาณ 04.00 น. ส่วนใหญ่มาเวลาหลังสถานบันเทิงเลิก ซึ่งแต่ละวันมีลูกค้ามากน้อยไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่ลูกค้ามาใช้บริการวันละประมาณ 30 คน มีทั้งกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน  โดยแต่ละเดือนจะมีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายกับเจ้าของบ้านแล้ว 20,000-30,000 บาท ต่อคน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ไม่พบบุคคลหรือผู้ที่ยอมรับว่าเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว

MThai News

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ….ข่าวสด