เมื่อผู้ประกาศไม่ได้มาจากสายข่าว ทำได้แค่…

เมื่อผู้ประกาศไม่ได้มาจากสายข่าว ทำได้แค่อ่านข่าวจากนสพ.

บนโลกออนไลน์และแวดวงนักวิชาการและนักสื่อสารมวลชนได้มีการแชร์ข้อความจากโพสต์ของคุณ จักร์กฤษ เพิ่มพูล  อดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนไปของผู้ประกาศตามหน้าจอโทรทัศน์

cats

โดยเผยว่า ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับผู้ประกาศข่าว ที่มาจากงานข่าว กับผู้ประกาศที่มาจากสายงานอื่น คือความเข้าใจในเนื้อหาของข่าว ไม่สามารถอธิบาย วิเคราะห์ หรือแสดงความเห็นใดๆได้ นอกจากการอ่านข่าวเอาจากหนังสือพิมพ์ ที่เป็นรูปแบบเดียวกับรายการข่าวในสถานี ที่ไม่ใช่สถานีข่าวบางแห่ง

ข่าวถูกแปรรูปเป็นความบันเทิง หลายช่องเสนอภาพและข่าว ที่ละเมิดจริยธรรมอย่างชัดแจ้ง อย่างไรก็ตาม สถานีที่ไม่ได้เน้นนำเสนอข่าวชนิดเข้มข้น และไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องความรับผิดชอบมากนัก กลับมีแนวโน้มเติบโตขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ระหว่างความรับผิดชอบ ที่ตอบโจทย์ในเรื่องความเชื่อถือ กับผลตอบแทนทางธุรกิจที่มาจากจำนวนคนดู ยังคงสวนทางกันอยู่เสมอ
ที่มา เฟซบุ๊ค คุณ จักร์กฤษ เพิ่มพูล

โผล่อีก! ดราม่ารับน้องมัธยม ร.ร.ดัง

โผล่อีก! ดราม่ารับน้องมัธยมดัง นร.โต้กลับอย่ามองข้างเดียว

จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ ประเด็นการรับน้องของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีภาพแสดงออกถึงความรุนแรงไม่เหมาะสม จนเป็นที่ถกเถียงทั่วโลกออนไลน์ ล่าสุดเรื่องเดิมยังไม่ทันจางหายก็มีกรณีแบบเดียวกันโผล่มาอีกแต่เป็นโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

10690066_823810907672633_4851438723754561268_n

โดยเจ้าของแฟนเพจเผยว่า เรื่องเก่ายังไม่ทันไปเรื่องใหม่ก็เข้ามา รับน้องโรงเรียนมัธยม โรงเรียนxxxxx รุนแรงไม่รุนแรงอีกเรื่องหนึ่ง (ซึ่งมีอยู่)

แต่คำถามที่ควรถาม คือได้อะไรจากการกระทำแบบนี้สมเหตุสมผลหรือไม่ มีประโยชน์ใดใดการพัฒนาในการเรียนและพัฒนาการของความคิดจะรับน้องอย่างไรก็แล้วแต่หากเป็นการส่งผลทางจิตวิทยาต่อสำนึก ชาตินิยม(Excessive Nationalism) อำนาจนิยม(Authoritarianism) นั้นก็ถือว่าเดินผิดทางแล้ว เพราะสองสิ่งนี้ทำร้ายการศึกษาไทย และทำลายพัฒนาการของสังคมประชาธิปไตยมามากเกินไปแล้วโดยในภาพดังกล่าวลักษณะคล้ายการว้ากในมหาวิทยาลัย มีการสั่งก้มหน้า กอดคอกัน

ทางนักเรียนที่เข้ามร่วมกิจกรรมได้แสดงความคิดเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อความสามัคคีและไร้ความรุนแรงใดๆ และมีการเห็นชอบจากผู้อำนวยการเรียบร้อยแล้ว ไม่อยากให้เป็นดราม่าซึ่งภาพที่เห็นกอดคอก้มหน้านั้นเป็นการซ้อมบูมธรรมเนียมของโรงเรียน ไม่อยากให้เป็นประเด็นบนโลกสังคมออนไลน์ รวมถึงไม่อยากให้ตัดสินเพียงแค่ภาพที่ถูกเผยแพร่อย่างเดียว และพร้อมให้สังคมเข้ามาตรวจสอบกิจกรรม

MThai News

11215826_823810911005966_8503401080495146269_n

หยุดแชร์! ช่วยปลาคาร์ฟ ปมดราม่าที่ไม่เป็นจริง

หยุดแชร์! ช่วยปลาคาร์ฟก่อนโดนถมบ่อ หลังเกลี้ยงหมดแล้ว

กลายเป็นกระแสแชร์บนโลกสังคมออนไลน์  เมื่อมีการแชร์ขอให้คนที่ชอบเลี้ยงปลา หรืออยากเลี้ยงปลาคาร์ฟ มาช่วยชีวิตพวกมันก่อนที่บ่อปลาจะถูกถม โดยเจ้าของโพสต์เผยว่าร้านอาหารบ้านสวนน้ำตรงซอยนวลจันทร์ เยื้องโรงเรียนเลิศหล้า ได้เลิกกิจการซึ่งเจ้าของใหม่จะมาปรับปรุงพื้นที่และถมบ่อ

11011836_1508249642629034_915526842340636475_n

ซึ่งมีปลาคาร์ฟอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีการติดป้ายให้สามารถนำวัสดุมาทิ้งในบ่อได้โดยเจ้าของโพสต์เป็นห่วงว่าปลาจะตายจึงวอนให้ชาวสังคมออนไลน์ที่ต้องการเลี้ยงมาตักปลาคาร์ฟออกไปก่อนที่เจ้าของจะเข้ามาปรับพื้นที่

ทั้งนี้หลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์บนโลกออนไลน์ได้มีอีกหลายคนมาเผยว่า เพิ่งลงพื้นที่บริเวณที่มีการแชร์มาพบว่ามีบ่อจริงแต่ไม่มีปลาอย่างที่ว่า มีแต่คนหาปลา รวมถึงบ่อดังกล่าวเป็นบ่อกว้างเต็มไปด้วยซากเหล็ก เศษปูนในบ่อมีปลาหลายชนิดแต่ก็จับได้ยากมากหากไม่สูบน้ำออก แนะนำว่าอย่าไปจะดีกว่าเพราะเสียเวลาแถมไม่ได้ปลากลับมาด้วย และหลังจากภาพถูกแชร์ออกไปคาดว่าตอนนี้น่าจะไม่เหลือปลาให้ช่วยแล้วก็เป็นได้

MThai News