แชร์ให้รู้ แท็กซี่คนดี ขับรถมาคืนมือถือตอนตี1

แชร์ให้รู้ “มช 9178 แท็กซี่คนดี” ขับรถมาคืนมือถือตอนตีหนึ่ง 

สมาชิกเว็บไซต์พันทิปชื่อคุณ กลุ่มดาวเต่า  ได้โพสต์กระทู้ชื่อ “แฟนลืมไอโฟนไว้บน taxi คนขับนำมาคืนให้ ขอชื่นชมค่ะ ” โดยเป็นเหตุการณ์ที่  แท็กซี่สีเขียวเหลือง ทะเบียน มช 9178 ทำความดีจนกลายเป็นกระแสชื่นชมบนโลกออนไลน์ ซึ่งสมาชิกพันทิปคนดังกล่าวได้เผยว่า ตนกับแฟนนั่งรถแท็กซี่จากตลาดรถไฟศรีนครินทร์มาช้างสามเศียรถึงบ้านประมาณ 5 ทุ่มกว่า

1431248833-1120562985-o

แต่หลังจากลงจากรถได้ประมาณ 1 ชั่วโมงผ่านไป แฟนของตนพบว่าโทรศัพท์มือถือหาย ตอนแรกคิดอว่าอยู่ในบริเวณบ้านและได้ค้นหาแล้วแต่ไม่พบจึงพยายามโทรหา ซึ่งครั้งแรกไม่มีคนรับและครั้งต่อมาเป็นพี่คนที่ขับรถแท็กซี่ รับสาย ซึ่งขณะนั้นพี่คนขับไปส่งผู้โดยสารไกลถึงปากคลองตลาด

ตนจึงให้พี่แท็กซี่กดมิเตอร์แล้วขับรถนำมาคืน โดยระหว่างนั้นลุ้นมากว่าจะได้คืนหรือไม่และพยายามมองในแง่ดี ระหว่างนั้นก็ได้ไปซื้อเครื่องดื่มรอเพื่อมอบให้กับพี่เขา จนกระทั่งประมาณตีหนึ่งแท็กซี่คันดังกล่าวก็มาขับมาถึงบ้านพร้อมคืนโทรศัพท์มือถือให้ ซึ่งพี่คนขับรถได้เผยว่าหลังจากที่ตนลงรถไปมีผู้โดยสารขึ้นมาหลายคนแต่โชคดีที่ไม่มีใครหยิบโทรศัพท์ไป ซึ่งตนได้ให้เงินค่าน้ำมัน จากมิเตอร์ 250 บาทและให้ไป 500 บาทไม่ต้องทอนพร้อมกับมอบเครื่องดื่มเย็นๆให้กับพี่คนดังกล่าวด้วย

“ต้องขอขอบคุณพี่มากๆ เลยนะคะ พี่จะไม่ต้องเอามาคืนก็ได้ แต่พี่ก็ยังมีน้ำใจขับรถมาให้ไม่คิดว่าตัวเองจะได้เจอเรื่องแบบนี้ เจอคนดีๆ แบบพี่ ซึ้งมากๆ  มช 9178 taxi สีเขียวเหลือง เป็นคนดีมีน้ำใจ ขอชื่นชมค่ะ “
ที่มา http://pantip.com/topic/33632507

เผยความจริง ลำแสงปริศนา เหนือปิรามิดมายัน

นักวิชาการ เผยความจริงของลำแสงปริศนา เหนือปิรามิดมายัน

จากกรณีที่บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพลำแสงปริศนาเหนือปิรามิดแห่งหนึ่ง จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าหวั่นจะเป็นลางบอกเหตุอะไรสักอย่าง ล่าสุด ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้อธิบายผ่านเฟซบุ๊คว่า ดร.ชิว บัญชา ธนบุญสมบัติ จาก สวทช. ได้หาคำอธิบายมาให้แล้ว จากเพจต่างประเทศ ซึ่งอธิบายรูปที่คล้ายๆ กันและดังมาก ของลำแสงประหลาดพุ่งขึ้นจากวิหารทางปิรามิดของชาวมายัน ที่หลายคนบอกว่าเป็นพลังยูเอฟโอ ส่วนตนดูตอนแรกยังนึกว่าเป็นภาพตัดต่อเลย

11206111_633197916810846_8848796193611534184_n

คำเฉลยก็คือ มันเป็นผลจาก ” rolling shutter artifact” หรือ อาการภาพล้มของกล้องที่อยู่ในมือถือเมื่อถ่ายแสงที่วาบสว่าง เช่น ฟ้าผ่าอย่างในรูป … ซึ่งเป็นเรื่องปรกติ ไม่ใช่ว่าเซนเซอร์ของกล้องเสีย หรือมีแสงสะท้อนในเลนส์กล้อง แต่อย่างไรกล้องดิจิตอลราคาถูกอย่างในมือถือนั้น จะใช้กระบวนการบันทึกภาพแบบ rolling shutter ซึ่งภาพที่เราเห็นจะถูกเซนเซอร์ในกล้องแสกน บันทึกภาพไปทีละคอลัมน์ (หรือทีละแถว ถ้าถือกล้องในแนวนอน) ไม่ใช่บันทึกทั้งภาพ (global shutter) อย่างกล้องดิจิตอลราคาแพงหรือกล้องฟิล์ม

ดังนั้น เมื่อมีแสงวาบเข้ามาในช่วงเวลาสั้นๆ อย่างแสงฟ้าผ่าหรือแสงแฟลช เข้ามาที่กล้อง เซนเซอร์ของกล้องก็บันทึกภาพไปทีละคอลัมน์ … ที่นี้ก็ขึ้นกับโชคแล้วว่าเซนเซอร์ช่วงไหน คอลัมน์ไหนที่จะบันทึกแสงที่พุ่งเข้ามาได้พอดี ลำแสงก็จะเกิดขึ้นตรงนั้นของภาพ (เช่น ภาพวิหารมายัน ที่เหมือนพุ่งขึ้นมาจากปิรามิดเลย) ถ้าเป็นฟ้าผ่า ก็มักจะได้เป็นสีชมพู ถ้าเป็นแสงแฟลช ก็มักจะเป็นสีขาวสุดท้าย เค้าได้ลองถ่ายภาพด้วยมือถือ ไอโฟน5 ถ่ายแฟลชที่ยิงแสงถี่ๆ แบบสโตรบ (strobe) ซึ่งก็ได้ภาพแถบแสงสว่าง ออกมาเช่นกันอย่างที่เห็นด้านล่าง และอีกหลายๆ แบบ

MThai News

แทงสาวหมกพงหญ้าคลองส่งน้ำ ที่แท้ฝีมือ…

ตร.รวบสามี-ญาติโหด ลวงฆ่าสาวหมกพงหญ้าเลียบคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ ไม้ตีสลบตามแทงคอซ้ำดับอนาถ อ้างรับไม่ได้ที่ผู้ตายเจ้าชู้ 

จากกรณีพบศพหญิงสาวนิรนาม ถูกแทงคอเสียชีวิตบริเวณพงหญ้าตรงจุดกลับรถถนนเลียบคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ หมู่ 9 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุทางตำรวจสภ.บางพลี ได้ออกหาข้อมูลจนทราบว่าผู้ตายคือ น.ส.เคนมาเร็น อายุ 22 ปี สัญชาติพม่า โดยได้ขึ้นทะเบียนต่างด้าวไว้ที่บริษัทอาร์เคที 46 จำกัด ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครปฐม เมื่อปี 2557 แต่หลังจากนั้นก็หายไป

รวบยกแก๊ง! แทงสาวหมกพงหญ้าคลองส่งน้ำ

รวบยกแก๊ง! แทงสาวหมกพงหญ้าคลองส่งน้ำ

จากการสืบสวนทราบว่าผู้ตายมีสามีชื่อนายคินเมาวิน อายุ 26 ปี ทำงานอยู่ย่านพัทยา ชลบุรี จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ จนทราบว่า นอกจากสามีของผู้ตายแล้วยังมีญาติของผู้ตายทำงานอยู่ที่ร้านอาหารในเรือสำราญด้วย จึงได้เชิญตัวนายเซ็นวิน อายุ 34 ปี น้าชายของผู้ตาย นายไนเอ้า อายุ 31 ปี ญาติผู้ตาย และนายคินเมาวิน สามีของผู้ตาย มาทำการสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้าย

จากการสอบปากคำทั้งหมดรับสารภาพว่าได้ร่วมกัน 4 คน แต่นายไนวิน อายุ 28 ปี ผู้ลงมือแทงเหยื่อหลบหนีไปได้ โดยผู้ตายได้แต่งงานกับนายคินเมาวินมา 5 ปี มีบุตร 1 คน แต่ผู้ตายเป็นคนเจ้าชู้ชอบคบหาผู้ชายหลายคน จนทางบ้านรับไม่ได้

ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้หนีออกจากบ้าน จนตามมาพบว่าได้มาอยู่กับชายชาวพม่าที่ชลบุรี จึงได้มารับตัวไปทำงานด้วยกัน แต่ผู้ตายไม่ยอมเปลี่ยนนิสัย จึงได้วางแผนฆ่าทิ้ง โดยหลอกพาผู้ตายนั่งรถตู้จากพัทยามาที่คลองส่งน้ำ ก่อนที่จะพาไปกินข้าวที่บางโฉลง แล้วพามาเที่ยวที่ตลาดไทยประกัน จนกระทั่งเวลา22.00 น. ชวนผู้ตายเดินเท้าจากไทยประกันมายังจุดเกิดเหตุ ก่อนที่นายไนเอ้า จะใช้ไม้ตีผู้ตายจนสลบแล้วลากลงไปข้างทาง และตามลงไปใช้ไม้ตีซ้ำจนแน่นิ่ง พร้อมกับใช้มีดแทงที่คอ 1 ครั้ง แล้วนำมีดไปทิ้งในคลองส่งน้ำ

หลังก่อเหตุทั้งหมดได้หลบหนี โดยนั่งรถเมล์สาย 132 ไปหาเพื่อนที่พระโขนง จนช่วงเช้าจึงได้เดินทางกลับไปที่พัทยา เพื่อทำงานตามปกติ ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามไปจับกุมตัวไว้ได้ ส่วนสาเหตุที่ต้องลงมือฆ่า เพราะผู้ตายทำตัวไม่ดีคบผู้ชายหลายคน ทำให้เสื่อมเสียวงศ์ตระกูล ซึ่งชาวพม่าถือว่าไม่ดี โดยพวกตนได้ตักเตือนแล้วหลายครั้ง แต่ผู้ตายไม่เชื่อจึงตัดสินใจที่จะฆ่าทิ้ง

โดยล่าสุดวันนี้(11 พ.ค.) พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ภ 1 เดินทางมาร่วมสอบปากคำผู้ต้องหา พร้อมกับนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ก่อนที่จะส่งตัวให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาต่อไป

MThai News