เห็นภาพชัดๆ โวยผ่านFB มั่นใจไม่ผิด แต่โดนใบสั่ง

เห็นภาพชัดๆ โวยผ่านFB มั่นใจไม่ผิด แต่โดนตร.แจกใบสั่ง

ชาวสังคมออนไลน์ได้แชร์ภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Thap Wongwai ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความเรื่องราวที่ตนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจแจกใบสั่ง ซึ่งตนมั่นใจว่าไม่ได้ทำผิดพร้อมกับมีภาพให้ชมชัด โดยเหตุการณ์มีอยู่ว่า ตนขี่มอเตอร์ไซค์จาก จ.เพชรบุรี เดินทางเข้ากรุงเทพ

01

โดยออกเดินทาง ตั้งแต่เวลา 17:30น. ตนขี่ชิดซ้ายมาตลอด ยึดกฎหมายเป็นหลักมีขี่แซงออกขวาบ้าง ตีไฟเลี้ยวทุกครั้ง พอแซงพ้น หรือหลบสิ่งกีดขวาง ตนจะตีไฟเลี้ยวเข้าชิดซ้ายทันที พอมาถึงทางแยก ถนนกาญจนาภิเษก ตัดกับถนนเอกชัย กลับถูกตำรวจเรียก ซึ่งตนได้ให้ใบขับขี่ดู ซึ่งตำรวจถามว่าทำไมไม่ชิดซ้าย พร้อมกับเขียนใบสั่งให้ตน ตนจึงอยากให้ชาวสังคมออนไลน์ดูภาพชัดๆว่าผิดกฎหมายหรือไม่ พร้อมทั้งอยากให้ชาวสังคมออนไลน์ช่วยกันแชร์เพราะตนมั่นใจว่าไม่ได้ทำผิดแน่นอน
“เราหน้าตาบ้านๆแบบนี้ แต่เรามีน้ำใจนะ เราเคารพกฎหมาย เรารู้กฎจราจร และทำตามกฎจราจรตลอด จะมาเอาผิดเราได้อย่างไร!!!”

MThai News
ขอบคุณภาพและที่มาจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Thap Wongwai

02

03

04

05

นักวิชาการสื่อ แนะ กสทช. หยุดเรื่องวุ่นทีวีดิจิตอล

นักวิชาการสื่อ แนะ กสทช. หยุดเรื่องวุ่นทีวีดิจิตอล ก่อนโดนถล่มเอง

จากกรณีที่ทีวีพูลบอกเลิกสัญญาสัมปทานทีวีดิจิตอล จนทำให้กสทช.ขู่ว่าจะต้องชดใช้ค่าเสียหายและไม่สามารถคืนช่องได้ ล่าสุด นายธาม เชื้อถาปนศิริ นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คแสดงความคิดเห็นกรณีดังกล่าว โดยได้แนะหลัก 8 ข้อในการแก้ปัญหายุติเรื่องวุ่นวายนี้ โดยเผยว่า

234794

กสทช. ต้องไม่คิดว่า เมืองไทยจะต้องมีทีวีดิจิทัลเต็มแผง 24 ช่อง (หรือ 48 ช่อง) ควรให้มีตามจำนวนที่ตลาดต้องการ ต้องคิดเรื่องความคุ้มทุนคุ้มค่า ความสามารถในการแข่งขันได้ของผู้เล่น ให้มีจำนวนที่เหมาะสม มิเช่นนั้นตลาดจะล้มเหลวทั้งระบบ การขอยกเลิกใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ควรเป็น”เอกสิทธ์ิ”ของผู้ประกอบการ ในการบอกเลิกสัญญาหรือขอคืนคลื่น (และต้องบอกเลิกได้จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้)ต่อไปจะมีอีกหลายช่องที่ต้องขอยกเลิกใบอนุญาตอีก. กสทช. ต้องเตรียมรับมือมาตรการยกเลิก

โดย การจ่ายเงินค่าใบอนุญาต กสทช. ไม่มีอำนาจบังคับเอาเงินใบอนุญาต”เต็มอายุ” หากผู้ประกอบการ”ทำธุรกิจต่อไม่ไหว” แต่สามารถมี”ค่าปรับ”ได้ แต่ต้องตามเหตุสมควรกสทช. มีสิทธิในการยึดเงินประกัน (แบ๊งค์การันตี) แต่ผู้ประกอบการก็มีสิทธิขอจ่ายแค่ค่าปรับหรือค่าธรรมเนียมยกเลิก แต่ไม่ควรเกิน 5% ของค่าใบอนุญาตที่ประมูลไป. ซึ่งตรงนี้ยังไม่มีกฎ แต่ก็ควรจะมีกฎ นอกจากนี้ กสทช. ต้องเร่งแจกจ่ายคูปอง ขยายโครงข่าย ประชาสัมพันธ์ให้คนมาเปลี่ยนเป็นทีวีดิจิทัล มีมาตรการเชิงรุกมากกว่านี้

ในส่วนเฉพาะหน้า กสทช. ต้องอย่าท่องกฎว่า “ต้องจ่ายเงินให้ครบ” เพราะที่สุดหากฟ้องร้องกันจริงๆ กสทช. จะแพ้แน่ๆ เพราะประกาศกสทช. ไม่ได้เขียนชัดเจน รัดกุม ว่าต้องจ่ายให้ครบกฎเขียนแค่ว่า ในกรณีที่จ่ายล่าช้า จะต้องจ่ายส่วนค้างพร้อมดอกเบี้ยตรมจำนวนสัดส่วนวันที่ล่าช้ กรณีเจ๊ติ๋มนี้ไม่ได้ส่งค่างวดล่าช้า แต่คือการตัดสินใจยกเลิกสัญญา ย่อมมิสามารถใช้กฎระเบียบการจ่ายล่าช้าพร้อมค่าปรับได้ รวมถึงอย่าให้ข่าวแก่สื่อผิดๆว่า “ถึงยกเลิกก็ต้องจ่ายให้ครบ”. เพราะต่อไปอาจถูกตีกลับเองว่ากสทช. นั้นมั่วเอาเอง และอาจจะถูกเรียกร้องค่าเสียหายเสียเองจากผู้ประกอบการ

ทั้งนี้ถัดจากวันกำหนดจ่ายอีก 15 วัน หากทีวีพูลไม่ยอมจ่ายเงินค่างวดที่2ให้ กสทช. มีอำนาจสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตทั้ง 2 ช่อง เรื่องนี้ไม่ต้องชวนตีความ หากกสทช.แม่นยำและรอบคอบแต่แรก สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ คือหาทางออกให้ทีวีดิจิทัล ต่อไปจะเกิดกรณียกเลิกก่อนสัญญาสัมปทานแน่ๆ ต้องออกมาตรการที่แก้ปัญหา ไม่ใช่สร้างปัญหาใหม่ หรือเขียนล็อกตัวเองหรือผู้ประกอบการ ซึ่งเจ๊ติ๋ม เลิกได้ ยุติได้ ไม่ทำต่อได้ แต่ไม่มีสิทธิที่จะไม่จ่าย ความจริงควรจ่ายเท่าที่ได้ใช้ตามจริง (ค่าสัมปทานหารด้วยจำนวนปี).หรือมีค่าธรรมเนียมบอกเลิกได้ ฐานทำรัฐเสียหาย แต่กสทชฺก็มีส่วนทำทีวีดิจิทัลทุกช่องเสียหายเช่นกัน ก็ต้องชดเชยให้ด้วย

“…เกมตอนนี้จะยืดเยื้อไปอีก 15 วันเมื่อถึงวันนั้นกสทช.จะต้องใช้อำนาจตนเองในการพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตของไทยทีวีและโลก้า แต่จอต้องดับในระบบทีวีดิจิทัลแน่นอน
และตอนนั้นดราม่าอาจจะย้ายมาถล่มที่กสทช. เอง!..”

MThai News

โวย!รอหมอ จนไส้ติ่งแตก ความผิดใคร?

โวยหมอเมืองสองแคว คนไข้ไส้ติ่งแตก เป็นความผิดของใคร???

ชาวสังคมออนไลน์ได้แชร์ภาพและข้อความจากสมาชิกเฟซบุ๊ค ชื่อ กฤษณา กอสัมพันธ์ โดยได้โพสต์ข้อความถึง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่คนไข้ไส้ติ่งแตกแต่ไม่ได้รับความใส่ใจจากเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่า นางลา แซ่ม้า ได้เกิดอาการปวดท้อง มารักษาที่โรงพยาบาลพุทธชินราช แพทย์เจ้าของไข้วินิจฉัยว่า เป็นถุงน้ำในมดลูก ผ่าตัดถุงน้ำ หลังผ่าตัด ยังปวดท้อง และปวดลำใส้ แต่ไม่มีใครสนใจ หมอให้คนไข้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน ต่อมาคนไข้ไส้ติ่งแตก ติดเชื้ออย่างรุนแรง

11220857_827030707387114_9085207599727686622_n

สุดท้าย ต้องตัดลำใส้ 40 ซม. แผลหน้าท้องต้องเข้าห้องผ่าตัด รวม 4 ครั้ง แผลตั้งแต่ใต้ราวนมถึงหัวเหน่า ต้องนอนรักษาตัว 48 วัน โดยเจ้าของโพสต์มีคำถามที่ข้องใจว่ากรณีนี้เป็นความผิดของใคร หมอ พยาบาล ละเลยไม่ใส่ใจ หรือ เป็นคราวซวยของคนไข้เองที่ไม่ตาย พร้อมอ้างถึง การพิจารณาเยียวยาตามมาตรา 41 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพ คุณหมอใช้หลักมนุษยธรรมข้อใดพิจารณาใช้ข้อเท็จจริง อันใดพิจารณาว่าเป็นความผิดของคนไข้เอง จึงไม่เยียวยา

อย่างไรก็ตามเจ้าของโพสต์เรียกร้องให้มีการแชร์ให้เรื่องนี้ไปถึงผู้ใหญ่ในแวดวงสาธารณสุขเพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรมและจี้ให้หมอรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น

MThai News