แฟนเพจ ตร.ชี้ ยิ่งปฏิรูปตำรวจ ยิ่งเละ เหตุทำเพื่ออำนาจ

เพจตร.ชี้ ยิ่งปฏิรูปตำรวจ ยิ่งเละเทะ เหตุทำเพื่ออำนาจทั้งนั้น

แฟนเพจ ตำรวจไทย สู้ๆ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับกระแสข่าวที่มีการเรียกร้องให้ปฏิรูปวงการตำรวจ โดยเผยว่า คนคิดที่จะปฎิรูปตำรวจมีความรู้ เกี่ยวกับตำรวจมากแค่ไหนเคยรู้ถึงปัญหาที่แท้จริงของตำรวจหรือไม่เคยลงมาปฏิบัติงานในพื้นที่กับตำรวจหรือไม่

11150498_763295567113428_1158781704447233641_n

ถ้าคิดว่าจะปฎิรูปตำรวจ จะทำให้องค์กรตำรวจดีขึ้น ตำรวจทุกคนพออยู่พอกิน ทำงานโดยไม่ต้องควักเงินส่วนตัวตำรวจทุกคนก็พร้อมที่จะให้พวกคุณปฎิรูปไม่ใช่ปฎิรูปเพื่อลดอำนาจตำรวจ ไม่ใช่ปฎิรูปเพื่อความอคติขอคุณ ไม่ใช่ปฎิรูปเพื่อให้ตำรวจหมดอำนาจไม่ใช่ปฎิรูปเพื่อความสะใจของตัวคุณเองและไม่ใช่ปฎิรูปเพื่อเป็นเกมทางการเมือง

ทั้งนี้ที่พูดมา ถ้าปฏิรูปไม่ตรงจุดหรือปฎิรูปเพราะความอคติผลเสียไม่ได้ตกอยู่กับตำรวจเพราะอย่างไง “ตำรวจ” ก็ยังคือ “ตำรวจ”แต่ในทางกลับกันผลเสียจะตกอยู่กับ
ประชาชนและจะตกอยู่กับบ้านเมือง

อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการโพสต์หัวข้อนี้ได้มีชาวสังคมออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยมีคนมองว่า ระบบข้าราชการไทยมีการนำระบบอุปถัมภ์เข้ามาร่วมด้วยและมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ ผู้ที่ได้ผลประโยชน์ส่วนใหญ่คือตำแหน่งบนๆ ส่วนข้าราชการชั้นผู้น้อย ยังลำบากยังไงก็เป็นอย่างนั้น ปฏิรูปไปก็ไม่ได้ผลอะไรเพราะหากยังเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนกันอยู่

ผบ.ทบ. ยื่นฟ้อง ‘แม้ว’ หมิ่นประมาท กระทบความมั่นคง

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ยื่นฟ้อง ‘ทักษิณ’ ฐานหมิ่นประมาท เข้าข่ายกระทบต่อความมั่นของของประเทศ

วันนี้ (28 พ.ค.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้ พล.ต.ศรายุทธ กลิ่นมาหอม ผู้อำนวยการสำนักพระธรรมนูญ กองทัพบก เป็นโจทย์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ศาลอาญา โดยคดีดำเลขที่ 1824/2558 ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ฐานความผิดคดีหมิ่นประมาท หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศที่เข้าข่ายกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาตรา 326 และ 328

ผบ.ทบ.1

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก

ทั้งนี้ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 บัญญัติว่า ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี มาตรา 326 บัญญัติว่า ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้น เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนมาตรา 328 บัญญัติว่า ความผิดฐานหมิ่นประมาท กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจาย เสียง หรือกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวร้องด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก…สำนักข่าวไทย

‘สนธิญาณ’ ฟ้อง เนชั่นฯ ฐานกีดกัน-กล่าวหาครอบงำกิจการ

‘สนธิญาณ’ ยื่นฟ้องดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้บริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด  9 คน หลังกล่าวหาผู้ถือหุ้นว่าเจตนาร่วมกันครอบงำกิจการของเนชั่นฯ

วันนี้ (28 พ.ค.) นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้อำนวยการสำนักข่าวทีนิวส์ พร้อมคณะ ได้เดินทางมายัง สน.ลุมพินี เพื่อแจ้งความเอาผิด บริษัท เนชั่น มัลติมีเดียกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ NMG และคณะกรรมการทั้ง 9 คน ประกอบด้วย 1. นายสุทธิชัย แซ่หยุ่น 2. นายพนา จันทรวิโรจน์ 3. นายเชวง จริยะพิสุทธิ์ 4. นายปกรณ์ ปริมาสพร 5. น.ส.ดวงกมล โชตะนา 6. นายเสริมสิน สมะลาภา 7. นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ 8. น.ส.เขมกร วชิรวรากร 9. นายณิทธิมน หัสดินทร ณ อยุธยา ในข้อหาหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ,326 ,328 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(1)

สนธิญาณ

นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้อำนวยการสำนักข่าวทีนิวส์

กรณีดังกล่าวเกิดจากที่ บริษัทเนชั่นฯ ได้มีการจัดการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2558 ในวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในผู้ถือหุ้นคือ นายฉัตรชัย ภู้โคกหวาย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักข่าวทีนิวส์ ที่ได้รับฉันทะจาก นายสนธิญาณ ให้เข้าร่วมประชุมในครั้งนั้น โดยหลังจากที่มีการลงทะเบียนการประชุมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่ามีชายฉกรรจ์ขวางพื้นที่ไม่ให้ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมกว่า 100 รายเข้าร่วมประชุม ซึ่งถือเป็นการลิดรอนสิทธิ์ เสรีภาพของผู้ถือหุ้น โดยทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงได้มีคำสั่งให้เนชั่นฯ ทำหนังสือชี้แจงต่อกรณีดังกล่าว

ทั้งนี้ ข้อความในหนังสือชี้แจงระบุว่า มีกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งได้เข้าถือหุ้นของเนชั่นฯ โดยมีเจตนาที่จะร่วมกันครอบงำกิจการของเนชั่นฯ โดยที่มิได้ปฏิบัติให้เป็นไปโดยถูกต้องด้วยกฎหมาย และหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการครอบงำกิจการ

ด้าน นายสนธิญาณ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนถูกกล่าวหาจากสื่อของกลุ่มเนชั่น และผู้บริหารกลุ่มเนชั่นบางรายผ่านเครือข่ายสื่อออนไลน์มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความเสียหายทั้งต่อตนเองและองค์กรที่สังกัด แต่ไม่เคยดำเนินการตามกฎหมายกับเนชั่น ได้แต่เรียกร้องให้ทางเนชั่นหยุดการกระทำดังกล่าว เพียงเท่านั้น แต่ปรากฎว่าไม่เป็นผล อีกทั้งคำชี้แจงที่ออกมาเป็นกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ทำให้ตนเองได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง

ทางนายสนธิญาณ จึงต้องอาศัยอำนาจทางกฏหมาย ให้มีการดำเนินคดีอาญาต่อผู้บริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี เพื่อรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงและความถูกต้อง

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก…matichon