ปชช.แห่จ่ายภาษีเดือนเม.ย.ที่สนง.กว่า 430 ล้าน

กรมการขนส่งทางบก เผย ประชาชนแห่จ่ายภาษีรถในเดือนเมษายน ในหลายช่องทาง มากที่สุดคือ สนง.ขนส่งกรุงเทพฯ เก็บภาษีได้มากกว่า 430 ล้านบาท

นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบก ขยายช่องทางการรับชำระภาษีรถให้หลากหลายมากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ปรากฏว่า คนกรุงเทพฯยังคงนิยมเลือกใช้บริการรับชำระภาษีรถยนต์ ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 มากที่สุด เฉพาะในเดือนเมษายน 2558 มีประชาชนมาใช้บริการที่สำนักงาน จำนวน 365,901 ราย จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 435,609,430.15 บาท

ชำระภาษีรถ-1

ในส่วนของช่องทางอื่นๆ ก็มีประชาชนมาใช้บริการไม่ขาดสายเช่นกัน โดยช่องทาง “เลื่อนล้อ ต่อภาษี” (Drive Thru for Tax) มีผู้ใช้บริการจำนวน 65,097 ราย จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 116,037,671.43 บาท ด้านการใช้บริการรับชำระภาษีรถ ตามโครงการ “ช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี” ที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีในวันเสาร์-อาทิตย์ ทั้ง 14 สาขา ได้แก่ สาขาลาดพร้าว รามอินทรา รัชดาภิเษก บางปะกอก เพชรเกษม อ่อนนุช สุขาภิบาล 3 บางบอน สุวินทวงศ์ แจ้งวัฒนะ บางใหญ่ สำโรง ศรีนครินทร์ และบางนา ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลรามอินทรา และเซ็นทรัลลาดพร้าว รวมทั้งศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์ค มีประชาชนมาใช้บริการจำนวน 28,861 ราย จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 41,945,514.55 บาท

นอกจากนี้ประชาชนยังให้ความสนใจเข้าชำระภาษีที่ศูนย์บริการร่วมคมนาคม เชิงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน และชำระภาษีรถผ่านอินเทอร์เน็ตที่ www.dlte-serv.in.th รวมถึงการใช้บริการผ่านช่องทางอื่นๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือบนเครือข่าย AIS และ True move และทางไปรษณีย์ ทำให้ยอดเก็บภาษีในปีนี้สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมามาก

สำหรับการรับชำระภาษีรถผ่านช่องทางต่างๆ ต้องนำหลักฐานการทำ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถมาแสดง สำหรับรถเก๋ง รถปิ๊กอัพ รถตู้ ที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี ขึ้นไป หรือรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปีขึ้นไป ต้องมีใบรับรองการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) มาแสดงด้วย โดยจะมีสมุดคู่มือจดทะเบียนรถหรือไม่ก็ได้ รวมถึงรถที่ติดตั้งแก๊สต้องมีหนังสือรับรองการตรวจสอบและทดสอบตามระยะเวลาที่กำหนดด้วย

MThai News

‘ถอดยศทักษิณ’ปมเก่าเล่าใหม่ ที่ ปชป.-กปปส.เฝ้าจับตา!

หลังจาก พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รับเทียบเชิญเดินทางปาฐกถานโยบายเศรษฐกิจ ณ ประเทศเกาหลีใต้ วันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนทวีตเตอร์ข้อความว่าได้พบผู้นำประเทศและบุคคลสำคัญต่างๆหลายคน หลังจากนั้นได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ ซึ่งอาจมีเคล้าโคลงว่า “พูดถึงประเทศไทย”

ขณะที่ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐบาล ได้แสดงความเห็นดักคอดักทาง ก่อนหน้าที่ พ.ต.ท. ทักษิณ จะเดินทางไปเกาหลีใต้ว่า “ห้ามพูดหรือแสดงความคิดเห็นใด” ที่กระทบประเทศ หรือ ฝ่ายความมั่นคง เด็ดขาด!

หลังจากนั้น สื่อไทยได้มีการเผยแพร่บทสัมภาษณ์ที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ ซึ่งใจความทางรัฐบาลไทย ระบุชัด “กระทบต่อความมั่นคงประเทศ”

เรียกร้องถอดยศทักษิณ

โดยวานนี้ (27 พ.ค.) ทางกระทรวงการต่างประเทศ ออกเผยแพร่ข่าวสารนิเทศเรื่อง “การยกเลิกหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” ทันที 2 ฉบับ

และล่าสุด (28พ.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้ความเห็นว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องทางคดี โดยเฉพาะการฟ้องร้องตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112 คดีหมิ่นสถาบัน

ซึ่งขณะนี้ อัยการรับสำนวนคดี ‘พ.ต.ท.ทักษิณ’ ผิดอาญา “ม.112″ แล้ว เตรียมเสนอเรื่องให้”อัยการสูงสุด”พิจารณาตั้งคณะทำงาน

ตลอดทั้งวันนี้ กระแสข่าว พ.ต.ท. ทักษิณ ครองพื้นที่ข่าวการเมือง มีหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์หลายทิศทาง

จนถึงขั้น “สบโอกาส” ปลุกกระแส-ต่อยอดเดิมเมื่อหลายปีก่อน ที่ “ฝั่งการเมืองตรงข้าม” พยายามให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรัฐบาลในยุคนั้น “ถอดยศ พ.ต.ท. ทักษิณ” ให้ได้

โดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตโฆษก กปปส. เผยว่า นอกจากกระทรวงต่างประเทศสั่งถอนพาสปอร์ตของ พ.ต.ท.ทักษิณแล้ว ควรประสานไปยังนานาชาติในการส่งตัวกลับมาดำเนินคดี พร้อมตำหนิ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมัยเป็น รมต. กระทรวงการต่างประเทศมอบพาสปอร์ตให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณในฐานะนักโทษหลบหนีคดี

แต่ไม่ยอมให้พาสปอร์ตกับนักโทษในกรณีอื่น ส่วนเรื่องถอดยศหรือไม่ ขึ้นอยู่กระบวนการที่รัฐบาลต้องพิจารณารอบคอบ

ขณะที่ นายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้หนีคดีเข้าข่ายองค์ประกอบที่ไม่สมควรถือพาสปอร์ตของไทย และรัฐบาลชุดนี้ควรจัดการเรื่องดังกล่าวมานานแล้ว รวมถึงเรื่องที่การถอดยศ เพราะผลมาจากพฤติกรรมไม่เหมาะสม

ด้านนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากยกเลิกพาสปอร์ตพ.ต.ท.ทักษิณแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) จะต้องดำเนินการถอดยศโดยเร็ว เพราะถูกศาลพิพากษาจำคุกและหลบหนีหมายจับถึง 5 คดี

MThai News

หนุ่มซิ่งรถชนเสาไฟฟ้าคอหัก รอดปาฏิหาริย์

เรื่องราวปาฏิหาริย์บังเกิด เมื่อหนุ่มเมืองผู้ดีประสบอุบัติเหตุคอหัก ไขสันหลังเสียหายหนัก แต่รอดชีวิตอย่างไม่น่าเชื่อ

คอหัก,รอดปาฏิหาริย์,อังกฤษ,อุบัติเหตุ

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ ‘มิรเรอร์’ รายงานเรื่องราวของนาย ‘โทนี โคแวน’ ชาวเมืองนิวคาสเซิล ของอังกฤษ หลังจากที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ในลักษณะยานพาหนะเสียการควบคุม ในลักษณะโถมเข้าใส่ที่กั้นถนนข้างทาง พร้อมทั้งอัดเข้ากับเสาไฟจนพังยับเยิน เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2557 ที่ผ่านมา

ขณะนั้นแพทย์ได้ลงความเห็นจาก อาการในลักษณะ ศีรษะฉีกขาดออกจากกระดูกสันหลัง นอกจากนี้หัวใจได้หยุดเต้นลง แต่กระนั้น แม้หน่วยกู้ภัยจะลงความเห็นว่าเขาไม่น่าจะรอดได้ แต่ก็เร่งรีบช่วยชีวิต โทนี อย่างเร่งด่วนในขณะนั้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่แพทย์ได้ตรวจพบว่า สมองของเขาหยุดทำงานแล้ว จนแพทย์ในคณะรวมทั้งญาติพี่น้องที่เข้าไปเยี่ยม ต่างลงความเห็นให้แพทย์ ใช้วิธีที่ทำให้เขาจากไปอย่างสงบ แมนการอยู่อย่างทรมานต่อไป แต่ทันใดนั้น เขากลับฟื้นลืมตาขึ้นมา พร้อมทั้งแสดงอาการสื่อให้รู้ว่า เขายังคงมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป

ต่อมาทีมแพทย์ ตรวจพบว่า มันสมองของเขายังคงใช้การได้ แม้แต่ว่าคอที่ศีรษะยังงอพับไปข้างหลัง เนื่องจากเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อยึดอยู่ แพทย์ได้ระดมช่วยกันยกกะโหลกศีรษะมาต่อเชื่อมกับกระดูกสันหลัง โดยใช้แผ่นโลหะและน็อตสกรูเข้าขันเชื่อมติดกันเอาไว้

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการรักษาในครั้งนี้ ถือเป็นวิธีการที่แปลกประหลาดครั้งหนึ่ง แต่มันกลับให้ชีวิตใหม่กับคนไข้ การ เป็นสิ่งที่แทบจะไม่เคยทำมาก่อน ขณะนี้ โทนีอาการทรงตัว แต่การสื่อสาร แม้ยังคงติดขัด โดยเขาจะต้องสื่อสารผ่านการกระพริบตา และจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงควรต้องเฝ้าระวังไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างใกล้ชิด

MThai News

ที่มา Mirror