โวย! 2 ผู้ประกาศช่องดาวเทียม แต่งหวิวรายงานข่าว

โวย! 2 ผู้ประกาศช่องดาวเทียม แต่งหวิวรายงานข่าว ชี้ไม่เหมาะสม จี้รับผิดชอบต่อสังคม จะอ้างสิทธิเสรีภาพไม่ได้

เกิดเป็นที่ฮือฮาถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม หลังปรากฎภาพ 2 ผู้ประกาศสาวโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่องหนึ่งนุ่งน้อยห่มน้อยรายงานข่าวเพื่อเรียกเรตติ้งให้กับช่องของตัวเองแชร์ว่อนในโลกออนไลน์

1.2

โดยภาพดังกล่าวได้เผยให้เห็น 2 พิธีกรสวมเสื้อผ้าคล้ายชุดชั้นในทั้งท่อนบนและท่อนล่าง ซึ่งเมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงคามเห็นมากมาย โดยเฉพาะน.ส.ภัทราพร ตั๊นงาม ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ช่องไทยพีบีเอส ที่ได้โพสต์ข้อความดจมตีการกระทำดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ทั้ง 2 แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม จะมาอ้างเป็นสิทธิคงไม่ได้เพราะเป็นการถ่ายทอดออกอากาศให้คนทั่วไปได้เห็น

“เสรีภาพสื่อ”…???

ภาพเหล่านี้… ออกอากาศ ทางทีวี ช่องดาวเทียม รายการเล่าข่าว วันนี้ข้าพเจ้า เกิดคำถามกับใจตัวเอง ..?? “เสรีภาพสื่อ.. ควรต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ..” ใช่หรือไม่.. แล้ว ความรับผิด..และรับชอบ.. คืออะไร.. ??? ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์สูง หรือต้องเป็นถึง”สื่อมืออาชีพ”..
แต่สื่อฯ ทุกคน ก็ต้องตอบคำถามนี้ได้

ข้าพเจ้า ไม่ได้โลกสวย..ที่จะยินดีเห็นภาพแบบนี้ ปรากฏผ่านสื่อทีวี.. จากผู้ที่มายืนเล่าเนื้อหา อยู่หน้าจอ.. และ นี่ก็ไม่ใช่สิทธิ์ส่วนบุคคล.. เพราะเป็นการออกอากาศ มีช่องทางให้รับชมได้ทั่วประเทศ เสรีภาพสื่อ.. เป็นเรื่องที่สังคมเค้าให้เกียรติ..หยิบยื่น..ยินยอม..ยินดี และ ยกย่องให้สื่อ เพราะอะไร…?? เพราะสิ่งที่ “บรรพบุรุษสื่อมวลชน” ที่ดี ทำไว้ในอดีตกาล..

การขุดคุ้ย ตรวจสอบ..กัดไม่ปล่อย การต่อสู้กับอำนาจที่ไม่เป็นธรรม ทำให้สังคมรับรู้ถึงสิ่งที่โดนปิดหูปิดตา และสร้างสรรค์นำพาให้เกิดความจรรโลงในสังคม ด้วยความถูกต้อง และทำความจริงให้ปรากฏ นั่นหมายถึง”เสรีภาพของสังคม”..

แต่เสรีภาพสื่อ.. มิใช่การยกย่อง แสวงหา..หรือเรียกร้องเพื่อให้ตัวเอง ได้สิทธิ์, หรือ อภิสิทธิ์ ทำอะไรก็ได้ โดยไม่ได้ตื่นรู้แท้จริงเลยว่า “เสรีภาพสื่อ”..คืออะไร..?? ปัจจุบัน.. การเรียกร้องแสวงหาเสรีภาพให้ตัวสื่อเอง ก็ครั้นแต่จะทำให้สังคมเย้ยหยัน..ดูหมิ่น และขบขัน..หรืออาจเป็น “Hate Speech” คือ การใช้ถ้อยคำ “สร้างความเกลียดชัง” ด้วยซ้ำ เพราะความเป็นจริง มันยังมีภาพแบบนี้เกิดขึ้นอยู่

..และยังมีอีกหลายประเด็นเรื่องราว.. ที่สังคม กำลังตั้งคำถามกับ บุคคลที่เรียกตัวเองว่า ” สื่อมวลชน” หรือ แวดวงของ “คนทำสื่อ” กันมากอยู่แล้วในทุกวันนี้ ข้าพเจ้า..เชื่อว่า..สื่อมวลชน ทุกคนต่างมีความมุ่งมั่นอยู่ในใจและเลือกได้.. ว่าจะเป็น”สื่อจรรโลง”.. หรือ “สื่อจัญไร”

สำหรับการแต่งกายนุ่งน้อยห่มน้อยของผู้ประกาศข่าว เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยครั้งนั้นถูกวิจารณ์อย่างหนักเช่นกัน แต่เมื่อกาลเวลาผ่านเรื่องก็ได้เงียบหาย ก่อนจะกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้งกับกรณีนี้

ภาพจาก Facebookสายชน ผูกโพธิ์ ชน

1.3 1.4

คุมหลานหื่น ข่มขืนยายวัย86ทำแผน สารภาพเมาขาดสติ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัวคนร้ายคดีข่มขืนยายตัวเองวัย 86 ปี เข้าทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังศาล จ.ลพบุรี อนุมัติออกหมายจับ

จากกรณีที่มีคนร้ายก่อเหตุข่มขืนคุุณยายวัย 86 ปี ที่ชุมชนหลังโรงเรียนวัดท่าช้าง ต.บ้านชี อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี จนมีการตรวจ DNA หาตัวคนร้าย ซึ่งผลทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เก็บตัวอย่างในจุดเกิดเหตุพบว่าตรงกับ นายสุกฤษฏ์พัฒ ใบจำปี หรือเกมส์ อายุ 23 ปี หลานชายของคุณยายเอง

ข่มขืน , คดีข่มขืน , DNA , ลพบุรี

คุมตัวหลานชายข่มขืนยายตัวเองวัย 86 ทำแผน หลังศาลออกหมายจับ

ล่าสุด (7 พ.ค. 58) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขออนุญาตออกหมายจับผู้ต้องสงสัย จากศาลอาญา จ.ลพบุรี เพื่อทำการควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดี ซึ่งผู้ต้องสงสัยยังคงให้การปฏิเสธ ทั้งนี้ พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ลพบุรี จะสอบสวนผู้ต้องสงสัยด้วยตนเอง

ขณะที่ สภาพจิตใจของคุณยายเริ่มมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น หลังจากหลายหน่วยงานเข้ามาให้การช่วยเหลือและดูแลด้านสภาพจิตใจ ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอบ้านหมี่ก็ส่งทีมเข้ามาเยี่ยวยาคุณยาย ร่วมไปถึงเจ้าหน้าที่ทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์ก็ได้นำกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองบ้านหมี่ออกตรวจในเวลากลางคืนทำให้คุณยายนอนหลับสนิทมาหลายคืนแล้ว

ขอบคุณข้อมูล แนวหน้า

………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

รายงานล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัว นายสุกฤษฏ์พัฒ ใบจำปี หรือเกมส์ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาคดีข่มขืนยายตัวเอง เข้าทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังศาลจังหวัดลพบุรีอนุมัติออกหมายจับ ท่ามกลางชาวบ้านที่มามุงดูเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นยอมรับสารภาพลงมือก่อเหตุเพราะความเมาจนขาดสติ หลังจากที่ไปเที่ยวงานวัด

33

คุมตัวหลานข่มขืนยายตัวเองวัย 86 ทำแผน หลังศาลออกหมายจับ

ทั้งนี้ คนร้าย มีอาการป่วยทางจิตและพักอาศัยอยู่บ้านใกล้เคียงกัน โดยยอมรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บได้จากที่เกิดเหตุรวมถึงผลการตรวจดีเอ็นเอทางนิติวิทยาศาสตร์

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า คนร้ายมีพฤติกรรมชอบทำอนาจารต่อหน้าผู้อื่น จึงได้จับตาดูเป็นพิเศษจนกระทั่งได้ผลตรวจดีเอ็นเออย่างเป็นทางการ จึงออกหมายจับและนำตัวมาสอบปากคำจนยอมรับ

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เรื่องเด่นเย็นนี้

MThai News

เน็ตแฉ! ไล่ออกแล้ว ไปรษณีย์กักตุน-ไม่ส่งพัสดุ

โพสต์เฟสแฉ บุรุษไปรษณีย์กักตุนพัสดุไว้เต็มบ้านไม่ยอมส่ง โดนสั่งไล่ออกแล้วเหตุบกพร่องต่อหน้าที่ คาดพัสดุตกค้างเร่งนำส่งคืนให้ภายใน 1 สัปดาห์ 

วันนี้ (7 พ.ค. 58) หลังจากที่มีการโพสต์ภาพในเฟซบุ๊ก Watchareeporn YuiDy Saksawat‎  โดยภาพดังกล่าว เป็นภาพกล่องของที่ลูกค้าส่งแต่ถูกกักตุนไว้ในบ้านของพนักงานส่งไปรษณีย์คนหนึ่ง พร้อมข้อความว่า “ฝากถึงคนส่งของไปที่ไปรษณีย์โป่งน้ำร้อนด้วยนะคะ ว่าไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมของไม่ถึงสักที ขอเล่าแบบย่อๆ คนที่รู้จักส่งของให้ลุงตั้งแต่วันที่ 27เม.ย. ในระบบบอกถึงแล้วตั้งแต่ 28 เม.ย. จนวันที่ 6 พ.ค.

766

คนที่ส่งก็ร้อนใจ แปลกใจทำไมไม่ถึงสักที เราเลยให้ลุงไปดูให้ วันที่ 7พ.ค. ลุงเราเลยไปตามหาบุรุษไปรษณีย์ที่บ้าน ปรากฎว่าเจอของที่ส่งไปค่ะ ตามภาพ ตุนของไว้เต็มเลย อย่างนี้ทำอย่างไรดี ไม่อยากทำงาน ไปลาออกดีกว่าไหม” เมื่อภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์พนักงานไปรษณีย์รายนี้อย่างหนัก

ล่าสุด พนง.ไปรษณีย์โป่งน้ำร้อน เผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยในภาพเป็นบ้านของผู้รับจ้างส่งไปรษณีย์ ต.คลองใหญ่ ที่เพิ่งเข้ามาส่งของได้ไม่นาน ขณะนี้ได้ติดต่อและรับทราบถึงปัญหาส่วนตัวที่ไม่สามารถนำของไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ได้ตามกำหนด เนื่องจากรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการส่งของหายไป จำเป็นต้องเดินทางไปตามหารถที่ต่างจังหวัด

ทั้งนี้ ทางไปรษณีย์โป่งน้ำร้อนจึงแจ้งยกเลิกการว่าจ้าง พนง. คนดังกล่าวแล้ว เหตุเพราะละเลยการปฏิบัติหน้าที่และไม่สามารถนำของไปส่งได้ตามกำหนด ทำให้ลูกค้าได้รับความเดือดร้อน ขณะนี้ทางไปรษณีย์โป่งน้ำร้อนจะเร่งติดตามของที่ถูกค้างส่ง กลับมายังไปรษณีย์ก่อนและดำเนินการส่งให้ผู้รับทั้งหมดได้ภายใน 1 สัปดาห์

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ dailynews

MThai News