อื้อฉาว ! จนท.เพนตากอน ใช้เงินรัฐซื้อสวาท-เล่นพนัน

เจ้าหน้าที่จากกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ทำฉาว ใช้บัตรเครดิตจากรัฐ ซื้อบริการทางเพศ และเล่นการพนันในสถานเริงรมณ์

เพนตากอน,ซื้อบริการทางเพศ,เล่นการพนัน,บัตรเครดิต,เงินรัฐ

วานนี้ (6พ.ค.) สำนักข่าว ‘ยูพีไอ’ รายงานข่าวจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เผยแพร่ผลการตรวจสอบจากรัฐบาลกลาง สืบทราบจากแหล่งข่าวใกล้ชิด ว่า เจ้าหน้าที่จากกระทรวงกลาโหม หรือ เพนตากอน ใช้บัตรเครดิต จ่ายค่าบริการในสถานเริงรมณ์ เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการเล่นการพนัน และซื้อบริการทางเพศ

ทั้งนี้ รายงานการสืบสวนสอบสวนพบว่า บุคลากรป้องกันพลเรือนและเจ้าหน้าที่ทหาร ใช้บัตรเครดิตที่ออกโดยรัฐบาล เพื่อเล่นการพนันและความบันเทิงทางกามารมณ์ในหลายกรณี ซึ่งสถานเริงรมณ์ที่เจ้าหน้าที่จากเพนตากอนเข้ารับบริการอยู่ในเขตลาสเวกัส และแอตแลนติดซิตี้ โดยสำนักงานผู้ตรวจการทั่วไป จะเผยแพร่ผลการตรวจสอบภายในช่วงปลายเดือนนี้อย่างเป็นทางการอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่บางราย ได้แก้ตัวว่า เพียงต้องการใช้บัตรเครดิตจากทางการ เพื่อชำระเงินล่วงหน้าไปก่อน และจะทำการคืนให้ในภายหลัง และอีกในกรณีหนึ่งคือ เจ้าหน้าที่ชาย ต้องการปิดบังภรรยาตนเอง ด้วยการทำลายหลักฐาน และเลือกใช้บัตรเครดิต เพื่อป้องกันไม่ให้ภรรยาของตนจับได้ ว่าพวกเขาซื้อบริการทางเพศดังกล่าว

MThai News
ที่มา UPI

วอนช่วยเด็กกตัญญู เฝ้าพ่อป่วยลำพัง ไร้เงินติดตัว

โลกออนไลน์แชร์ช่วย เด็กชายยอดกตัญญู เฝ้าพ่อป่วยเพียงลำพัง ไม่มีเงินติดตัวสักบาท

วันนี้ (7พ.ค.) ผู้คนบนโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพและข้อความ ของสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ อ๊อฟซ่าดอกไม้สด ผุดผ่อง ที่ได้โพสต์เรื่องราวสุดหดหู่ของเด็กชายคนหนึ่ง ที่ต้องเฝ้าดูแลผู้เป็นพ่อที่ล้มป่วยเพียงลำพังในโรงพยาบาลที่ จ.หนองคาย

aaa

ผู้โพสต์ระบุรายละเอียดเรื่องราวไว้ว่า  “…เด็กกตัญญู คนนี้น่าสงสาร มาเฝ้าพ่อที่นอนป่วยอยู่โรงพยาบาล เพียงลำพังญาติพี่น้องก็ไม่มี แม้แต่เงินกินข้าวก็ไม่มีสักบาทเลย แต่ก็มีผู้ใหญ่ใจดี หยิบยื่นให้บ้าง ซื้อข้าวมาฝากบ้าง ขอ 1 ไลค์ 1 แชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้น้องด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ …”

เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ลงบนเฟซบุ๊ก ชาวสังคมออนไลน์ต่างพากันแสดงความเห็นชื่นชมในความกตัญญูของหนูน้อยที่อยู่ในภาพ พร้อมทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง และเข้าช่วยเหลือพ่อลูกคู่ดังกล่าว

ทั้งนี้สำหรับผู้ใจบุญ ที่ต้องการช่วยเหลือ สามารถบริจาคไปได้ที่ ธนาคารออมสิน สาขาหนองคาย เลขบัญชี 020141051043 ชื่อเจ้าของบัญชี ด.ช.สุทิน วันที

a aa

11025964_1076927765656770_3361922854073738456_n

vv

MThai News

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สมาชิกเฟซบุ๊คอ๊อฟซ่าดอกไม้สด ผุดผ่อง,Naphas Poonyananta

สัญญาลวงโลก! วิชา แถลงปิดมหากาพย์โกงข้าวจีทูจี

วิชา แถลงปิดคดีทุจริตขายข้าวจีทูจี ชี้ สัญญาซื้อขายข้าว เป็นสัญญาลวงโลก ขณะที่ บุญทรง ปฏิเสธ พร้อมระบุ การกระทำของ ป.ป.ช. เป็นการเลือกปฏิบัติ

นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เป็นตัวแทนผู้แถลงปิดคดีในกระบวนการถอดถอน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กรณีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี ต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)

04-3

ทั้งนี้ นายวิชา ยืนยัน กระบวนการตรวจสอบของคณะกรรมการ ป.ป.ช.เป็นไปตามอำนาจหน้าที่และขั้นตอนของกฎหมาย การจัดทำสำนวนคดีเป็นไปตามหลักฐานที่ได้จากการไต่สวน ไม่ได้ทำขึ้นเอง กระบวนการตรวจสอบดังกล่าวไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติ หรือมีความรู้สึกอาฆาตมาดร้ายด้วยความเป็นอคติต่อผู้ถูกกล่าวหา

“สัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจีที่อ้างถึงนั้น เป็นสัญญาลวงโลก ลวงรัฐ และหลอกลวงประชาชนทั้งประเทศ นายมนัส สร้อยพลอย, นายภูมิ สาระผล และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ได้อุปโลกบริษัททั้งสองแห่งให้เข้ามาซื้อข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจีเพื่อจะได้ขายในราคาต่ำหรือราคามิตรภาพ โดยไม่ต้องนำออกไปประมูลหรือแข่งขันราคา แล้วนำข้าวตามสัญญาออกไปเวียนเทียนขายให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในประเทศนั้นเป็นการตอกย้ำซ้ำเติมความเสียหายแก่งบประมาณแผ่นดิน”

“ข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบพบว่า บริษัทเอกชนทั้งสองแห่งไม่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลจีนให้เข้ามาทำสัญญาซื้อข้าวแบบรัฐต่อรัฐ(จีทูจี) กับรัฐบาลไทย เงินค่าข้าวได้มาจากการเวียนขายข้าวให้เอกชนในประเทศ ไม่ได้มีการส่งออกข้าวจริงตามสัญญา”

นายวิชา ยังกล่าวว่า ในการไต่สวนรับฟังข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช.มีพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่านายมนัส สร้อยพลอย, นายภูมิ สาระผล และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา แม้บุคคลดังกล่าวนี้จะได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้วก็ตามก็สมควรที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติจะต้องลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่งตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 65 เพื่อป้องกันมิให้ผู้ถูกกล่าวหากลับมามีอำนาจหรือกลับมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติอีก

ขณะที่ นายบุญทรง แถลงปิดคดีดังกล่าวว่า การกระทำของ ป.ป.ช.เป็นความยุติธรรมอำพราง เป็นการเลือกปฏิบัติ ผมขอปฏิเสธว่าสัญญาจีทูจีไม่ได้เป็นสัญญาลวงโลก ไม่ได้ลวงรัฐ และไม่ได้หลอกลวงประชาชน พวกกระผมขอปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดโดยสิ้นเชิง

หลังคู่กรณีแถลงปิดคดีฯ เสร็จเรียบร้อย นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ได้นัดประชุมเพื่อลงมติถอดถอนผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คนหรือไม่ ในวันพรุ่งนี้ (8 พ.ค.58)

MThai News