สะดุ้งเฮือก! ซีฟู๊ดที่ระยอง หอยหวานโลละพัน

ลูกค้าช็อค เจอบิลค่าซีฟู๊ดที่ระยอง หอยโลละพัน รวมราคาเทียบเท่าร้านอาหารหรู

วันนี้ (6พ.ค.) ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อภาพ ของแฟนเพจ มีด่านบอกด้วย ระยอง ที่ได้เผยแพร่ภาพบิลค่าอาหารของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ใน จ.ระยอง ที่เรียกเก็บค่าอาหารแพงจนก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก

1.3

โดยจากบิลจะพบว่า มีการสั่งอาหารทั้งหมด 9 เมนู รายการอาหารที่ลูกค้าสั่งส่วนใหญ่เป็นราคาที่ไม่แพงมากนัก แต่บางเมนูเช่น หอยหวาน กิโลกรัมละ 1,000 บาท หรือ กุ้งเผากิโลกรัมละ 1,600 บาท ดูจะเป็นราคาที่ค่อนข้างแพง เมื่อรวมค่าเครื่องดื่มและค่าอาหารแล้ว เป็นเงินทั้งหมด 15,475 บาท ชาวสังคมออนไลน์บางส่วนมองว่านี่เป็นราคาที่สูงเกินไป

เมื่อภาพดังกล่าวถูกโพสต์ขึ้นบนเฟซบุ๊ก ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง บ้างก็มองว่าลูกค้าควรที่จะเช็คราคาอาหารก่อนที่จะสั่ง เพราะจากรายการจะเห็นได้ว่าราคาไม่ได้แพงทุกเมนู ขณะที่อีกส่วนหนึ่งกลับมองว่า อย่างไรเสียนี่ก็ยังเป็นราคาที่แพงเกินจริง อยากให้ภาครัฐเข้ามาจัดระเบียบเพื่อความสบายใจของนักท่องเที่ยว เพราะเกรงว่าผู้ประกอบการจะถือโอกาสขึ้นราคาอาหารเฉพาะวันหยุดยาว

1.4

แห่ไลค์! ภาพ ตร.สาวคุมแถวจราจรก่อนลงพื้นที่

เกิดกระแสในโลกออนไลน์ หลังเพจดังโพสต์ภาพตำรวจสารวัตรสาวจราจรคนใหม่เมืองเพชรฯ คุมแถวตำรวจก่อนลงพื้นที่ ทำให้มีคนเข้ามาชื่นชมกันอย่างล้นหลาม

วันนี้ (6 พ.ค. 58) เกิดกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ของแวดวงผู้พิทักษสันติราษฎร์ หลังจากที่เพจเฟสบุ๊ค Thailand Police Story ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความว่า “ตั้งแต่สภ.เมืองเพชรบุรี เปลี่ยนรองสารวัตรจราจรคนใหม่ ตำรวจจราจรก็ไม่เคยมาสายหรือลาป่วยอีกเลย” โดยภาพที่ปรากฎเป็น ภาพตำรวจจราจรยืนเข้าแถวเรียงหน้ากระดานต่อหน้ารองสารวัตรจราจรสาวอย่างพร้อมเพรียงเป็นระเบียบ

1430902102_11233490_466506143498986_266531859248648273_n

ทั้งนี้ ผู้หญิงในภาพคือ ร.ต.อ.(หญิง)กัญญาลักษณ์ เฉียบแหลม หรือผู้กองบี รอง สว.จราจร สภ.เพชรบุรี กำลังตรวจแถวตำรวจจราจรก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ หลังจากที่ภาพได้ถูกเผยแพร่ออกไปทำให้มีทั้งคนกดไลค์แชร์เป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างชื่มชมตำรวจหญิงคนนี้ที่อาสามาทำงานภาคสนามอย่างเข้มแข็งและไม่เลือกทำงานในห้องแอร์

1430902119_20894_1599697166968800_1318747408578042884_n

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ Thailand Police Story

MThai News

ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทไม่พอกิน ? ฉันขอเพิ่มได้ไหม

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีกระแสข่าวเกี่ยวกับค่าแรงขั้นต่ำที่มีข่าวลือมาว่าจะปรับขึ้นจาก300บาท เป็น 360 บาท รวมถึงแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในไทยเรียกร้องให้รัฐบาลขึ้นค่าแรงขั้นต่ำพ่วงไปด้วย รวมถึงให้มีสวัสดิการที่มาตรฐาน

จนกลายเป็นประเด็นพูดคุยบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับความเหมาะสมของค่าแรงขั้นต่ำในปัจจุบันที่คนไทยได้รับ 300 บาท พอกิน พอใช้หรือไม่ ? วันนี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์ จะมาแตกประเด็นเรื่องนี้กัน 

ค่าแรงขั้นต่ำคืออะไร ?

ค่าแรงขั้นต่ำ เป็นกฎหมายที่บังคับใช้ในหลายรัฐเพื่อความยุติธรรมต่อลูกจ้าง โดยมีการคิดเป็นชั่วโมง รายวัน หรือ รายเดือนแล้วแต่บริษัท โดยเกิดขึ้นในกลุ่มแรงงานอุตสาหกรรมและโรงงาน ซึ่งการกำหนดค่าแรงขั้นต่ำในสหรัฐอเมริกาช่วยลดปัญหาจำนวนคนยากจนได้มากขึ้น

ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากค่าแรงขั้นต่ำส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนที่ใช้แรงงานหรือทักษะฝีมือต่ำ โดยนายจ้างจะไม่สามารถจ่ายค่าแรงงานได้ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันออกไป

ค่าแรงขั้นต่ำในประเทศไทยเป็นอย่างไร ? 

สำหรับประเทศไทย ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทถูกปรับใช้มาตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งก่อนหน้านี้ ค่าแรงขั้นต่ำคนไทยอยู่ที่ประมาณ 175.8 บาท ซึ่งเหตุผลในการปรับขึ้นค่าแรงในครั้งนั้นของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาจากนโยบายหาเสียงที่ต้องการช่วยให้แรงงานรอดพ้นจากความยากจนที่รุนแรง และมีรายได้ที่ใกล้เคียงกับค่าใช้จ่ายตามอัตภาพ (Poverty safety net)

และ การช่วยให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่เติบโต หากคำนวนเป็นรายเดือนค่าแรงขั้นต่ำจะตกอยู่ที่ประมาณ 9000 – 10000 บาทต่อเดือน สำหรับผู้จบการศึกษาปริญญาตรี ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 15,000 บาท ซึ่งหากเรามาคำนวนเรื่องค่ากินค่าใช้ในแต่ละวันจะตกอยู่ที่ประมาณ 200 บาทต่อวัน สำหรับผู้ที่ไม่มีภาระครอบครัว โดยมีค่าใช้จ่ายหลักๆได้แก่ ค่าที่พักอาศัย เช่า/ผ่อน, ค่าเดินทาง,ค่ากินใช้ ซึ่งหากมองในมุมมของแรงงานฝีมือต่ำถือว่าไม่พอกินพอใช้

cats

ขึ้นค่าแรงไม่ช่วยอะไร ?

เนื่องจากปัจจุบันค่าครองชีพของไทยค่อนข้างปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับ72ของโลกและอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นรองจากสิงคโปร์ ซึ่งติดอันดับ 1 ในสิบของโลกที่มีค่าครองชีพสูง โดยการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของไทยแทบจะไม่เป็นผลอะไร เพราะก่อนหน้าที่จะมีการปรับค่าแรงขั้นต่ำ ค่าครองชีพของไทยสูงขึ้นนำหน้าไปก่อนแล้ว ทำให้เรามีเงินมากขึ้น แต่ก็ซื้อของแพงมากขึ้นตามไปด้วย

แล้วทำไมไม่ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไปทั้งหมดให้สูงๆขึ้นเลยล่ะ ?

การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในมุมมองของลูกจ้างอาจจะมองว่าดี แต่ถ้าคิดกลับกันในมุมมองของนายจ้าง นโยบายนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนที่สูงขึ้นติดตามมาในทันที ทั้งค่าวัตถุดิบ ค่าแรงงาน ค่าโสหุ้ย พร้อมทั้งยังเกิดปัญหาด้านการขาดแคลนแรงงานในระดับล่าง

และทำให้ความสามารถในการแข่งขันของสถานประกอบการลดลง รวมถึงค่าแรงที่เพิ่มขึ้นอาจจะทำให้นายจ้างพิจารณาในการเลื่อนขึ้นค่าแรงประจำปีออกไปอีก หรือได้สัดส่วนที่น้อยลง สวัสดิการต่างๆที่ลดลงตามไปด้วยเพื่อเป็นการเซฟค่าใช้จ่าย การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจึงไม่ใช่เรื่องง่ายและแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

ค่าแรงขั้นต่ำในอาเซียนเป็นอย่างไร

ค่าแรงขั้นต่ำในอาเซียนประเทศที่ค่าแรงสูงที่สุดคือสิงคโปร์ อยู่ที่ 2000 บาทต่อวัน แต่อย่าลืมว่าสิงคโปร์ค่าครองชีพสูงอันดับ 1 ของโลก รองลงมาคือบรูไน ค่าแรงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1800 บาทต่อวัน ส่วนอันดับ 3 คือ ไทยและฟิลิปปินส์ อยู่ที่ 300 บาท อันดับ 4 คือมาเลเซีย 270 บาท

ส่วนประเทศที่ค่าแรงขั้นต่ำถูกที่สุดต่อวันคือ เมียนมาร์ 110 บาท ลาว80บาท และ กัมพูชาอยู่ที่ 75 บาท ทำให้เกิดปัญหาแรงงานต่างด้าวไหลทะลักเข้ามาสู่ไทยจำนวนมาก เนื่องจากเป็นประเทศที่เข้าง่าย ขาดความรัดกุมในด้านกฎหมายแรงงานที่ดี

อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก แต่ รัฐบาลควรหาทางลดค่าครองชีพที่พุ่งสูงจนนำโด่งค่าแรงงานไปก่อนหน้าแล้ว ให้ลดลงมาอยู่ในระดับเดิมก่อนหน้าการประกาศขึ้นค่าแรงงาน พร้อมทั้งให้เพิ่มสวัสดิการด้านอื่นๆ ให้มากขึ้น

ซึ่งมีข่าวว่าในเดือนพฤษภาคมนี้จะมีการพิจารณาค่าแรงใหม่ด้วย ยังไงก็ต้องลุ้นไปพร้อมๆกันและเป็นกำลังใจให้กับมนุษย์เงินเดือน มนุษย์แรงงานทุกคนด้วย

MThai News