อภิสิทธิ์ บริจาคเงินช่วยเนปาล1.15ล้าน

อภิสิทธิ์ นำทีมมูลนิธิบริจาคเงิน 1.15 ล.ช่วยแผ่นดินไหวเนปาลทำเนียบฯ แนะปชช.ร่วมบริจาคผ่านรัฐบาล เพื่อง่ายต่อการจัดส่ง

วันนี้(1พ.ค.58)ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะประธานมูลนิธิมรว.เสนีย์ ปราโมช และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำกรรมการมูลนิธิประกอบด้วย นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ นายวิทยา แก้วภราดัย นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู และนายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, แผ่นดินไหวเนปาล

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล รวมเป็นเงิน 1.15 ล้านบาท ผ่านโครงการ “หัวใจไทย ส่งไปเนปาล” ของรัฐบาล โดยมี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรัฐบาลในการรับมอบเงินครั้งนี้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวภายหลังมอบเงินบริจาคว่า จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมารู้เลยว่าเวลาเกิดปัญหาอย่างนี้ การจัดระบบการช่วยเหลือ ถ้ายิ่งกระจัดกระจายจะยิ่งยาก เพราะฉะนั้นประชาชนที่มีความตั้งใจที่จะช่วยอยู่แล้วก็เชิญชวน ให้มาช่วยผ่านศูนย์ของรัฐบาล อยากให้ไปในนามของประเทศไทย เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าคนไทยก็เป็นห่วงประชาชนชาวเนปาล

ส่วนที่มีทีวีและหน่วยงานอื่นเปิดรับบริจาคด้วยนั้น ใจจริงถ้ารวมมาก็จะดี เพราะถ้าเป็นสิ่งของ ถึงอย่างไรก็ต้องพึ่งทางกองทัพในการจัดส่งไป ส่วนเงินช่วยเหลือถ้าเป็นรัฐบาลส่งไปก็จะง่ายสำหรับผู้รับ เพราะผู้รับจะต้องนำไปบริหารจัดการ

ข่าวจาก TNN

MThai News

พีพีพินาศ เรือนำเที่ยวปล่อยน้ำมัน-ทอดสมอลงแนวปะการัง ดร.ธรณ์ จี้ตรวจสอบ

เรือนำเที่ยวปล่อยคราบน้ำมัน ลงไปบริเวณแนวปะการัง อ่าวต้นไทร เกาะพีพี ชาวเน็ตร้อง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งจัดระเบียบ จัดบทลงโทษที่เด็ดขาดโดยเร็ว

วันนี้ (1 พ.ค. 58) เกิดเป็นที่ฮือฮาถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมในโลกออนไลน์ พร้อมทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ หลังเพจเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat ของ ดร.ธรณ์ ธำรงค์นาวาสวัสดิ์ สมาชิกสภาปฎิรูปแห่งชาติ ได้มีการเผยภาพกลุ่มเรือนำเที่ยวได้ปล่อยคราบน้ำมันบริเวณแนวปะการัง อ่าวต้นไทร เกาะพีพี รวมถึงทอดสมอที่เกาะยูง จ.กระบี่

เกาะพีพี, เรือนำเที่ยวปล่อยคราบน้ำมัน, ทอดสมอแนวปะการัง, ดร.ธรณ์ ธำรงค์นาวาสวัสดิ์

เกาะพีพี

โดยดร.ธรณ์ ผู้โพสต์ได้เผยว่า รับไม่ได้กับภาพที่เกิดขึ้น ทิ้งน้ำมัน และทอดสมอลงแนวปะการังอย่างนี้ มันเป็นเรื่องของใคร? ผู้ประกอบการมีจิตสำนึกจริงหรือไม่? คนกระบี่อยากให้จังหวัดตนเน้นเที่ยวอิงแอบแนบธรรมชาติจริงหรือเปล่า?

น้ำมันกำลังไหลลงทะเล มลพิษร้ายแรงสุดถูกปล่อยจากเรือทัวร์ดำน้ำใส่หม้อข้าวหม้อแกงของตนเอง ทำลายสมบัติของชาติ ฆ่าแนวปะการังในเกาะสวยที่สุดของไทย ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพีพี ท่านรัฐมนตรีขอให้ผมใจเย็นลงบ้าง ผมก็อยากทำครับ แต่ถามตามตรงว่าคนรักทะเลคนไหนเห็นภาพนี้แล้วไม่ปรี๊ด จะให้เงียบก็คงไม่ได้

หลังจากภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นกันมากมาย โดยส่วนใหญ่รู้สึกสงสารธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว แนวประการังต่าง ๆ และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดระเบียบ เเละควบคุมจำกัดจำนวนคน พร้อมทั้งมีบทลงโทษที่เด็ดขาด เพื่อทรัพยากร ให้เหลือเพื่อลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไป

และล่าสุดรายงานระบุว่า ทราบแล้วเรือทั้งหมดเป็นของบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ ที่มักจะนำนักท่องเที่ยวมาดำน้ำดูประการังบริเวณนี้เป็นประจำ และขณะนี้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้ทราบเรื่องดังกล่าว และกำลังดำเนินการเพื่อเข้าตรวจสอบแล้ว

อ่านข้อความทั้งหมดที่นี่ >>> 

เกาะพีพี, เรือนำเที่ยวปล่อยคราบน้ำมัน, ทอดสมอแนวปะการัง, ดร.ธรณ์ ธำรงค์นาวาสวัสดิ์

เกาะพีพี,

MThai News

ฮือไล่ 3 ตำรวจออกนอกพื้นที่ ตั้งด่านเข้มงวดเกินไป

ชาวบ้านกว่า 100 คน รวมตัวตะเพิด 3 นายตำรวจเข้มงวดเกินเหตุ ตั้งด่านจับหมวกกันน็อก ไม่เว้นคนเฒ่าคนแก่เสียค่าปรับ 100 บาท จนชาวบ้านเดือดร้อน

รายงานข่าวแจ้งว่า ชาวบ้านในพื้น อ.แม่สาย จ.เชียงราย กว่า 100 คน ได้เดินทางไปรวมตัวหน้า สภ.เกาะช้าง เพื่อประท้วงขับไล่เจ้าหน้าที่ 3นายให้ออกจากพื้นที่ เนื่องจากเห็นว่าเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 กระทำเกินกว่าเหตุ ตั้งด่านตรวจจับ-ปรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัยเข้มงวดเกินไป ทำให้ชาวบ้านที่กลับจากทำนา คนเฒ่าคนแก่ที่ไปวัด ถูกจับถูกปรับเงิน 100 บาท จึงได้รวมตัวกันขอเรียกร้องให้ย้ายนายตำรวจทั้ง 3 นายออกจากพื้นที่ดังกล่าว

ด่านตรวจ, แม่สาย, ไล่ตำรวจ, จับหมวกกันน็อค

ไล่ตำรวจ, จับหมวกกันน็อค

พ.ต.อ.ภาสกร ณพิกุล ผกก.สภ.เกาะช้าง มาพบทำความเข้าใจกับชาวบ้าน จนได้ข้อยุติว่าจะย้ายด่านตรวจที่เดิมไปตั้งในจุดสำคัญๆ เท่านั้น ส่วนค่าปรับ 100 บาทเป็นขั้นต่ำตามกฎหมาย ชาวบ้านพอใจพากันแยกย้ายสลายตัวกลับบ้าน สำหรับตำรวจทั้ง 3นาย ประกอบด้วย ตำรวจยศ พันตำรวจโทยัน ร้อยตำรวจตรี

MThai News