เดือด ลูก ตร.กระหน่ำตบตีแฟนสาวกองกับพื้น

โลกออนไลน์โกรธแค้นหนัก หลังคลิปลูกตำรวจ เปิดฉาก ตบตี ทำร้ายแฟนสาวอย่างหนัก จนกองกับพื้น

เพชรบูรณ์,ลูกตำรวจ,ตบผู้หญิง,คลิป,ลูกตำรวจ,เอ

วันนี้ (1 พ.ค.) ได้มีการแชร์คลิปวีดีโอ ซึงกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์อย่างมาก โดยคลิปดังกล่าวแสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ชายคนหนึ่ง กำลังทำร้ายหญิงสาว ซึ่งน่าจะเป็นแฟนสาวของผู้ก่อเหตุอย่างรุนแรง ทั้งใช้เท้าถีบ บีบคอ จิกผม ใช้กำปั้นต่อยที่ในหน้า และซ้ำด้วยการใช้เท้ากระทืบเข้าที่ศีรษะของฝ่ายหญิง ท่ามกลางเสียงของพี่สาวฝ่ายหญิงที่ส่งเสียงห้าม และกำลังบึนทึกภาพเหตุการณ์อยู่ แต่ผู้ก่อเหตุกลับไม่สนใจ และลงมือทำร้ายฝ่ายหญิง จนกระทั่งเธอฟลุบลงกับพื้น ในสภาพสะบักสะบอม

พร้อมกันนี้ เนื้อความในคลิปวีดีโอในตอนแรก ฝ่ายชาย พยายามเรียกให้ฝ่ายหญิง ที่อยู่ด้านในห้องนอน ออกมาหา แต่ฝ่ายหญิงปฏิเสธ ซึ่งพี่สาวของฝ่ายหญิง คนเดียวกับผู้ที่ทำการบันทึกภาพไว้ พยายามตะโกนห้ามปรามฝ่ายชายไม่ให้ทำร้ายน้องสาวของตน และพยายามให้ทั้งสองคุยกันดีๆ แต่ฝ่ายชายผู้ก่อเหตุ กลับพุ่งเข้าไปทำร้ายด้วยการตบเข้าที่ใบหน้าถึง 3 ครั้ง ซึ่งรุนแรงถึงขึ้นที่กล้องสามารถบึกทึกเสียงดังจากการทำร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน แม้ฝ่ายหญิงจะพยายามต่อสู้ แต่ไม่สามารถสู้แรงของฝ่ายชายได้ หลังจากนั้นเขาได้กดร่างกายฝ่ายหญิงลงกับพื้น และต่อยเข้าที่ใบหน้าอย่างจังอีกครั้ง ฝ่ายหญิงจึงออกอาการโมโหอย่างหนัก และตะโกนว่า จะไม่ทนกับฝ่ายชายแล้ว และต่อสู้กันอีกครั้ง

ซึ่งเนื้อความในคลิปตอนหนึ่ง ที่พี่สาวของเหยื่อ ตะโกนห้ามแต่ฝ่ายชายไม่ฟัง จึงพูดออกมาว่า

‘พ่อเป็นตำรวจแต่มันเกินไปไหม น้องกูขอ’ แต่ฝ่ายชายกลับใช้เท้าถีบเข้าที่ศีรษะของฝ่ายหญิงอย่างรุนแรง และเดินออกมาจากที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้คลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ผ่านเพจ YouLike (คลิปเด็ด)ในสื่อสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ค ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 8.4 ล้านราย และมีผู้ชมวีดีโอดังกล่าวแล้วเกือบ 1 ล้านครั้ง และแชร์ต่อออกไปกว่า 9 หมื่นครั้ง ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมงหลังการเผยแพร่ เนื่องจากการกระทำของผู้ก่อเหตุค่อนข้างรุนแรง และปราศจากความเมตตาปราณี ต่อฝ่ายหญิง ซึ่งเป็นเพศที่อ่อนแอกว่า และไร้ทางสู้ ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมไทย และทั่วโลก ไม่สามารถยอมรับได้ และแน่นอนว่า ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก เข้ามากระหน่ำโจมตีฝ่ายชายด้วยถ้อยคำที่รุนแรง และ ดุเดือด บางรายได้นำภาพ และโปรไฟล์ของผู้ก่อเหตุ มาประจานให้สังคมได้รับรู้

MThai News

6 นิสิตมศวถึงไทยวันนี้ พร้อมเปิดใจนาทีแผ่นดินไหวเนปาล

นิสิตจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 6 ราย กลับถึงไทยในวันนี้ พร้อมเปิดในเหตุการณ์มหาภัยพิบัติถล่มเนปาล

6 นิสิตแพทย์มศว,เนปาล,แผ่นดินไหว,ถึงไทยแล้ว

วันนี้ (1 พ.ค.) ผู้สื่อข่าว ‘ข่าวสด’ รายงานข่าว จากทำเนียบเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล กรณีที่ กลุ่มนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) 6 คน ได้แก่ นายเจษฎา ศุภปีติพร, น.ส.ธัญสุดา อรรถวิน, นายนฤดล นาคหาญ, นายวศิน ชัยวนนท์, น.ส.นวลจันทร์ เจียรพัทนรัก และนายดนูวิทย์ ใจแก้ว ที่เคยเป็นข่าวโด่งดัง หลังจากมีการแชร์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง ระหว่างเดินเขาในเมืองโพคารา หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ 7.9 แม็กนิจูด เมื่อ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา

ให้สัมภาษณ์พิเศษก่อนเดินทางกลับประเทศไทยด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ทีจี 320 ซึ่งจะออกจากสนามบินตรีภูวันในกรุงกาฐมาณฑุ เวลา 13.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น และจะถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิของไทยในเวลา 18.15 น. วันนี้

โดยนายดนูวิทย์ เล่าถึงช่วงที่เกิดเหตุแผ่นดินไหว ว่า ระหว่างนั้นกำลังเดินทางจากทิกเคดุงห์กา (Tikhe Dhunga) ไปยังโกห์เรปานี (Ghore Pani) รู้สึกว่ามีแรงสั่นสะเทือน แต่ไม่มาก รอบๆ ตัวมีเสียงสังกะสีจากหลังคาบ้านที่สร้างในละแวกนั้นกระทบกัน แต่ไม่มีความเสียหาย ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเกิดอะไร กระทั่งวันต่อมาลูกหาบถามข่าวจากในเมืองเลยรู้ว่ามีแผ่นดินไหว และในพื้นที่กรุงกาฐมาณฑุได้รับความเสียหายมาก จากนั้นจึงคุยกับเพื่อนๆ ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ก็ตัดสินใจว่าเดินย้อนลงเขาดีกว่า ระหว่างทางมีเจอคนไทย และนักท่องเที่ยวที่ไปเดินเขาบ้าง ซึ่งทุกคนปลอดภัยดี ไม่มีใครบาดเจ็บ

ด้าน น.ส.ธัญสุดา กล่าวว่าไม่ได้กลัว แต่ตกใจมากกว่า เพราะหลังจากพูดคุยกับชาวบ้านก็ทราบว่า เป็นเหตุการณ์ปกติ และด้วยบ้านแถวนี้สร้างจากสังกะสี จึงไม่มีบ้านเรือนถล่มลงมาเหมือนในกาฐมาณฑุ

กระนั้นประเด็นเรื่องการแชร์ข้อมูล นายเจษฎา หนึ่งในกลุ่มนิสิต กล่าวว่า ไม่รู้เรื่องเลยกระทั่งติดต่อกับครอบครัวได้ เพราะบนเขาไม่มีสัญญาณสื่อสารอินเตอร์เน็ต จึงไม่ทราบข่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะกลับไปพิชิตเบสแคมป์เอเวอเรสต์ (ABC) ตามแผนเดิมที่ตั้งใจจะไปไหม นายวศินระบุว่า เป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้ขอกลับบ้านไปหาครอบครัวก่อน

6 นิสิตแพทย์มศว,เนปาล,แผ่นดินไหว,ถึงไทยแล้ว

MThai News
สนับสนุนข้อมูลและรูปภาพจาก ข่าวสด

พบศพโรฮิงยา 32 ราย ถูกฝังในพื้นที่ปาดังเบซาร์

เจ้าหน้าที่พบศพชาวโรฮิงยา 32 ราย ถูกฝังในแคมป์พักพิงกลางป่าชายแดนไทย-มาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา

วันนี้(1พ.ค.)เจ้าหน้าที่พบศพชาวโรฮิงยา กว่า 32 ศพ ในพื้นที่ หมู่ 8 บ้านตะโล๊ะ ต. ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งมีทั้งที่นอนเสียชีวิตและถูกฝังอยู่ในหลุมประมาณ 50 หลุม

โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานกำลังอยู่ระหว่างการหาสาเหตุของการเสียชีวิต ที่เกิดเหตุเป็นลักษณะของการตั้งแคมป์ที่พักพิงชาวโรฮิงยาชั่วคราว อยู่ในป่าติดชายแดนไทย-มาเลเซีย

615595-03

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่มีการพบหลุมฝังศพจำนวนมาก ในพื้นที่ตำบลปาดังเบซาร์  ว่า เบื้องต้น ได้รับรายงานว่า ตำรวจภูธรภาค 8 ภาค 9 และทหาร นำกำลังเข้าตรวจค้นค่ายกักกันชาวโรฮิงยา

ซึ่งเป็นการขยายผลมาจากการจับกุมชาวโรฮิงยา ในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2558 จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิต 1 คน คนป่วย 1 คน และหลุมศพอีกประมาณ 32 หลุม ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ว่า มีผู้เสียชีวิตถูกฝังไว้จำนวนเท่าใด

ทั้งนี้ เชื่อว่า ชาวโรฮิงยาที่เหลือถูกนำตัวข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา และจากการตรวจสอบเส้นทางทางการเงินเบื้องต้น เชื่อว่าจะมีชาวเมียนมา ชาวมาเลเซีย และชาวไทย ร่วมขบวนการนำชาวโรฮิงยา ผ่านประเทศไทย ไปยังประเทศที่ 3

โดยขบวนการดังกล่าว จะนำชาวโรฮิงยา มาพักไว้บริเวณค่ายกักกันเข้าหัวช้าง ซึ่งมีลักษณะเป็นเพิงที่พักชั่วคราว อยู่ตามแนวตะเข็บชายแดน และอาจเปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆ เพื่อทำให้ยากต่อการจับกุมของเจ้าหน้าที่ จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตประเทศไทย หรือ ประเทศมาเลเซีย

615595-01 615595-02

MThai News