ต้องยอมรับว่า แหล่งความรู้ ข่าวสารในโลกโซเชียลกำลังมาแรง พร้อมๆกับเทคโนโลยีที่ตอบสนองต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ที่สามารถรับรู้ข่าวสารได้ผ่านสื่ออนไลน์ แบบฟรีๆ ขึ้นอยู่กับว่า จะเลือกรับข่าวสารในเรื่องใด ให้ความสนใจสิ่งไหนมากเป็นพิเศษ
แต่เรื่องราวมากมายที่ผ่านหูผ่านตา ต้องใช้วิจารณญาณในการคิดว่า แท้จริงแล้ว ข้อมูลที่ส่งต่อ เผยแพร่กันมานั้นเป็นข้อเท็จจริง เป็นเพียงแค่ความเชื่อ หรือการสร้างเรื่องลวงให้เป็นกระแสเท่านั้น บางครั้งเว็บไซต์ต่างๆ ก็นำภาพ คลิปข่าวเหตุการณ์มาปั้นเรื่องใหม่ ปั๊มยอดกดไลค์ สร้างเรตติ้งให้กับเว็บนั้น เกิดเป็นความเข้าใจผิดๆ

เรื่องราวที่เกิดขึ้น บางเรื่องยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ไม่มีการยืนยันข้อมูลชัดเจน ตามเนื้อข่าวต่างๆ เราจึงเห็นชื่อของ อาจาย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาไขข้อเท็จจริง โดยอ้างอิงตามข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ที่เห็นได้ชัดคือ การออกมาพูดเรื่องของ บั้งไฟพญานาค ที่ตนเองเคยพูดเอาไว้เมื่อปี 2557 ว่า บั้งไฟพญานาค ขึ้นจากฝั่งไม่ได้ขึ้นจากน้ำโขง
กลายเป็นจุดประเด็นให้ ชาวอีสานส่วนใหญ่ไม่พอใจเกี่ยวกับการค้นหาความจริงในครั้งนี้ โดยหลายคนมองว่า เป็นการลบหลู่ความเชื่อและความศรัทธาของคนภาคอีสานที่มีความเคารพในพญานาค และมองว่า สาเหตุของปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาคจะเกิดขึ้นอย่างไรไม่สำคัญและไม่จำเป็นที่จะต้องหาข้อพิสูจน์ใดๆ สุดท้าย เจ้าตัวต้องมาขอโทษ ย้ำไม่เคยพูดว่า บั้งไฟทุกลูกเป็นกระสุน และไม่ได้ลบหลู่ เพียงแค่หาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์
ในเมื่อเรื่องไหนต้องการคำตอบ การคิดหาเหตุผล ตามหลักวิทยาศาสตร์ จะได้คำตอบที่แน่นอนกว่า การพึ่งไสยศาสตร์ และความเชื่อที่ผิดๆ การอธิบายเรื่องราวที่ผ่านมา จะให้คำตอบว่า เราควรจะเลือกรับข้อมูลแบบไหน
มาดูกันว่า ในช่วง 1-2เดือนที่ผ่านมา เรื่องราวที่ถูกเชื่อ และแชร์กันมานั้น เราได้คำตอบที่ชัดเจนแค่ไหน

-พยาธิแฝงอยู่ในร่างแมลง ที่ส่งต่อเตือนภัยถึงคนชอบกินแมลง แท้จริงแล้ว เป็นพยาธิขนม้า (Horesehair worm) จัดอยู่ในไฟลั่ม มีนาโตมอร์ฟ่า Nematomorpha (ไม่ใช่พยาธิทั่วไปในไฟลั่ม Nematoda)เป็นพยาธิธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายกับคนและสัตว์มีกระดูกสันหลัง

-ภาพเห็บมีหนอนเต็มท้องที่ถูกแชร์ว่อนโลกออนไลน์ ที่แท้เป็นตัวอ่อนของด้วงกินใบธัญพืชที่ถูกพวกแตนเบียนมาเจาะวางไข่ไว้ พอหนอนของแตนเบียนฟักออกจากไข่ มันจะโตขึ้นด้วยการดูดกินสารอาหารจากของตัวอ่อนด้วง
และความเชื่อที่บอกว่า อย่าบี้เห็บ เพราะจะทำให้ลูกเห็บในท้องจะแพร่กระจายมหาศาลนั้นไม่เป็นความจริง และถึงจะบี้เห็บที่เก็บจากสุนัขและมีไข่เต็มท้อง แต่ไข่พวกนี้ยังไม่ถูกเคลือบสาร ดังนั้น เมื่อถูกบี้ไข่พวกนี้ก็จะฝ่อแห้งไปเอง ไม่สามารถฟักเป็นตัวอ่อนได้

-มีคลิปพิสูจน์น้ำดื่มยี่ห้อดังของไทย แล้วระบุว่าอันตรายไม่ควรดื่ม เครื่องมือที่นำมาวัดค่าน้ำนั้น ใช้วัดค่า “ของแข็งที่ละลายอยู่ในน้ำ” หรือ Total Dissolved Solid (TDS) ซึ่งหมายถึงปริมาณของแร่ธาตุต่างๆ ที่ละลายอยู่ในนั้น ไม่ได้หมายถึงปริมาณของตะกอนสิ่งสกปรกในน้ำ อย่างที่คนในคลิปนั้นเข้าใจว่า เป็นการวัดค่าความสะอาดของน้ำ

-ตุ๊กแกยักษ์ จากประเทศอินโดนีเซีย ที่แชร์กันไปทั่ว ที่แท้สุดมั่วเป็น ตัวเงินตัวทอง โดยอ้างแหล่งข้อมูลจากบล็อก นักสัตววิทยา Darren Naish เขียนลงในเว็บวิทยาศาสตร์ฟันธงว่ามันไม่ใช่ตุ๊กแก แต่เป็นพวก monitor lizard หรือพวกตัวเงินตัวทอง ถูกจับทาสี

-เด็กหญิงวัย 4 ขวบ ถูกพ่อข่มขืนจนตั้งครรภ์ มีการแชร์กันในโลกออนไลน์ เป้นการเต้าข่าว จริงๆแล้วเด็กหญิงชาวจีนคนนี้ที่ชื่อ Hu Yunxing เป็นโรคประหลาดที่หายากแค่ 1 ในล้านคน เรียกว่า Budd-Chiari syndrome เกิดอาการอุดตันของเส้นเลือด จึงทำให้เลือดและของเหลวเกิดสะสมมากขึ้นจนท้องบวมเป่ง

– ภาพปลามีขาทำเอาชาวเน็ตหลายคนถึงกับฉงนว่านี่มันตัวอะไรกันแน่ อธิบายได้ว่า ภาพที่เห็นรั้นไม่ใช่ปลา แต่เป็น “ซาลามานเดอร์เสือ” ตอนยังอยู่ในน้ำจะมีลักษณะคล้ายปลาที่มี4ขา พร้อมกับเหงือกหายใจที่เป็นเส้นยาวๆ พอโตเต็มวัย เหงือกนี้จะหดหายไป เพียงแต่ว่าตัวนี้ เหงือกมันยังไม่หดหายไปตามปกติ พบได้ในแหล่งน้ำในโคโลราโด

-ตามที่แชร์กันไปว่า การใช้หน้ากากอนามัย มีให้เลือก 2 กรณี หากป่วย ไม่สบายให้เอาสีขาวออก ส่วนด้านสีเข้ม หรือสีเขียวออกด้านนอกแสดงว่า ใส่ไว้ป้องกันโรค ซึ่งอ.เจษฎา แจงว่า เวลาป่วยหรือไม่ป่วยก็ตาม เวลาใส่หน้ากากอนามัย ให้เอาด้านสีเข้ม หรือสีเขียวออกด้านนอก ไม่ใช่มีให้เลือกสองด้าน
– แฟชั่นกำไล หินสี ระบาด ขายกันเป็นล่ำเป็นสันตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพัน เป็นเพียงแค่การอุปทานไปเอง คนที่ศรัทธาในหินอยู่แล้ว ก็ยังจะรายงานว่ารู้สึกได้พลังจากหินมากกว่าคนที่ไม่ศรัทธาถึง 2 เท่า แม้ว่าจะถือหินปลอมด้วยซ้ำเรื่องนี้จึงสรุปทางวิทยาศาสตร์ได้ว่า เป็นอุปาทานยาเทียม หรือ อุปาทานพลาเซโบ้ placebo effect แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล ห้ามใครไม่ได้
เห็นหรือไม่ว่า ข้อมูลเหล่านี้ เป็นเพียงตัวอย่างข่าวสารที่ถูกส่งต่อกันไป เพียง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ยิ่งเรารับรู้ข้อมูลข่าวสารมากเท่าไหร่ การคิดหาคำตอบด้วยตนเอง ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป ตราบใดที่เราใช้อินเตอร์เน็ตให้เป็น ในการค้นคว้าข้อมูล เพราะมิเช่นนั้น เห็นทีว่า อ.เจษฎา คงต้องทำงานหนักขึ้นไปอีก ในการหาคำตอบมาออธิบาย พิสูจน์ให้เห็นกันชัดๆ กับเรื่องราวลวงๆ ที่เกิดขึ้นให้เห็นทุกวัน
MThai News