ระทึก! สองแถวไฟไหม้ ผดส.หนีตายหวิดย่างสด

เกิดเหตุไฟไหม้รถสองแถวประจำทาง ปากน้ำ-นิคมบางปู บนถนนสุขุมวิท จ.สมุทรปราการ ผู้โดยสารหนีตาย คาดสาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจรภายในห้องเครื่อง

วันนี้ 28 พ.ค. เกิดเหตุเพลิงไหม้รถโดยสารสองแถว ที่บริเวณถนนสุขุมวิท หลัก กม.ที่ 36 หมู่2 ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จากการตรวจสอบพบรถโดยสารสองแถว สาย 36 ยี่ห้อโตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ ทะเบียน 10-2772 สมุทรปราการ วิ่งระหว่าง ปากน้ำ–นิคมบางปู กำลังถูกเพลิงลุกไหม้ที่บริเวณหน้า ก่อนลุกลามท่วมทั้งคัน เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดอยู่นานกว่า 30 นาทีเพลิงจึงสงบ

รถสองแถวไฟไหม้

นายวิเชียร จ้อยเล็ก โชเฟอร์รถสองแถว ให้การว่า รถคันเกิดเหตุติดตั้งถังแก๊สเอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิง จำนวน 3 ถัง และได้ขับรถรับผู้โดยสารออกมาจากภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู โดยมีผู้โดยสารอยู่รถประมาณ 10 คน หลังจากวิ่งมาถึงถนนสุขุมวิท จู่ๆก็ได้มีกลุ่มควันออกมาจากห้องเครื่องหน้ารถ ตนจึงรีบจอดรถเข้าข้างทาง พร้อมกับตะโกนบอกให้ผู้โดยสารรีบลงจากรถ หลังจากนั้นไม่นานก็มีเปลวไฟลุกขึ้นอย่างรุนแรงที่ห้องเครื่องและลุกลามไปทั่วทั้งคัน

รอสองแถวไฟไหม้ผู้โดยสารหนีตาย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิฐานว่า สาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ก่อนที่จะลุกลามไปลุกไหม้ส่วนอื่น ๆ และก๊าซ NGV ที่เป็นเชื้อเพลิง โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

MThai News

ขอบคุณภาพ/ข้อมูล เดลินิวส์

ตร.เพิ่มข้อหา ‘อาชญากรข้ามชาติ’ โกโต้ง

ตำรวจแจ้งข้อหา ‘อาชญากรข้ามชาติ’ ผู้ต้องหาคดีค้าโรฮีนจาเพิ่มอีก1 ขณะ ‘โกโต้ง’ โดนหนักสุดถึง 12 ข้อหา

วันที่ 28 พ.ค.ความคืบหน้าคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าทั้งในส่วนของการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาและสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 มิถุนายนนี้

แก๊งค้าโรฮีนจา

เพิ่มข้อหา “อาชญากรข้ามชาติ” แก๊งค้าโรฮีนจา

ล่าสุด ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า พล.ต.ต.ปวิณ พงษ์สิรินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 หัวหน้าชุดสอบสวนได้ประชุมพนักงานสอบสวนเพื่อสรุปความคืบหน้าของคดี ซึ่งทางพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการได้แจ้งข้อหากับผู้ต้องหาที่ถูกฝากขังอยู่ที่ศาลจังหวัดนาทวี ทั้ง 48 คน ในข้อหา อาชญากรข้ามชาติ เพิ่มอีก 1 ข้อหา

นอกจากนี้ในส่วนของ นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือ โกโต้ง อดีตนายก อบจ.สตูล ถูกแจ้งข้อหามากที่สุดถึง 12 ข้อหา และเจ้าหน้าที่ยังเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มอีก 1 คดี ซึ่งเป็นคดีสำคัญแต่ยังไม่เปิดเผยในรายละเอียด เพราะยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน

สำหรับคดีดังกล่าวมีผู้ต้องหาที่ควบคุมตัวได้แล้วทั้งหมด 49 คน จากหมายจับ 77 หมาย ยังเหลืออีก 28 คน ที่ยังหลบหนีไม่ได้เข้ามอบตัว

MThai News

ตร.เรียกตัว สาวเมาแล้วขับ โวมีแบ็คดี

ออกหมายเรียกแล้ว สาวโพสต์รูปใบสั่งโวแบ็คดี หลังไม่มาตามนัดและปิดโทรศัพท์หนี เล็งข้อหาดูหมิ่นเจ้าและผิดพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

จากกรณีที่หญิงสาวรายหนึ่ง โพสต์รูปใบสั่งลงในเฟสบุ๊คส่วนตัว พร้อมข้อความว่า เป่าเครื่องวัดระดับแอลกอฮอล์ ได้ปริมาณ 90 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ถูกปล่อยตัวมาได้แบบสวย ๆ เพราะมีแบ็คดี จนมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมดังกล่าวและการทำงานของตำรวจอย่างล้นหลาม เป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์

สาวเมาแล้วขับ โวมีแบ็คดีถูกเรียกตัวแล้ว

ล่าสุด วันนี้(28 พ.ค. 58) มีรายงานว่า เมื่อได้สอบถามไปยัง พ.ต.ท. สรพงษ์ นาคะโยคี รองผู้กำกับจราจร สน.โชคชัย ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา เวลา 02.45 น. เจ้าหน้าที่ได้ตั้งด่านอยู่บริเวณถนนลาดพร้าว ฝั่งตรงข้าม สน.โชคชัย และพบว่าหญิงคนดังกล่าวขับรถผ่านมาตำรวจจึงโบกเรียกขอตรวจสอบใบขับขี่ แต่หญิงคนดังกล่าวไม่มีใบขับขี่มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ จึงปรับเป็นเงินจำนวน 500 บาท

โดย การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามปกติ และไม่คาดคิดว่าหญิงคนนี้จะนำภาพใบสั่งไปโพสต์ลงเฟสบุ๊ค หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อหญิงดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้คำตอบว่าที่ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ รวมทั้งกล่าวขอโทษกับทางเจ้าหน้าที่ และยังมีการนัดพบเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม แต่หญิงสาวไม่ได้มาตามนัด ทั้งยังปิดโทรศัพท์หนีอีกด้วย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องออกหมายเรียก

อย่างไรก็ตาม การโพสต์รูปของหญิงสาวอาจถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานอีกด้วย

MThai News