ตำรวจ-ทหาร สกัดจับแว๊น 395 คน ย่านราชพฤกษ์

ตำรวจนครบาล8 สนธิกำลังทหาร เปิดยุทธการราชพฤกษก์โมเดล สกัดจับจักรยานยนต์ซิ่งป่วนเมือง บนสะพานต่างระดับราชพฤกษ์ ได้395 คน ยึดรถของกลางจำนวนมาก – คุมทำประวัติตรวจสารเสพติดก่อนส่งฟ้อง

รถจักรยานยนต์ จำนวนกว่า 200 คัน เป็นของกลางที่ตำรวจ นครบาล 8 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ทหารจากกองพันทหารปืนใหญ่ที่19 ซึ่งเป็นของกลางที่ยึดได้ จากกลุ่มวัยรุ่นที่ขับขี่ จักรยานยนต์ ในลักษณะสร้างความเดือดร้อนรำคาญ รถทั้งหมดถูกยึดได้บริเวณ สะพานยกระดับราชพฤกษ์ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสตลาดพลู

621743-01

โดยตำรวจและทหารสามารถจับกุมวัยรุ่นได้ทั้งหมด 395 คน และเกินครึ่งหนึ่งเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18ปี ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้นำรถอาสามูลนิธิ รถยกและรถจีเอ็มซีของทหาร มานำตัวกลุ่มเยาวชนและรถจักรยานยนต์ ของกลาง ไปควบคุมไว้ที่ สน.ตลาดพลู เพื่อทำประวัติตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด และเชิญผู้ปกครองมารับทราบ

ด้าน พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.ตลาดพลู เปิดเผยว่า การจับกุมเยาวชนในครั้งนี้ มีการวางแผนร่วมกันระหว่าง สน.บางยี่เรือ สน.ตลาดพลู. สน.สำเหร่ และทหาร มานานกว่า1 เดือนตามโครงการาชพฤกษ์โมเดล ใช้กำลังทั้งหมดกว่า 150 นาย

หลังได้รับการร้องเรียนจาก ประชาชน ในพื้นที่ ที่เดือดร้อนจากกลุ่มรถ จักรยานยนต์ดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการวางแผนตั้งจุดสกัด โดยใช้รถยนต์ปิดกั้นเส้นทางต่างๆ บีบให้กลุ่มวัยรุ่นขับรถขึ้นมาบนสะพานยกระดับ เพื่อความปลอดภัย ง่ายต่อการจับกลุ่ม และป้องกันการหลบหนี

ทั้งนี้กลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดตำรวจจะควบคุมไปสอบปากคำและคัดแยกอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนเยาวชนที่อายุน้อยกว่า 18 ปี ก็จะเชิญผู้ปกครองมาสอบถาม แต่หากพบว่ามีการปล่อยปละละเลย ผู้ปกครองก็จะมีความผิด

ส่วนการส่งฟ้องศาล จะแยกออกเป็นสองส่วนคือกลุ่มที่อายุเกิน18ปี และกลุ่มที่อายุต่ำกว่า18ปีที่จะต้องส่งศาลเยาวชน พนักงานสอบสวนจะเร่งรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานให้เร็วที่สุด ส่วนรถจักรยานยนต์ของกลางให้เป็นดุลยพินิจของศาลที่จะเป็นผู้พิจารณาต่อไป

621743-02

621743-03

สื่อตปท.เผย ไอเอสมีเป้าหมาย โจมตีอาเซียน

สื่อต่างประเทศ วิเคราะห์ กลุ่มไอเอส มีเป้าหมาย โจมตี ชาติในภูมิภาค อาเซียน ระบุกลุ่มชื่อ คาติบาห์ นูซันตาร่า เป็นเครือข่ายไอเอส ในอาเซียน

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานอ้างผลการศึกษาของผู้เชี่ยวชาญ ด้านการระหว่างประเทศศึกษาของสถาบันเอส ราชารัตนาม แห่งสิงคโปร์ ซึ่งระบุว่า กลุ่มไอเอสได้กำหนดให้ประเทศในภูมิภาคอาเซียน เป็นเป้าหมายในการโจมตีของกลุ่ม ไอเอส

โดยจะเห็นได้จากกรณีที่ทางการสิงคโปร์เพิ่งจะจับกุม 2 วัยรุ่น ในข้อหาที่เชื่อมโยงกับการก่อการร้าย โดย จัสมินเดอร์ ซิงห์ นักวิเคราะห์ผู้เขียนรายงานฉบับดังกล่าว ระบุว่า ขณะที่เครือข่ายกลุ่มนักรบไอเอส ในอาเซียนที่เรียกว่ากลุ่ม คาติบาห์ นูซันตาร่า

621733-01

ซึ่งเป็นเครือข่ายก่อการร้าย ไอเอสบนคาบสมุทรมลายู เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ทว่ากลยุทธ์หลักของ ไอเอสที่มุ่งดึงให้ประชากรโลกเข้าร่วมเป็นนักรบ หรือจีฮัด กับไอเอสมากขึ้นกลับไม่เป็นที่สังเกตเห็นมากนัก

ทั้งนี้ จัสมินเดอร์ ซิงห์ อธิบายเพิ่มเติมว่า แต่เดิมนั้นหลายฝ่ายเชื่อว่า กลุ่มคาติบาห์ นูซันตารา มีเป้าหมายเพื่อจัดส่งกำลังคนและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ต้องการร่วมรบกับกลุ่มไอเอส ในอิรักและซีเรีย แต่ปัจจุบันจากข้อมูลล่าสุดพบว่า กลุ่มดังกล่าวได้ทำหน้าที่เผยแพร่หลักการความเชื่อเพื่อดึงคนให้เข้าร่วมเป็นนักรบจีฮัดมากขึ้น ส่งผลให้ความเคลื่อนไหวดังกล่าวกลายเป็นภัยคุกคามความมั่นคงในอาเซียน

โดยเฉพาะในหมู่เกาะมาเลย์ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ เพราะนักรบเหล่านี้จะทำทุกทาง เพื่อปกป้องหลักการปกครองแบบคอลีฟะห์ หรือ คือการวางแผนก่อการร้ายภายในประเทศของตนเอง ทั้งนี้การดำเนินการจับกุมผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม isis

และมีแผนก่อการร้ายทั้งในมาเลเซียและอินโดนีเซีย ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาถือเป็นหลักฐานยืนยันที่ดีที่สุด โดย ซิงห์สรุปว่าภูมิภาคแห่งนี้กำลังตกเป็นเป้าโจมตีที่รัฐบาลและสังคมอาเซียนควรร่วมมือ หาทางจัดการอย่างจริงจัง ภายใต้การสนับสนุนจากประชาคมโลก

ค้นพบ บ้องกัญชาทองคำโบราณ อายุกว่า2พันปี

นักโบราณคดี ขุดพบถ้วยทองคำขนาดเล็ก อายุ 2,400 ปี นักวิทยาศาสตร์เชื่อ ชนเผ่าโบราณใช้เสพสารเสพติดฉลองชัยสงคราม

กัญชา,สารเสพติด,เผ่าโบราณ,ฉลองชัยสงคราม,บ้องกัญชา

ถ้วยทองคำโบราณอายุ 2,400 ปี นักวิทย์ฯ เชื่อ ชนเผ่าโบราณใช้เสพสารเสพติดฉลองชัย

วันนี้ (30 พ.ค.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ ‘มิรเรอร์’ รายงานเรื่องราว กรณีที่นักโบราณคดี พบถ้วยทองขนาดเล็ก ในประเทศรัสเซีย ซึ่งเชื่อว่า มีอายุราว 2,400 ปี พร้อมทั้งให้ความเห็นว่า ในสมัยโบราณชนเผ่าใช้ถ้วยขนาดเล็กเหล่านี้ เป็นอุปกรณ์ในการใช้เสพสารเสพติด จำพวกกัญชา และฝิ่น ขณะทำพิธีกรรมตามความเชื่อบางอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต

ทว่า สิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ ถูกค้นพบระหว่างการขุดสำรวจ บริเวณสุสานของชาวเผ่าโบราณชนเผ่าหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ ภาคใต้ของประเทศรัสเซีย ซึ่งการตรวจพบครั้งนี้ นอกจากอุปกรณ์ลึกลับเหล่านี้แล้ว ยังมีแก้วแหวน เงินทอง เครื่องประดับอีกจำนวนหนึ่ง ฝังรวมอยู่ด้วย ทั้งนี้รายงานระบุว่า ชนเผ่าที่กล่าวมาข้างต้น มีชื่อว่ากลุ่ม ‘ไซเธียน’ เป็นชนเผ่าเร่รอน ที่รอนแรมมาจากประเทศอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ ทำการตั้งข้อสันนิษฐานว่า ชนเผ่า ‘ไซเธียน’ นิยมเสพสุขด้วยสารเสพติดเหล่านี้ เพื่อฉลองชัยชนะในการทำสงคราม หรืออาจจะใช้สารเสพติด เพื่อสร้างความกล้าหาญ ก่อนกรีฑาทัพเปิดศึกสู้รบ ซึ่งหากข้อพิสูจน์ในครั้งนี้เป็นจริง จะสามารถบอกเป็นนัยได้ว่า การเสพสารเสพติด เป็นพฤติกรรมที่มีมาอย่างยากนานนับตั้งแต่อดีตกาล

MThai News

ที่มา Mirror