เผย 4 ถนน แท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร

กรมการขนส่งทางบก เผยสถิติ 4 อันดับ ถนน แท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร ที่ถูกร้องเรียนผ่านทาง แอพลิเคชั่น ดีแอลที เช็กอิน ได้แก่ ถนนสุขุมวิท สีลม สาทร และพญาไท

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า หลังจากได้เปิดใช้บริการแอพลิเคชั่น ดีแอลที เช็กอิน เพื่อการใช้บริการรถแท็กซี่ และรับปัญหาร้องเรียนเกี่ยวกับแท็กซี่ต่างๆ ขณะนี้ มีผู้ดาวน์โหลดใช้บริการแล้วกว่า 30,000 ราย และได้รับการร้องเรียนจากผู้ใช้บริการ 1,832 ครั้ง

แท็กซี่ไทย

สำหรับปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุด คือ กรณี แท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลา 17.00 – 22.00 น. ส่วนพื้นที่ที่พบปัญหานี้มากที่สุด ได้แก่ ถนนสุขุมวิท สีลม สาทร และพญาไท ซึ่งทางกรมขนส่งทางบก จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบดูแลในพื้นที่และช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีการร้องเรียนเกี่ยวกับสภาพรถแท็กซี่ทั้งภายในและภายนอกที่มีสภาพทรุดโทรมอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีแท็กซี่ที่ถูกร้องเรียนผ่านแอพฯดังกล่าว และมีประวัติทำผิดซ้ำซาก โดยเปรียบเทียบปรับยึดใบอนุญาติทั้งหมด 11 ราย สำหรับผู้แท็กซี่ที่เพิ่งถูกร้องเรียน จะถูกลงโทษเปรียบเทียบปรับ และลงบันทึกประวัติการกระทำความผิด และจัดให้มีระบบติดตามตรวจสอบเพื่อไม่ให้เกิดการกระทำความผิดซ้ำขึ้น หากตรวจสอบพบว่าเป็นการกระทำความผิดซ้ำซากจะดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก…Dailynews

ดูไว้ก่อนกิน! คลิปเตือนสติ หากคิดบริโภคแมลงทอด

คลิปเตือนสติ ให้ระวังก่อนกินแมลงทอด หลังพบพยาธิขนม้าซ่อนตัวอาศัยอยู่ข้างใน ขณะที่ชาวเน็ตตำหนิ ควรแนะนำการกินแมลงทอดที่ถูกวิธีดีกว่ามาผ่าพิสูจน์แมลงสดๆ เพื่อให้ภาพพยาธิเช่นนี้

ผู้ชื่นชอบแมลงทอดคงอดผวาไม่ได้ หลังปรากฎคลิปเตือนภัยให้ระแวดระวังการเปิบอาหารพิศดารชนิดนี้ เพราะอาจทำให้เรากินสิ่งที่อยู่ในตัวแมลงจนนำไปสู่อันตรายได้ โดยคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเพจ @จ.ส.อ อุดม สร้อยเงิน ในหัวข้อว่า “แมลงกินแต่ใบไม้ใบหญ้าจริงเหรอแล้วตัวพวกมาอยู่ในท้องแมลงได้อย่างไรน่ากลัวจริงๆ”

1.5

ซึ่งคลิปดังกล่าวเผยให้เห็นภาพการผ่าแมลงอาทิ จิ้งหรีดรวมถึงตั๊กแตน ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการนำมาทำแมลงทอด เพื่อพิสูจน์ว่ามีอะไรอยู่ข้างในบ้าง ก่อนจะทราบต่อมาว่าสิ่งที่อยู่ในตัวแมลงคือพยาธินั่นเอง

โดยพยาธิดังกล่าวสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นพยาธิขนม้า เพราะมันจะอาศัยอยู่ในท้องแมลง และสามารถบังคับให้แมลงทำตามที่มันต้องการได้ เมื่อโตเต็มไว้ก็จะจะบังคับให้แมลงกระโดดลงไปในน้ำ เพื่อออกมาจากตัวแมลงเพื่อผสมพันธุ์วางไข่ สืบทอดลูกหลานต่อไปในแหล่งน้ำเช่น แม่น้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง และไข่ก้จะกระจายไปตามใบไม้ใบหญ้าริมน้ำ รอให้ตั๊กแตนหรือจิ้งหรีดโชคร้ายมากินมัน และเริ่มวงจรชีวิตต่อไป

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น ด้วยส่วนใหญ่รู้สึกขยะแขยงต่อภาพที่เห็น ขณะที่บางส่วนได้ตำหนิผู้เผยแพร่คลิปว่าควรแนะวิธีการกินแมลงให้ถูกต้องมากกว่าการนำมาแมลงสดๆ มาผ่าพอสูจน์ครั้งนี้

‘ผบ.ตร.’ ลั่น ไม่ละเว้น เด้งตร.กระทำผิด

‘สมยศ’ แจง เด้ง น้องชายมาช่วยราชการ ไม่สนใจ เป็นน้อง ใคร พี่ใคร ลั่น ไม่มีละเว้นในยุคตน  ถ้าทำผิดต้องยอมรับผิด

วันที่ 25พ.ค.58 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)ลงนามเซ็นคำสั่งย้ายตำรวจสภ.เมืองนครปฐม จำนวน 11 นายให้ไปปฏิบัติราชการแทนโดย 1ในนั้นได้มีพ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. น้องชายของผบ.ตร

999999

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า กรณี พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. ที่ตนสั่งมาช่วยราชการด้วย เป็นน้องชายของตนเอง แต่เมื่อพิจารณาตามคำสั่ง 234/2558 ก็ต้องร่วมรับผิดชอบ ไม่มีลูบหน้าปะจมูก ถ้าทำผิดต้องยอมรับผิด ทำไม่ดีต้องยอมรับว่าทำไม่ดี ไม่ใช่ว่านามสกุลพุ่มพันธุ์ม่วงแล้วยกเว้น

โดยพล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ไม่มีข้อยกเว้น ทำให้เห็นจะๆว่าเมื่อมีหน้าที่รับผิดชอบต้องทำ ไม่ใช่ลูกคนนั้น หลานคนนั้น น้องคนนี้ต้องเว้น ไม่มีละเว้นในยุคของผม แล้วไม่ต้องมีใครโทรฯ มาขอผมด้วย มีคนพยายามโทรมาขอตนว่าคนนั้นคนนี้เกี่ยวไหม ไม่เกี่ยวอย่างนั้นอย่างนี้

ซึ่งจะเกี่ยวหรือไม่ตนตัดสินใจเองไม่ต้องมาสอนตน เพราะตนโตแล้ว ทุกคำสั่งมีโทรมาขอ มาว่าตนเอาตำรวจมาช่วยราชการเยอะแยะไปหมดไม่มีคนทำงาน ไม่เป็นไรเลยครับ ผบก.มา รองผบก. รองผบช. อยากมารักษาราชการแทนตั้งหลายคน ตอนนี้ตนให้สิทธิ ผบช.เลือกคนมาทำงานแทน เอาคนที่ทำงานให้ได้ หากผบช.เลือกมาแล้วยังไม่ดีอีก ตนอาจเรียก ผบช.มานั่งคุยกับตนที่ศปก.ตร.ก็ได้ ก็อยากลองเหมือนกันว่าจะเอาผบช.มาได้หรือไม่ ถ้าไม่ทำ”

ทั้งนี้การสั่งย้าย น้องชายของ ผบ.ตร เป็นผลมาจากเห็นว่าในท้องที่ บช.ภ7 โดยเฉพาะ จ.นครปฐมและจ.ใกล้เคียง มีอาชญากรรมรุนแรง สะเทือนขวัญ เกิดขึ้นบ่อย มีการจับกุมต่างๆโดยหน่วยงานภายนอกโดยเฉพาะฝ่ายปกครอง

ทำให้เห็นว่าตำรวจในพื้นที่ภ.จว.นครปฐม และบช.ภ.7ที่มีส่วนรับผิดชอบอาจไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดหรืออาจละเลย หย่อนยานไม่ทำตามนโยบายที่ตนมอบไว้ เพื่อให้การทำคดีต่างๆคลี่คลาย ตนจึงสั่งให้ตำรวจที่รับผิดชอบในพื้นที่ ในคดีที่เกิดขึ้นมาช่วยราชการศปก.ตร.ชั่วคราว และส่งชุดสืบสวนพิเศษ ที่มีพล.ต.อ.จักรทิพย์ เป็นหัวหน้าชุดเข้าไปคลี่คลายคดีแทน

MThai News