ด่วน!รวบ3นศ.ให้กำลังใจ’กลุ่มดาวดิน’คุมตัวเข้าค่ายทหาร

จนท.รวบ 3นักศึกษา เดินทางให้กำลัง “กลุ่มดาวดิน” คุมตัวเข้าค่ายศรีพัชรินทร์  จ.ขอนแก่น หลังวันนี้เป็นครบกำหนดรายงานตัว “กลุ่มดาวดิน”

วันที่ 19 มิ.ย.58 เวลา 13.30 น. มีรายงานว่า นักศึกษาดาวดิน 3 คน ถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ไปยังค่ายศรีพัชรินทร์ จ.ขอนแก่นแล้ว ได้แก่ นส.ขวัญหทัย ปทุมถาวรสกุล, นส.จิรัชญา หาญณรงค์ และนายกฤต แสงสุรินทร์

จับ3นศ. ให้กำลังใจ'กลุ่มดาวดิน'คุมตัวไปค่ายหทาร

โดยทั้ง 3คน ซึ่งไม่ได้ถูกหมายเรียก กำลังจะเดินทางไปทำกิจกรรม โดยนำรูปวาดของเพื่อนนักศึกษา 7คน ไปตั้งที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น แต่ถูกตำรวจทหารดักยึดอุปกรณ์ภาพวาดระหว่างทาง พร้อมนำตัวทั้ง3 ไปที่สภ. ขอนแก่น ก่อนคุมตัวต่อไปยังค่ายศรีพัชรินทร

สืบเนื่องช่วงเช้ากำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100นาย ได้ตรึงกำลังรอบบริเวณ สภ.เมืองขอนแก่น โดยในวันนี้เป็นวันครบกำหนด 15วัน ของการเข้ารายงานตัวของนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ของกลุ่มดาวดิน ตามความผิดทางกฎหมาย หลังฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558

ซึ่งประกอบด้วย นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, นายอภิวัฒน์ สุนทรารักษ์, นายพายุ บุญโสภณ, นายภาณุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์, นายสุวิชชา ฑิพังกร, นายศุภชัย ภูครองพลอย และนายวสันต์ เศษสิทธิ

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ  เพจ “ดาวดิน สังกัดพรรคสามัญชน”

MThai News

เมีย‘จ่าเพียร’ บุก สตช. ทวงถามเงินตั้งกองทุนฯ

ภรรยา ‘พ.ต.อ.สมเพียร’ อดีต ผกก. สภ.บันนังสตา ที่เสียชีวิตเหตุบึ้มใน 3 จังหวัดภาคใต้ บุกสตช.จี้ ‘พล.ต.อ.พงศพัศ’ แจงรายละเอียดกองทุน

วันนี้ 19 มิ.ย. นางพิมพ์ชนา ภูวพงษ์พิทักษ์ ภรรยา ของ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา หรือ จ่าเพียร (ยศขณะเสียชีวิต) “วีรบุรุษแห่งเทือกเขาบูโด” อดีตผู้กำกับการ สภ.บันนังสตา ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ถูกกลุ่มก่อความไม่สงบลอบวางระเบิด ในพื้นที่บ้านทับช้าง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 53

ร้อง สตช. ทวงถามปมกองทนุจ่าเพียร

โดยนางพิมพ์ชนา กล่าวว่า ที่ตนเดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติในวันนี้ เพื่อจะสอบถามเกี่ยวกับรายละเอียดของกองทุนจ่าเพียร เพื่อตำรวจกล้า 3 จังหวัดชายแดนใต้ รวมถึงจำนวนเงินที่มีประชาชนบริจาคเข้ามาในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา

หลังจาก พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางไปร่วมงานสวดอภิธรรมศพของ พ.ต.อ.สมเพียร ในคืนที่ 2 (ขณะนั้น) ที่วัดคลองเปล จ.สงขลา และได้ขออนุญาตจัดตั้งกองทุนดังกล่าว

แต่ตนไม่ทราบรายละเอียดว่าจัดตั้งขึ้นเพื่ออะไร จนต่อมาได้พบกับ พล.ต.อ.พงศพัศ อีกครั้งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และได้ขออนุญาตให้ตนเป็นกรรมการในการเบิกถอนเงิน ซึ่งหลังจากวันนั้นตนก็ไม่ได้พบกับ พล.ต.อ.พงศพัศ และไม่ได้รับการติดต่อ รวมถึงไม่ทราบรายละเอียดของกองทุนดังกล่าวอีกเลย

ในวันนี้จึงต้องการที่จะพบกับ พล.ต.อ.พงศพัศ เพื่อขอให้ชี้แจงถึงรายละเอียดของกองทุนที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่จัดตั้งกองทุนมา อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณประชาชนทั่วประเทศที่สนับสนุนและร่วมบริจาคเงินเข้ามาให้กับกองทุนจ่าเพียร

MThai News

เร่งหาชาวไทย สัมผัสชายป่วย‘เมอร์ส’บนเครื่องบิน

กระทรวงสาธารณสุข เผยผู้ป่วย “เมอร์ส“ อาการดีขึ้น ขณะเร่งติดตามชาวบุรีรัมย์ นั่งข้างผู้ป่วยบนเครื่องบินเสี่ยงติดเชื้อ ขอประชาชนอย่าตระหนก

จากกรณีพบผู้ติดเชื้อไวรัส “เมอร์ส” รายแรกในประเทศไทย ซึ่งผู้ป่วยเป็นชายอายุ 75 ปี เดินทางมาจากตะวันออกกลาง และกระทรวงสาธารณสุขรับตัวมารักษาที่สถาบันบำราศนราดูรนั้น

สธ.

สธ.แถลงผู้ป่วยเมอร์ส อาการดีขึ้น

ล่าสุดวันที่ 19 มิ.ย. นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมผู้เชี่ยวชาญร่วมแถลงความคืบหน้า กรณีพบผู้ป่วยเมอร์สรายแรกว่า สำหรับอาการของผู้ป่วยมีแนวโน้มดีขึ้น ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ส่วนญาติที่ติดตามมาด้วยกัน 3 คน พบว่า 1 คน เริ่มมีอาการไข้ต่ำๆ อีกคนเริ่มมีอาการไอ ซึ่งได้เก็บเชื้อในลำคอส่งตรวจแล้ว และยังติดตามอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นผู้ป่วยอยู่ในห้องแยกเชื้อ ไม่มีการสัมผัสกับใครเพิ่มเติม

ทั้งนี้มีการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยเพิ่มเติม พบว่าบนเครื่องบินที่ชายดังกล่าวเดินทางมายังประเทศไทย มีผู้โดยสารรวมลูกเรือ 106 คน มีทั้งความเสี่ยงสูง และความเสี่ยงต่ำ โดยจะเน้นติดตามผู้โดยสาร 2 แถวหน้าหลัง ซึ่งหนึ่งในนั้น มีคนไทยเป็นชาวบุรีรัมย์ ซึ่งนั่งชิดผู้ป่วย ขณะนี้ทราบชื่อแล้ว แต่ยังไม่สามารถตามตัวได้

ส่วนผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั้งหมด 57 คน อยู่ในระบบเฝ้าระวังแล้ว ทั้งนี้เหลือคนขับรถแท็กซี่อีก 1 ราย ยังคงตามตัวอยู่ แต่ถือว่ามีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากสัมผัสกับผู้ป่วยเวลาสั้น จากโรงแรมไปโรงพยาบาลเท่านั้น

ในส่วนของชาว จ.เชียงใหม่ ที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศเกาหลี ขณะนี้ได้มีการตรวจอาการขั้นแรกแล้ว ผลออกมาเป็นลบ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องมีการตรวจยืนยันอีกครั้ง แม้ว่าไทยจะพบผู้ป่วยไวรัสเมอร์สเป็นรายแรก แต่ขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนก ขอให้ใช้มาตรการตามที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ อาทิ กินร้อน ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ

หากผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในประเทศที่มีการระบาด ส่วนประชาชนทั่วไป ที่เดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาด ก็ขอให้อย่าคลุกคลีกับผู้ป่วย และหากกลับประเทศไทยภายใน 14 วัน มีอาการไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ ให้พบแพทย์ทันที หากมีข้อสงสัยข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด ,ภาพจากทวิตเตอร์ จส.100

MThai News