เหล้าเถื่อนทำพิษ คร่าชีวิตขาเมาบอมเบย์27ศพ

ชาวชุมชนแออัดในเมืองมุมไบ เสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย หลังจากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ราคาถูก

อินเดีย,เหล้าเถื่อน,บอมเบย์,เหล้าพิษ

วันนี้ ( 19 มิ.ย. ) สำนักข่าว ‘บีบีซี’ เผยแพร่เรื่องราว กรณีที่มีการรายงานข่าวการเสียชีวิตของชาวบอมเบย์ ซึ่งเป็นชุมชนแออัดที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกของเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย เป็นจำนวนมาก เนื่องจากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ราคาถูก

ทั้งนี้รายงานระบุว่า ชาวเมืองบอมเบย์อย่างน้อย 27 ราย ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เถื่อน ที่มีราคาถูก นอกจากนี้ยังมีประชาชนเคราะห์ร้ายล้มป่วยอีกเป็นจำนวนมาก หลังจากดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้ ที่ไม่ได้รับการการันตีในด้านความปลอดภัย และส่งผลเป็นพิษต่อร่างกายอย่างร้ายแรง

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวในลักษณะนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เแต่ในปี 2011 เคยมีผู้เสียชีวิตจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ไม่ได้มาตรฐานรวม 170 ราย โดยเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในรัฐเบงกอล และย้อนไปในปี 2009 ก็มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 130 ราย จากสาเหตุเดียวกัน

MThai News
ที่มา BBC

ร้าว! ชวดงาน เพราะเถียงว่าที่เจ้านาย ปมรับน้อง

ซวยเลย? หนุ่มชวดงาน เพราะเถียงว่าที่เจ้านาย ปมรับน้อง

วันนี้ (19มิ.ย.) เป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ตลอดสำหรับเรื่องของการรับน้อง ผู้คนมักจะหยิบเอาเรื่องนี้มาถกเถียงกัน ถามถึงความจำเป็นของการจัดกิจกรรม บ้างก็เห็นว่ากิจกรรมรับน้องไม่มีความจำเป็น เพราะผู้ที่สอบติดในมหาวิทยาลัยนั้นๆ ต่างมีวัตถุประสงค์เดียวกันคือ เพื่อไปศึกษาหาความรู้

ขณะที่อีกฝ่ายมองว่า กิจกรรมรับน้องคือหนทางในการเชื่อมความสัมพันธ์ ทำให้เกิดความรักความสามัคคีกัน ในหมู่รุ่นพี่รุ่นน้อง

a

ล่าสุดเป็นที่ฮือฮาบนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังจากแฟนเพจชื่อดัง ได้มีการโพสต์ภาพ คอมเม้นท์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กสองราย

ชายคนแรกได้มีการตั้งสถานะบนเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับน้อง โดยเขาเห็นว่า การรับน้องในปัจจุบันของมหาวิทยาลัยบางแห่ง เริ่มจะมีปัญหาในสังคม รุ่นน้องสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัย เพราะต้องการหาความรู้ การทำกิจกรรมรับน้องจึงไม่ควรที่จะบังคับความชอบใจกัน รุ่นพี่ส่วนใหญ่จะใช้คำที่สวยหรู หวังดีแก่น้อง ซึ่งมันเป็นความหวังดีที่ไม่ใช่ของจริง

จากนั้นได้มีชายอีกคนเข้ามาแสดงความเห็นในสถานะของชายคนแรก ในมุมมองที่ต่างออกไปว่า  ชายคนแรกไม่เข้าใจการรับน้องก็อย่ามาโลกสวย หากไม่เข้าใจอย่ามาพูด ความสามัคคีเกิดจากรั้วมหาวิทยาลัยสอนทั้งนั้น แต่สุดท้ายชายคนนี้ถึงกับอึ้งเมื่อ เขาได้รู้ว่าชายที่เขาโต้เถียงด้วยวาจาไม่เหมาะสม เป็น “ว่าที่เจ้านาย” ที่เตรียมจะรับเขาเข้าทำงาน

โดยคอมเม้นท์ทั้งหมดมีดังนี้

“ว่าที่เจ้านาย” ในอนาคต : ผมคิดว่าการรับน้องในปัจจุบันของมหาวิทยาลัยบางแห่ง เริ่มจะมีปัญหาในสังคมแล้วครับ รุ่นน้องสมัคร “เรียน” ที่มหาวิทยาลัยเพราะต้องการหาความรู้ ซึ่งเป็นจุดประสงค์หลัก

การทำกิจกรรมรับน้องจึงไม่ควรที่จะบังคับความชอบใจกัน  คุณรุ่นพี่ส่วนใหญ่จะใช้คำที่สวยหรู หวังดีแก่น้อง ซึ่งมันเป็นความหวังดีที่ไม่ใช่ “ของจริง” เลยครับ เป็นการกดขี่กันอย่างเห็นได้ชัด โดยมักจะอ้างว่าเพื่อความสามัคคี หรือหากอนาคตเข้าทำงานจะ สามารถรับแรงกดดันได้

ชายรายดังกล่าว :  ” ไ__แก่ บริษัท__ก้าวหน้าแค่ไหนกัน ทำมาเป็นโลกสวย __ไม่เคยรับก็อย่ามาเสือ__ว้ากพวกน้องให้เขาได้ดี __ไม่เข้าใจอย่าทำมาพูด แล้วจะบอกให้ว่าความสามัคคีเกิดจากรั้วมหาวิทยาลัยสั่งสอนทั้งนั้น”

“ว่าที่เจ้านาย” ในอนาคต  : สวัสดีครับ คุณอลง_________”  บังเอิญโลกกลมมากครับที่พบกันในเฟซบุ๊กนี้แบบนี้ ผมกำลังจะตอบผลสมัครงานของคุณพอดี แต่คงต้องขอเลื่อนผลพิจารณาของคุณก่อน ไว้จะติดต่อไปอีกครั้งนะครับ แหม่ แต่พูดแบบเป็นกันเอง โดนเรียกว่าแก่ผมก็เจ็บนะครับ ว่าจะรับอยู่แล้วเชียว

ชายรายดังกล่าว : ขอโทษจริงๆ ครับ น้องสาวผมมันมาเล่นเฟซ ยังไงติดต่อมาใหม่ด้วยนะครับ

ทั้งนี้หลังจากเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวสังคมออนไลน์จำนวนมากได้เข้าไปแสดงความเห็นในมุมมองที่ต่างกัน โดยส่วนใหญ่เห็นว่าไม่เชื่อว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมองว่า หากเรื่องดังกล่าวเป็นความจริง ก็ไม่อยากให้ทางบริษัทนำเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงาน

MThai News 

หมอเทวดา!ชาวบ้านแห่ รักษาโรคอัมพฤกษ์-คนใบ้

ชาวบ้านแห่รักษาโรคกับ หมอนวดเทวดา หลังคนเป็นอัมพฤกษ์นวดจนสามารถมาเดินได้ ส่วนเงินค่าครูนำไปบริจาคทำบุญตามวัด โรงพยาบาล

จากกรณีบนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คมีการโพสต์เฟซบุ๊ก และแชร์ถึงคลิป นายเสน่ห์ ศรีประวัติ หมอนวดแผนโบราณ ที่บ้านห้วยสีเสียด ต.ห้วยสีเสียด อ.ภูหลวง จ.เลย ขณะนวดรักษาอาการหูตึงและเป็นใบ้ของหญิงสาววัย 22 ปี รายหนึ่ง จนได้ยินเสียงและพูดได้เป็นบางคำ ซึ่งผู้เผยแพร่คลิปในเฟซบุ๊กครั้งนี้ระบุว่า เป็นหนึ่งในคนไข้ที่เคยมารักษาอาการปวดไมเกรนแล้วหาย

หมอนวดหัตถ์เทวดา

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ ไปที่บ้านของนายเสน่ห์ ศรีประวัติ พบว่าหมอเทวดารายนี้กำลังรักษาคนป่วย โดยมีคนป่วยมารอรักษาเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงสูงอายุ ที่มีอาการเจ็บตามข้อเข่า ปวดเอว ปวดกระดูก นอกจากนี้ยังมีคนวัยหนุ่มสาวมารักษาอาการปวดไมเกรนด้วย โดยเดินทางมาจากต่างจังหวัด ขณะเดียวกันยังพบกลุ่มแม่ชีมารอรับการรักษาด้วย

สำหรับสถานที่รักษา เดิมเป็นฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ อยู่ในไร่อ้อยท้ายหมู่บ้านห้วยสีเสียด มีการนำเอาไม้เท้า ทั้งที่เป็นโลหะ และเป็นไม้กว่า 200 อัน มาแขวนไว้เป็นม่าน ซึ่งเอามาจากผู้ที่มารักษาแล้วหาย สามารถกลับมาเดินได้อย่างคล่องแคล่ว จึงทิ้งไว้ที่นี่ ไม่นำกลับไปใช้อีก

ก่อนการรักษานั้น หมอเสน่ห์จะให้ผู้ป่วยนำพานสีเงิน พร้อมดอกไม้และค่าครูจำนวน 550 บาท มาไหว้ แล้วนั่งเก้าอี้ เริ่มจากนวดด้านหลัง สะบัก ใช้ไม้ปลายกลมมนจิ้มลงกระดูกสันหลัง และกล้ามเนื้อตามจุดต่างๆ แล้วนวดที่ขา และจบด้วยท่านอนนวด กดจุดที่ต้นขา พร้อมท่องคาถาไปด้วย รวมใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีต่อคน

นายเสน่ห์ ศรีประวัติ เล่าว่า การนวดลักษณะนี้เรียกว่า พลังจิตบำบัด เริ่มทำมาเมื่อประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว ก่อนหน้านี้ มีอาชีพเป็นเกษตรกร แต่ตนชอบนั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม และชอบช่วยเหลือคนอื่น จึงไปเรียนนวด จนได้ใบอนุญาตประกอบอาชีพ เปิดนวดรักษาให้คนทั่วไปที่เป็นโรคเกี่ยวกับข้อ กล้ามเนื้อ โรคไมเกรน หูตึง อัมพฤกษ์ อัมพาต ส่วนใหญ่อาการก็ดีขึ้น

อย่างไรก็ตามเงินค่ารักษาที่ผู้ป่วยให้เป็นค่าครู ไม่ได้เก็บสะสมแต่อย่างใด ส่วนใหญ่จะนำไปทำบุญบริจาคให้วัด ให้โรงพยาบาล และโรงเรียนที่ขาดแคลน รู้สึกมีความสุข ที่เห็นคนมารักษาแล้วหายหรือมีอาการที่ดีขึ้น

MThai News

ที่มา…TNEWS