เปิดเว็บ ล่าชื่อ ค้าน ยกเลิกใช้ก๊าซรถยนต์ LPG

สมาคมธุรกิจก๊าซรถยนต์ไทย เปิดหน้าเว็บไซต์ tagba-thai.com เพื่อรวบรวมเสียงผู้ร่วมคัดค้าน การยกเลิกใช้ก๊าซ LPG ในรถยนต์

หลังจากที่กระทรวงพลังงาน ได้มีนโยบายให้กระทรวงการคลังปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต ณ หัวจ่ายสถานีปั้มก๊าซ LPG อีกลิตรละ 3-5 บาท และกระทรวงคมนาคมปรับขึ้นภาษีรถยนต์ เฉพาะรถระบบก๊าซ LPG แต่ปรับลดภาษีรถยนต์สำหรับรถ NGV รวมถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ยังให้สัมภาษณ์ แสดงแนวคิดแผนยกเลิกการใช้แก๊ส LPG ในภาคขนส่ง ภายใน 2 ปี

โดยสมาคมธุรกิจก๊าซรถยนต์ไทย เห็นว่าแนวความคิดและนโยบายดังกล่าว ได้สร้างผลกระทบอันใหญ่หลวงในทันที ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ของสิทธิการเลือกใช้พลังงานเชื้อเพลิง ทั้งภาคประชาชนที่ใช้รถยนต์โดยสารทั่วไป ค่าครองชีพ การจ้างงาน และการขนส่งเชิงพาณิชย์ทั้งระบบ

ค้านยกเลิกLPG

หน้าเว็บไซต์ tagba-thai.com

ทั้งนี้ หากประชาชนท่านใดที่ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกใช้ก๊าซ LPG ในรถยนต์ ทางสมาคมฯ ได้จัดทำหน้าเว็บไซต์ tagba-thai.com เพื่อรวบรวมรายชื่อประชาชนที่เดือดร้อน สะท้อนให้ทางรัฐบาลได้เห็น และนำไปสู่การลงประชามติทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ พร้อมเสนอให้รัฐบาล คสช. จัดตั้งคณะทำงานภาคประชาชน โดยมีส่วนร่วมในการออกนโยบายหรือกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทางเลือก LPG ภาคขนส่ง เพื่อความโปร่งใส เป็นธรรม และเท่าเทียมกันในการได้ใช้ทรัพยากรของชาติ

MThai News

วอนช่วย! ทารกป่วยสมองไหล นอกกะโหลกศีรษะ

วอนช่วยเหลือ น้องชมพู ทารกเพศหญิง เกิดอาการผิดปกติ กะโหลกศีรษะรั่ว สมองอยู่นอกกะโหลกศีรษะ 

วันนี้ (16 มิ.ย. 58) เวลา 10.00 น. พระศรีสวรรค์ อมรธัมโม รองเจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ พร้อมคณะ นำเงินและเครื่องอุปโภคบริโภค ช่วยเหลือครอบครัว เด็กหญิงนชรัตน์ ยอดสิน หรือน้องชมพู อายุ 13 วัน ที่มีอาการผิดปกติตั้งแต่แรกคลอด โดยบริเวณกะโหลกมีรอยรั่ว ส่งผลให้สมองและถุงน้ำไหลออกมาเป็นก้อนอยู่นอกกะโหลกศีรษะ

เด็ก วัย 13วัน กะโหลกรั่ว สมองไหลนอกศีรษะ

โดย นางสาวนิชาดา ไกรสังข์ อายุ 21 ปี  มารดาน้องชมพู เผยว่า ตนได้ไปฝากครรภ์ตามปกติ จนกระทั่งอายุครรภ์ครบ 4 เดือน ได้ไปทำการอัลตร้าซาวน์ แพทย์ยืนยันว่าน้องปกติดี แต่พออายุครรภ์ 8 เดือน กลับไปทำอัลตร้าซาวน์อีกครั้ง แพทย์แจ้งว่าเด็กในครรภ์มีอาการผิดปกติ บริเวณกะโหลกศีรษะ ลักษณะเป็นก้อนขนาดเท่ากำปั้น

เมื่อครบกำหนดผ่าตัดคลอดที่โรงพยาบาลพุทธชินราช อ.เมืองพิษณุโลก แรกเกิดน้ำหนัก 3,300 กรัม พบว่า น้องมีมันสมองอยู่นอกกะโหลกศีรษะ และหยุดหายใจ ทีมแพทย์จึงใส่เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งอาการเกิดจากความผิดปกติของกะโหลกศีรษะด้านหลัง มีรูโหว่ ทำให้สมองและถุงน้ำไหลออกมาอยู่นอกกะโหลกศีรษะ

เด็ก วัย 13วัน กะโหลกรั่ว สมองไหลนอกศีรษะ

ซึ่่งยังไม่สามารถที่จะรักษาได้เนื่องจากน้องยังเป็นเด็ก ประกอบกับหากเข้ารับการผ่าตัดอาจจะเกิดอาการติดเชื้อได้ โดยน้องชมพู มีอาการปกติเหมือนเด็กทั่วไปทุกอย่าง เพียงแต่ไม่สามารถดูดนมแม่ได้ แพทย์ได้ทำการใส่สายเพื่อให้นมทางสายยาง

นอกจากนี้ผู้เป็นแม่ยังเผยต่อว่า ครั้งแรกที่เห็นหน้าลูกหัวใจแทบสลาย รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดของลูก หลังจากพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 7 วัน ได้พาน้องกลับบ้านพัก เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา น้องอาจจะไม่สามารถมีชีวิตที่ยาวนานกว่านี้ แต่ก็ยังหวังว่าอยากให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น

สำหรับ ผู้มีจิตศรัทธาท่านใดต้องการให้ความช่วยเหลือน้องชมพู สามารถติดต่อได้โดยตรง ที่นางสาวนิชาดา ไกรสังข์ หมายเลขโทรศัพท์ 088- 1574284 หรือ สามารถโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขาบางระกำ ชื่อบัญชี นางสาวนิชาดา ไกรสังข์ เลขที่บัญชี 624 -0-20528-1

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ matichon

MThai News

วอนช่วยตายายเก็บเห็ด ชีวิตพ้นคุก รันทดกว่าเก่า

สองตายายเก็บเห็ด เผยชีวิตหลังพ้นคุกลำบากกว่าเก่า ไร้อาชีพ-หนี้สินเพิ่มกว่าแสนบาท วอนช่วยเรียกร้องค่าชดเชย ด้าน อบจ.กาฬสินธุ์ เร่งประสานพารับเบี้ยผู้พิการ

วันที่ 16 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีสองตายายเก็บเห็ดในป่าสงวนดงระแนง อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ แล้วถูกตำรวจจับกุม โดยศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี 8 เดือน ซึ่งขณะนี้พ้นโทษออกมาแล้ว แต่ยังคงประสบปัญหาชีวิต มีหนี้สินจำนวนมาก

ตายายเก็บเห็ด

วอนช่วย สองตายายเก็บเห็ด

โดยนายอุดม ศิริสอน หรือตาเรียน เปิดเผยว่า หลังจากพ้นโทษออกมาชีวิตตอนนี้แย่กว่าเดิม ก่อนถูกจับติดคุกประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์ชนจนมีอาการเลือดออกทางสมอง กระดูกไหปลาร้าฉีก และส่วนอื่นๆ ยังไม่หายเป็นปกติ แต่ต้องไปอยู่ในคุก ทำให้ไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้หูก็ได้ยินไม่ถนัด เดินไปมาไม่สะดวก

“ชีวิตตอนนี้ไม่มีอาชีพทำกิน ก่อนเคยรับเหมายกบ้าน แต่ตอนนี้ร่างกายและสุขภาพไม่ไหวก็ต้องเลิกไป จะไปเก็บเห็ด เก็บฟืนเหมือนเดิมก็ไม่กล้า เพราะกลัวว่าจะถูกจับอีก ตั้งแต่ครั้งนั้นก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้ป่าสงวนอีกเลย

ที่พอมีอยู่มีกินก็อาศัยครอบครัวของน้องสาวภรรยาหาข้าวหาน้ำมาให้กิน และพาไปหาหมอ มีหลานชายส่งเงินมาให้ใช้บ้าง แต่ชีวิตก็ลำบากมาก หนี้สินเมื่อครั้งที่เจ็บป่วยและติดคุกก็พอกพูนขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ต้องการตอนนี้ก็เพียงอยากให้ทุกๆ คน เห็นใจและช่วยเหลือในเวลานี้ โดยเฉพาะเรื่องคดี ในการเรียกร้องค่าชดเชย”

ด้านน้องเขยตาเรียน ผู้ดูแล กล่าวว่า หนี้สินที่มีตอนนี้เป็นหนี้จากการกู้ยืม ธกส.มาตั้งแต่พี่เขยประสบอุบัติเหตุ โดยกู้ในนามพี่สาวและเมื่อถูกจับก็ต้องกู้อีกครั้ง โดยตนเองเป็นผู้กู้ เพื่อมาเป็นค่าต่อสู้คดี และค่าเดินทางต่างๆ รวมถึงค่ายารักษาตัวที่จะต้องซื้อยาไปส่งทุกๆ เดือน ตอนนี้หนี้สินเป็นเงินต้นกว่า 100,000 บาท และยังมีดอกเบี้ยที่ต้องชำระอีกส่วน

ขณะที่ นายบุญช่วย น้อยเสนา สมาชิกอบจ.กาฬสินธุ์ ได้นำเอาผ้าห่มและร่มกันแดดกันฝน ไปมอบให้สองตายาย เพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมระบุว่า จะพาตายายไปลงทะเบียนคนพิการ เพื่อให้ได้รับเบี้ยผู้พิการ ที่จะช่วยเหลือในด้านความเป็นอยู่อีกด้านหนึ่ง รวมทั้งการติดตามความคืบหน้าของคดี เพราะสองตายายยังรอความช่วยเหลืออยู่ ซึ่งจะเป็นการเร่งรัดให้ครอบครัวได้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้

อย่างไรก็ตาม เรื่องของคดีความ หรือการเรียกร้องค่าชดเชยต่างๆ คงจะต้องอาศัยผู้ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่เบื้องต้นช่วยติดตามความคืบหน้าให้ เพื่อที่จะได้มาเป็นทุนรักษาร่างกายที่เจ็บป่วย และอยากร้องขอไปถึงผู้ใจบุญทั้งหลายได้เมตตาและให้ความช่วยเหลือครอบครัวนี้ด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด

MThai News