‘รองปลัดยธ.’ ซัด ‘มหาดไทย’ ทำงานเสีย!

‘ธวัชชัย ไทยเขียว’ โพสต์เฟซบุ๊กเหน็บ ‘มหาดไทย’ ทำระบบราชการไทยฟันหรอ – งานภูมิภาคไม่เดิน ชี้ เลิกแบ่งพรรคพวก ร่วมมือทำงานเพื่อประชาชน 

วันที่ 16 มิ.ย.58 นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ธวัชชัย ไทยเขียว” วิจารณ์ระบบการปฏฺิบัติงานราชการ ของราชการส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย

โดยข้อความระบุว่า…

'รองปลัดยุติธรรม'ซัด'มหาดไทย'ต้นเหตุงานภูมิภาคไม่เดิน

ระบบราชการไทย กระบวนการฟันหรอ…ขาดพลัง…!!!

ส่วนกลางคิดและชี้เป้า ส่งต่อให้กระทรวงมหาดไทย ทั้งท้องที่และท้องถิ่นเป็นผู้ปฏิบัติ แต่การส่งต่อหรือมอบหมาย จะมิได้มีการจัดเตรียมการให้ถึงพร้อม จึงสร้างปัญหาให้กับหน่วยปฏิบัติในพื้นที่มากมาย

แม้ราชการบางกระทรวงจะมีส่วนราชการในภูมิภาค แต่ก็เป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญหรือปฏิบัติงานเฉพาะด้านของส่วนราชการตนเท่านั้น แต่ไม่สามารถทำหน้าที่ที่จะตอบภารกิจหรือเป้าหมายรวมแทนกระทรวงตนเอง ให้ผู้ว่าการจังหวัดได้เข้าใจและขับเคลื่อนได้

ซึ่งหากเปรียบเสมือนตัวแทนส่วนราชการในภูมิภาคเหล่านั้นคือ “รมต. ภูมิภาค” ก็เป็น ครม. ที่พร่องด้วยองค์ความรู้ในการขับเคลื่อน เหมือนตาลยอดด้วน ไม่มีพลังในการขับเคลื่อนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ที่สำคัญส่วนราชการส่วนกลางต่างๆ บางครั้งมักลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่เองโดยไม่ฟังก์ชันกับโครงสร้างที่มหาดไทยได้วางไว้ เช่นคณะกรรมการหมู่บ้าน

ขณะที่มหาดไทย ก็ไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะไปจัดอบรมให้ผู้แทนทั้งท้องที่และท้องถิ่นได้มีองค์ความรู้ของส่วนราชการส่วนกลางที่ชี้เป้าให้ไปปฏิบัติได้อย่างเต็มที่

นานวันเข้า มหาดไทยก็ทึกทักคิดว่างานต่างๆ เหล่านั้นเป็นงานของตัวเองหมด ครั้นพอส่วนราชการส่วนกลางคิดได้จะเข้าไปช่วยลงทำงาน มหาดไทยก็มักจะถามว่ามีหน้าที่ มีกฎหมายรองรับหรือไม่

เพราะนี่เป็นงานของมหาดไทย แทนที่จะเป็นเพื่อนคู่คิดเพื่อนร่วมทางเดิน กลับกลายเป็นคู่แข่ง ผลสุดท้ายผลเสียก็ตกอยู่กับประชาชนไม่ได้รับบริการที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เสียของมาก

โดยเฉพาะคนจนคนด้อยโอกาส ไม่สามารถเข้าถึงบริการของรัฐได้ ถึงเวลาหรือยังที่จะต้องมาจัดแถวในการทำงานเชิงบูรณาการร่วมกันเสียใหม่ ระหว่างส่วนกลางที่มีหน้าที่ชี้เป้าและกำกับทิศ โดยที่ก่อนส่งมอบงานให้กระทรวงมหาดไทยในภูมิภาครับผิดชอบ

ต้องมีการจัดอบรมองค์ความรู้ ให้ถึงพร้อมรวมถึงมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ได้รับรู้และเข้าถึงแหล่งบริการของรัฐอย่างเต็มที่ โดยไม่แบ่งเขาแบ่งเรา กระบวนการบริการของรัฐก็จะไม่ฟันหรอ และมีพลังในขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

MThai News

ขอพลังโซเชียล ส่งของช่วยยาย-หลาน ชีวิตรันทด

โลกออนไลน์วอนหน่วยงานเกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือ 3 ยายหลาน มีชีวิตสุดรันทด 

วันนี้ (16มิ.ย.) ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการส่งต่อภาพและข้อความ ที่ถูกโพสต์โดยแฟนเพจ ป๊อดเบสิค เพื่อนช่วยเพื่อน โดยภาพเผยให้เห็น คุณยายท่านหนึ่งกับหลานอีก 2 คน อยู่ในบ้านที่เก่าและทรุดโทรม

page

ซึ่งผู้โพสต์ได้ระบุรายละเอียดไว้ว่า

“ถึงเพื่อนชาวเฟซทุกคน เห็นภาพนี้แล้วน้ำตาไหลเลยค่ะ คุณยายแกเลี้ยงหลาน 2 คน คนโตผู้หญิงอายุประมาณ 2 ขวบ คนเล็กผู้ชายอายุประมาณ 8-9 เดือน ดูจากสภาพยายหลานและบ้านน่าสงสารมาก

ใครมีน้ำใจ มีของเล่น-เสื้อผ้าเด็กและสิ่งของอื่นๆ ที่ไม่ค่อยได้ใช้ หรืออาจเป็นนม ขนม ของใช้ที่จำเป็น สามารถส่งไปให้ยายแกได้นะคะ ถือว่าช่วยเหลือแกนะคะน่าสงสารจริงๆ “

ทั้งนี้เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้ชาวสังคมออนไลน์ต่างเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ

อย่างไรก็ดีหากใครต้องการส่งสิ่งของไปให้คุณยายและหลาน สามารถส่งไปได้ที่ คุณ เขมรัฐ คำศิริ 1242/2 ราชสีมาช๊อปปิ้งคอมเพลค(สวนน้ำ) ถ.มิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000

11430272_368732863324151_4996965443750691219_n

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อความจาก แฟนเพจ ป๊อดเบสิค เพื่อนช่วยเพื่อน 

ปิดตาย!พีซทีวี กสท.ไม่รับอุทธรณ์ ชี้เนื้อหายั่วยุ

มติ กสท. ไม่รับอุทธรณ์ พีซทีวี หลังจากพบว่า มีเนื้อหา ปลุกปั่นจริง ชี้ สามารถฟ้องร้องต่อศาลปกครองได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.)สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2558 มีมติ ไม่รับหนังสือขอความเป็นธรรมของบริษัท ทีวี จำกัด หรือช่องพีซทีวี โดยที่ประชุม กสท. พิจารณาแล้วว่าคำสั่งของ กสท. ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ หากช่อง พีซทีวี ไม่พอใจในมติของ กสท. สามารถฟ้องร้องต่อศาลปกครองต่อไปได้

46

ก่อนหน้านี้ บอร์ด กสท.มีมติให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของช่องรายการพีซทีวี  โดยบอร์ด กสท.ระบุว่ามีเนื้อหาที่ส่อให้เกิดความสับสน ยั่วยุ ปลุกปั่น ให้เกิดความขัดแย้ง และสร้างให้เกิดความแตกแยก

MThai News