ร้องรัฐช่วย 3ดญ.ใช้ชีวิตลำพัง ไร้คนดูแลนานนับปี

จนท.สงเคราะห์เด็กฯ ศรีสะเกษ รุดช่วยเด็กหญิง 3 พี่น้อง หลังใช้ชีวิตลำพังนานนับปี เหตุแม่ถูกจับติดคุก เผยสุดสลดต้องขอข้าววัด-เพื่อนบ้านเพื่อประทังชีวิต แถมน้องป่วยโลหิตจางไม่ได้รับการรักษานานหลายเดือน

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่สงเคราะห์เด็กและเยาวชนจังหวัด นำโดยดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ รองประธานกรรมการฯ ได้เดินทางเข้าช่วยเหลือเด็กหญิง 3 พี่น้องในพื้นที่บ้านนาตราว ต.ดงรัก อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ หลังสืบทราบว่าทั้ง 3 คนใช้ชีวิตเพียงลำพังไร้ผู้ปกครองดูแลมาเป็นปีแล้ว ภายหลังผู้เป็นแม่ถูกจับติดคุกในข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ

น้องเบียร์ วิภา มะณีรัตน์, ข่าวจังหวัดศรีสะเกษ, เด็กยากจน

โดยการใช้ชีวิตในช่วงที่ผ่านมาผู้เป็นพี่คือ ด.ญ.วิภา มะณีรัตน์ หรือ น้องเบียร์ อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 ร.ร.บ้านนาตราว เป็นคนหาเลี้ยงน้องทั้ง 2 คนด้วยการรับจ้างทั่วไป แต่หากวันไหนรายรับไม่เพียงพอก็จะไปขอข้าววัด รวมถึงเพื่อนบ้านมาไว้กินเพื่อประทังชีวิต หนำซ้ำน้องคนเล็กป่วยเป็นโรคโลหิตจาง และไม่ได้ทำการรักษามาหลายเดือนแล้ว

ด้านดร.กัลยาณี ได้เปิดเผยภายหลังเข้าเยี่ยมเด็กทั้ง 3 คนว่า จากการตรวจสอบพบว่าทั้ง 3 มีสภาพความเป็นอยู่เวทนายิ่งนัก จึงได้ทำการช่วยเหลือด้วยการมอบเครื่องอุปโภคบริโภค และเงินสดให้จำนวนหนึ่ง พร้อมทั้งฝากวิงวอนไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือเด็กหญิงทั้ง 3คนนี้ด้วย เนื่องจากหวั่นเกรงจะได้รับอันตรายได้

หรือถ้าหากประชาชนท่านใดมีจิตศรัทธาอยากช่วยเหลือเพื่อเป็นการทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคมนี้ ก็สามารถช่วยเหลือได้ ด้วยการบริจาคเงิน หรือสิ่งของอื่นๆ ตามแต่ศรัทธาทางไปรษณีย์ โดยส่งถึง ด.ญ.วิภา มะณีรัตน์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ร.ร.บ้านนาตราว ต.ดงรัก อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อจะได้เป็นการช่วยยืดชีวิตของเด็กทั้ง 3 คนให้อยู่รอดไปได้ จนกว่าแม่ของเด็กทั้ง 3 คนจะพ้นโทษมาดูแลลูกสาวทั้ง 3

ภาพจาก ข่าวสด

MThai News

ค่าเทอมแพง! นร.กว่า2พัน ฮือไล่ผอ.โรงเรียนดัง

นักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการปทุมธานีกว่า 2,000 คน รวมตัวชุมนุมขับไล่ผอ.โรงเรียน เหตุเก็บค่าเทอมแพงขึ้น นักเรียนไม่มีห้องเรียน

วันที่ 29 มิ.ย. นักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการปทุมธานี ถ.ลำลูกกา คลอง7 หมู่ที่ 5 ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีกว่า 2,300 คน ชุมนุมประท้วงขับไล่ นายสาทร สมบุญ ผู้อำนวยการโรงเรียน 

นักเรียนชุมนุม

โดยระบุว่านายสาทรไม่ใช้หลักธรรมาภิบาลบริหารโรงเรียน อาทิ นักเรียนมัธยมปลายไม่มีห้องเรียน ค่าเทอมแพงขึ้น มีการใช้งบประมาณโดยไม่จำเป็นและผิดประเภท ปิดกิจการน้ำดื่มของโรงเรียนแล้วปล่อยให้บริษัทเอกชนจำหน่ายเครื่องดื่มที่ไม่มีคุณภาพและราคาแพง ห้ามครูและนักเรียนอยู่ภายในโรงเรียนหลังเวลา 16.30 น. โดยไม่ให้ซ้อมกีฬาหรือทำกิจกรรมใดๆ

จึงอยากขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการในเรื่องนี้ เนื่องจากปีที่ผ่านมากลุ่มนักเรียนก็ได้ประท้วงไปครั้งหนึ่งแล้ว และนายสาทรเคยถูกร้องเรียนจากโรงเรียนเดิม ซึ่งกลุ่มนักเรียนทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันเคยยื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมาด้วย

ทั้งนี้ นายมานะ พุ่มบัว รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 4 พร้อมคณะ ได้เข้ามาตรวจสอบและเจรจากับตัวแทนเด็กนักเรียนแล้ว

นักเรียนประท้วง

ขอบคุณข้อมูล/ภาพจาก ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นจ.ปทุมธานี

MThai News

ศาลให้ประกัน บุญทรง-พวก คดีระบายข้าวจีทูจี

‘บุญทรง’และ พวก 21 คนได้ประกันตัว หลัง ศาลฯนัดพิจารณาคดีครั้งแรกวันนี้คดีทุจริตและฮั้วประมูลโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ 

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ เดินทางมายังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามที่ศาลฯนัดพิจารณาคดีครั้งแรก เพื่อสอบคำให้การ คดีที่นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องร่วมกับพวกรวม 21 ราย ซึ่งเป็นคดีทุจริตและฮั้วประมูลโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)

260930

ข้อหา เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจโดยทุจริตสร้างความเสียหายแก่รัฐ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และ พระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กรณีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี

ทั้งนี้อัยการสูงสุด ยังขอให้ศาลสั่งปรับจำเลยทั้งหมด เป็นเงินกว่า 3 หมื่น 5 พันล้านบาท ซึ่งค่าปรับดังกล่าวคิดจากมูลค่าครึ่งหนึ่งตามสัญญาระบายข้าว 5 หมื่นตัน ที่พบว่ามีการกระทำผิดสัญญา 4 ใน 8 ฉบับด้วย

สำหรับจำเลยทั้งหมด หลังจากที่ศาลมีคำสั่งรับฟ้องไปก่อนหน้านี้ ก็ได้มีการ ทยอยยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวแล้ว โดยนายบุญทรงได้ ใช้หลักทรัพย์เป็น สมุดบัญชีเงินฝาก 20 ล้านบาท

พร้อมเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาต ส่วนจำเลยอื่นๆ ศาลพิจารณาตามเหตุแต่ละราย ซึ่งศาลได้ให้ประกันทุกรายยกเว้น พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการของนายบุญทรง และนายสุธี เชื่อมไธสง จึงได้ออกหมายจับจำเลยทั้ง 2คน

ขอบคุณภาพ Voice

MThai News