ประเด็น “เด็ด เดือด เผ็ด มันส์” นาทีนี้ ยกให้ กรณี “14นักศึกษา” กล้า-ท้า-ต้าน “รัฐประหาร” รัฐบาล “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมเหล่าทัพ คสช. โดยอาศัย “วีรกรรมเก่า” เข้าเคลื่อนไหวต่อเนื่อง “สร้างวีรกรรมใหม่” ผนึกกำลัง “กลุ่มดาวดิน”-“กลุ่มชุมนุมหอศิลป์ฯ”ภายใต้ชื่อ “ขบวนการประชาธิปไตยใหม่”
รุ่นเล็กยังเด็กนัก แต่…จิตใจ-ปัญญา กล้ารบรุ่นใหญ่ไร้ใครอาจหาญ แค่วิจารณ์-พาดพิง ยังถูกเรียกปรับทัศนคติโดยฉับพลัน
แต่นี่ ถึงขั้น “ปั่นป่วน-เคลื่อนไหวต้าน” ไม่จัดการ อาจกระทบภาพลักษณ์ ระดับ “ท๊อปบูท” ได้
หากลงไม้ลงมือหนักไป เข้าข่าย ผู้ใหญ่รังแกเด็ก กระนั้น จำต้องใช้มาตรการเบาไปหาหนัก ซึ่งที่ผ่านมา กองทัพพยายามแสดงให้เห็นว่า มีการประกาศ-ออกข่าวเตือนอยู่เสมอ “ทำอะไร ขอ..อย่าเกินเลย”
เมื่อเกินเลย ทั้งเบี้ยวรายงานตัว เมินหมายจับ นำพลบุกโรงพัก จนถึงขั้นคล้องแขนเดินเคลื่อนไหวทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ให้โอกาสชิลล์ แต่ ผสมสกิลระแวงนิดๆ ตบเท้าห้าวราว 2-3 วัน จากนั้นเจอไม่แข็ง จับจริง! ทิ้งผลงานสุดท้าย “แถลงการณ์โต้รัฐบาล” ไว้ให้จดจำ ก่อนถูกควบคุมตัว นำส่งฝากนอนเรือนจำ
ใจยังแข็งสู้ ไม่ขอรับการประกันตัว พร้อมยืนหยัดเจตจำนงค์ “ประชาชนไม่ขึ้นศาลทหาร หรือ ยอมรับอำนาจศาลทหาร” ต้องลุ้นกันดูว่าจะ “สมใจ หรือ ไร้ผล”

หากย้อนรอย 1 ใน “ขบวนการประชาธิปไตยใหม่” ที่ปักหลักดักสู้เสมอ นั่นคือ “กลุ่มดาวดิน” มีที่มาจากนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมกลุ่มทำกิจกรรมกันกว่า 10ปี มีเป้าหมาย ลงพื้นที่เรียนรู้ปัญหาชาวบ้านแถบอีสาน
และ…ชื่อพวกเขากลับ”ติดหู”เมื่อปี 2556 กับภาพคุกเข่าเปียกปอนท่ามกลางสายฝนสละร่างเป็นรั้วขวางตำรวจปะทะชาวบ้าน กรณีการขอประทานบัตรเหมืองทองคำจังหวัดเลย
กระทั่ง เกิดรัฐประหารปี 2557 พวกเขาเดินหน้าต่อต้านรัฐบาลทหารอย่างต่อเนื่อง จนเกิดภาพ”ติดตา” กับความอาจหาญแสดงสัญลักษณ์ “ชู 3 นิ้ว” ใส่เสื้อ “ไม่-เอา-รัฐ-ประ-หาร” ต้อนรับ “บิ๊กตู่” ระหว่างเยือนขอนแก่น
แต่…ครั้งนั้น รัฐบาลเพิ่งนั่งเก้าอี้หมาดๆ จึงใช้มาตรการเบา “จับ-ปรับทัศนคติ-ปล่อยตัว” ขณะมาตรการหนัก กลับตำบลกระสุนตกใส่ตำรวจในพื้นที่ เด้งกันยกใหญ่
จากนั้น เรื่องราวบานปลายขึ้น ขนาดสื่อต่างประเทศ ช่วยประโคมข่าวสร้างชื่อเสีย(ง)ให้ไทย เมื่อครั้ง เหล่า”ดาวดิน”เดินทางมาให้กำลังใจกลุ่มนักศึกษาที่ชุมนุมทำกิจกรรมหน้าหอศิลป์ฯ เป้าหมายเดียวกัน คือ ต้านรัฐประหาร ช่วงกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
เหตุการณ์นั้น จบไม่สวย ด้วยการถูกตำรวจบุกรวบตัวไป33 คน แต่ได้รับการปล่อยตัวทั้งหมด มี 8 คน โดนหมายจับทีหลัง เหตุฝ่าฝืนรายงานตัว
ทั้งหมดนี้ จึงก่อเป็น “เชื้อไฟชนวนใหม่เคลื่อนไหว” ในวันเปลี่ยนแปลงการเปลี่ยนปกครอง และ วันประวัติศาสตร์ทำเนียบฯได้ “ธงชาติ”ใหม่ ขณะที่ฟากรัฐ “ถือฤกษ์” ฉลองมงคล
แต่… ฝั่งนักศึกษา “ถือชัย” ท้าท้าย-วัดใจ กล้า“เชือดไก่ให้ลิงดู”อีกไหม?
จากมาตรการเบา จำถึงขั้นมาตรหนักขึ้น เพราะถือ ให้โอกาสหลายครั้ง “ยังไม่จบ” จึงต้อง “เอาจริง” พร้อม “แฉ” เคลื่อนไหวรุ่นใหม่ ใคร?อยู่เบื้องหลัง และที่สำคัญ รู้ตัวผู้นั้นว่า คือ ใคร?
จนนักศึกษา ควันออกหู ออกแถลงการณ์โต้ ก่อนถูกจับว่า “เบื้องหลัง คือ ประชาชน ผู้เรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตยกลับคืน”
พร้อมลั่นคำเดิมว่า “เหลืองก็บอกว่าเราเป็นแดง แดงก็บอกว่าเราเป็นเหลือง เราไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายการเมืองกลุ่มไหน เราแค่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อคัดค้านการริดรอนสิทธิประชาชน”
ใคร คือ เบื้องหลัง มีจริงหรือไม่? รัฐบาลอาจให้สำคัญ แต่ ประชาชนนั้นกลับมองเรื่อง “น้ำผึ้งหยดเดียว” กำลัง “จุดไฟติด” ก่อเชื้อเพลิงมากขึ้น ในขณะที่ รัฐบาล”ตัดไฟต้นลม”ไม่สำเร็จ
“น้ำผึ้งเพียงหยด” กำลัง “บานปลาย” นั่นคือ สิ่งที่รัฐหวั่น แม้หลายเรื่อง ผลงานได้ใจ ประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะ ทำบ้านเมืองสงบ
แต่…ใต้เงามืด ยังมีหลายเสียง ร้องผ่านเพียงความหวัง“ประชาธิปไตย”กลับคืน
ดั่ง…กิจกรรมเขียนจดหมายน้อย ติดกำแพงประวัติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ให้กำลังใจ และ การรวมมวลชน เรียกร้องปลดปล่อย 14 นักศึกษา พ้นการถูก (จองจำ)!!!
แกล้วนลิน
MThai News