เงิบ! อ.เจษฎาชี้ เด็กผิวดำสุดในโลกแท้จริงคือ..?

ว่อนโลกออนไลน์ ภาพเด็กทารกผิวดำที่สุดในโลก แท้จริงแล้วไม่ใช่ อ.เจษฎาชี้ของปลอม ความจริงคือ..?

จากกรณีกระแสโลกออนไลน์ มีแชร์ภาพส่งต่อเด็กตัวดำที่สุดในโลก ซึ่งอ้างว่าอยู่ในแอฟริกาใต้ ชาวโซเชียลต่างคุ้นตาเพราะมีผู้คนแชร์กันอย่างล้นหลาม แต่หลายคนได้ตั้งข้อสงสัยว่าภาพดังกล่าวเป็นเด็กผิวดำที่สุดในโลกจริงหรือไม่

เด็กทารกผิวดำสุดในโลก แท้จริงแล้ว..

ล่าสุด อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า “The (fake) darkest baby in the world” … ผมว่าภาพเด็กที่ดำที่สุดในโลกนี้ เป็นของปลอม

เปิดข่าวเช้าไทยรัฐทีวีเมื่อกี้เห็นภาพนี้ที่สงสัยกันว่าทำไมเด็กทารกคนนี้ถึงได้ดำสนิทจนน่าจะติดอันดับโลกของเบียร์กินเนส ผมกลับคิดว่าภาพนี้มีพิรุธที่ทำไม “ตาขาว” และ “เหงือก” ของเด็ก ถึงได้ดำไปกับตัวด้วย ดังนั้น ถ้าไม่ได้โดนโฟโต้ช๊อปตัดต่อมา มันก็รูปตุ๊กตาเอามาทำไวรอลแหละครับ

ปล. ได้ข้อมูลเพิ่มว่า น่าจะเป็น reborn doll ตุ๊กตาที่ทำเลียนแบบคน (คนละเรื่องกับการ์ตูนรีบอร์น แห่ะๆๆ) เพราะชุดที่ใส่ โดยเฉพาะรองเท้า นั้นเป็นของตุ๊กตา ไม่ใช่ของเด็กทารกจริงๆใส่กัน

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ Jessada Denduangboripant

MThai News

ทัพเรือเอาจริง ! ตัดน้ำ-ไฟ พระราชวังเดิม

กองทัพเรือสั่งตัดน้ำ-ตัดไฟมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิมแล้ว หลังเตือนจ่ายย้อนหลัง5เดือนกว่า 3 หมื่น จนท.ทำงานกลางความร้อนและมืด คาดปมขัดแย้งเรื่องทุบกำแพง

วันที่ 12 มิ.ย.ความคืบหน้ากรณีกระแสข่าวว่ากองทัพเรือมีหนังสือถึงมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม เพื่อเรียกเก็บค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคหรือค่าน้ำค่าไฟประจำเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2558 จำนวน 34,984 บาท โดยระบุให้ชำระภายในวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้หากไม่ชำระตามกำหนด จะดำเนินการระงับการจ่ายน้ำและไฟ

พระราชวังเดิม

มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม

ล่าสุดวานนี้(11 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำการมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม ซึ่งตั้งอยู่ภายในตำหนักเก๋ง ที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ถูกตัดน้ำและไฟฟ้าแล้ว

โดยเจ้าหน้าที่มูลนิธิรายหนึ่งเปิดเผยว่า ในช่วงเช้าก่อนเวลา 08.30 น. ยังสามารถใช้ไฟฟ้าและน้ำได้ตามปกติ แต่หลังช่วงเวลาดังกล่าวก็ไม่สามารถใช้การได้ เจ้าหน้าที่มีราว 4-5 ราย ยังคงทำงานตามปกติ แต่ต้องนั่งทำงานภายใต้อากาศร้อนและค่อนข้างมืด ไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ ส่วนโทรศัพท์ใช้ได้เพียง 1 สาย จึงมีอุปสรรคด้านการติดต่อประสานงานเป็นอย่างมาก

สำหรับผลกระทบต่อการเข้าชมนั้น เจ้าหน้าที่รายเดิมกล่าวว่า แม้ถูกตัดน้ำ-ไฟ แต่ไม่มีการยกเลิกคณะผู้เยี่ยมชมที่นัดหมายไว้ล่วงหน้า ซึ่งในวันนี้(12 มิ.ย.) จะมีคณะจากโรงเรียนนายร้อย จปร. 75 คน เข้าชม โดยอาจมีปัญหาเรื่องอากาศร้อนและอากาศถ่ายเทไม่สะดวกโดยเฉพาะชั้นล่าง รวมถึงเรื่องแสงสว่างด้วย

ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวได้เปิดเผยว่า ทางมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม ไม่เคยต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟ เนื่องจากได้รับความอนุเคราะห์จากกองทัพเรือมาโดยตลอด กระทั่งเมื่อปลายปี 2557 เกิดประเด็นเรื่องการปรับภูมิทัศน์ภายในพื้นที่กองทัพเรือ มีแผนทุบกำแพงพระราชวังเดิมฝั่งทิศเหนือ ใกล้กองบัญชาการกองทัพเรือ เพื่อเปิดเป็นลานสวนสนาม ทางมูลนิธิจึงได้หนังสือสอบถามไปยังกรมศิลปากร เพื่อสอบถามว่าสามารถทุบกำแพงได้จริงหรือไม่ เพราะพื้นที่ภายในพระราชวังเดิม ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย.2492 ต่อมากรมศิลปากรจึงคัดค้านการทุบกำแพง

และมีคำสั่งให้กรมช่างกองทัพเรือแยกมิเตอร์น้ำ และไฟฟ้าของมูลนิธิ โดยมีหนังสือให้จ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟ รวมถึงมีการเตือนว่า จะย้ายทหารชั้นผู้น้อยที่เคยได้รับอนุมัติให้รับการฝึกหัดเป็นวิทยากรนำชมโบราณสถาน และดูแลความปลอดภัยของโบราณวัตถุในพระราชวังเดิม รวมถึงจะเรียกคืนรถยนต์และพลขับที่ช่วยงานมูลนิธิกลับคืน

นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังอ้างถึงจดหมายชี้แจงหนี้สาธารณูปโภคลงนามโดย พล.ร.อ.ประเจตน์ ศิริเดช ประธานกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม ชี้แจงต่อเลขานุการกองทัพเรือว่า ทางมูลนิธิมีความจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคจากกองทัพเรือ เพราะรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝากของมูลนิธิไม่เพียงพอกับค่าสาธารณูปโภค ซึ่งมูลนิธิเคยชี้แจงตั้งแต่การประชุมสามัญประจำปี 2548 หรือเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และไม่เคยถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเลย ดังนั้น มูลนิธิจึงไม่สามารถชำระค่าใช้จ่ายได้ จนกว่าจะนำเรื่องดังกล่าวผ่านมติที่ประชุมสามัญประจำปี 2558 ก่อน

ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน

MThai News

โวยหนัก! แม่ฉุนคุณครูตบบ้องหูเด็กจนห้อเลือด

โวยลงโซเชียล คุณแม่ฉุนหนักหลังคุณครูลงโทษลูกชายด้วยการบิดหู-ตบบ้องหู จนเป็นแผลห้อเลือด ชี้กระทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ 

กลายเป็นประเด็นดราม่า เมื่อคุณแม่รายหนึ่งโพสต์โวยคุณครู เผยว่าทำโทษลูกชายรุนแรงเกินกว่าเหตุ เด็กอยู่ชั้น ป.3 แค่คุยเล่นกันในแถวกับเพื่อนเท่านั้น แต่กลับโดนทำร้ายทารุณด้วยการดึงหู บิดหู และตบบ้องหู จนเป็นรอยแผลห้อเลือด ซึ่งคุณแม่มองว่าเป็นการใช้ความรุนแรงเกินไป

แม่ฉุนคุณครูตบบ้องหูลูกชายจนห้อเลือด

โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊คชื่อว่า จ๊อย.หวัง มันส์เยอะ ซึ่งเป็นคุณแม่รายดังกล่าว ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า นี่หรือคะที่เรียกว่าคุณครู เด็กทำผิดที่เด็กเราเป็นแม่ เราจะไม่ว่าเลยแต่นี่คือฝีมือของผู้เป็นครูค่ะ ตบบ่องหูเด็กและดึงหูเด็ก แผลบนตัวลูกอาจเล็กน้อยแต่จิตใจคนเป็นแม่นี่สิ เราเป็นแม่ยังไม่เคยทำแบบนี้เลย นี่หรือคุณครู

หลังจากที่ได้เผยแพร่เรื่องราวดังกล่าว มีชาวโซเชียลต่างเข้าแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก แต่กลับเห็นตรงกันข้ามส่วนใหญ่มองว่า อยากให้ฟังอีกด้าน เด็กอาจจะซนมากหรือทำผิดระเบียบจึงต้องถูกลงโทษ ซึ่งเด็กสมัยก่อนถูกลงโทษมากกว่านี้อีก ไม่ควรตามใจลูกเกินไป ขณะที่บางส่วนมองว่าครูทำเกินเหตุ ควรทำโทษด้วยวิธีอื่น

MThai News