แก้น้ำท่วมเหลว! ‘มาร์ค’ น้อมรับเสียงติง ‘ชายหมู’

“อภิสิทธิ์” น้อมรับเสียงติง “สุขุมพันธุ์” แก้น้ำท่วมเหลว หลังถูก “นายก” ตำหนิหนัก ปัดตอบ ส่งชิงสมัยหน้า ขอร่วมแก้ปัญหาให้ดีก่อน

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาตำหนิ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถึงความล้มเหลวการแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ กทม.นั้น

วันที่ 10 มิ.ย. 58 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เราพร้อมน้อมรับเสียงตำหนิในภาวะที่ประชาชนเดือดร้อน และพยายามหาทางปรับปรุงแก้ไข เมื่อประชาชนไม่พอใจการทำงาน ก็พร้อมยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบต่อคะแนนเสียงของพรรค

(Photo credit should read PORNCHAI KITTIWONGSAKUL/AFP/Getty Images)

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นอกจากนี้ ได้มีการหารือพร้อมขอร่วมมืออดีต ส.ก. -ส.ส. กทม.ในแต่ละพื้นที่ ให้ช่วยเป็นหูเป็นตา รายงานให้ผู้ว่าฯ รับทราบ เพื่อป้องกันปัญหาเกิดซ้ำ แต่ยังไม่ขอตอบว่าจะส่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ลงสมัครต่ออีกหรือไม่ เพราะต้องรอดูผลงานก่อน และขณะนี้อยู่ระหว่างร่วมช่วยกันแก้ปัญหา

MThai News

‘วิชา’ เผย มูลใหม่สลายม็อบ 53 เร่งคดีเสร็จเร็ว

‘วิชา’ เผย  ได้ข้อมูลใหม่ จาก ‘สมชาย’ ไม่เคยเผยมาก่อน เชื่อ คดีเสร็จเร็วขึ้น

วันที่ 10 มิ.ย.58 นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) กล่าวถึงการเชิญนายสมชาย แสวงการ ในฐานะอดีตประธานคณะอนุกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามความคืบหน้าคดีของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ทางการเมือง ในกมธ.สิทธิมนุษยชนฯวุฒิสภา เข้าให้ข้อมูลในฐานะพยานกรณีถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และผอ. ศอฉ. สั่งสลายการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 53

3232321111111111

ว่า  ปปช.ได้รับข้อมูลใหม่ ซึ่งไม่เคยเปิดเผยมาก่อน โดยเฉพาะกรณีการเสียชีวิตของ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งถือว่าข้อมูลค่อนข้างละเอียด เพราะนายสมชายได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และ ยังมีผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมปฏิบัติงานด้วยจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมการไต่สวน ยังได้รับข้อมูลในส่วนของการปฏิบัติหน้าที่ของทหารด้วย แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งจากนี้ก็จะรวบรวมเพื่อเสนอต่อที่ประชุมใหญ่พิจารณาอีกครั้ง

ขอบคุณภาพ TNews

MThai News

‘สามารถ’ ตอก ‘ไพศาล’ ปมรถไฟทางคู่ไทย-จีน

สามารถ โพสต์เฟซบุ๊กตอกกลับ ไพศาล เรื่องจีนไม่ร่วมลงทุนรถไฟทางคู่กับไทย ย้ำไม่ได้ปล่อยข่าวมั่ว

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ถึงเรื่องการลงนามความร่วมมือพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่ไทย-จีน ว่ารัฐบาลจีนจะไม่ร่วมลงทุน

หลังจากนั้น นายไพศาล พืชมงคล ได้แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ Paisal Puechmongkol ถึงเรื่องดังกล่าวว่า เป็นข่าวที่โกหก ล่าสุด (10 มิ.ย. 58) นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความตอกกลับ นายไพศาล พืชมงคล โดยมีใจความระบุว่า

ล่าสุด (10 มิ.ย. 58) นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความตอกกลับ นายไพศาล พืชมงคล โดยมีใจความระบุว่า

รถไฟไทย-จีน
ผมไม่ได้ปล่อยข่าวโกหก!

สืบเนื่องจากเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า Paisal Puechmongkol ได้โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2558 ว่า

“ปล่อยข่าวโกหกเพื่ออะไร??
นักวิชาการการเมืองที่อ้างตนว่าเชี่ยวชาญเรื่องรถไฟปล่อยข่าววานนี้ว่าจีนยกเลิกโครงการรถไฟทางคู่กับไทยแล้ว ผมตรวจสอบแล้วไม่จริงครับ โครงการรถไฟทางคู่ไทยจีนยังคงเดินหน้าฉลุยตามแผนที่รัฐบาลแถลงไว้”

นักวิชาการการเมืองที่คุณ Paisal Puechmongkol หมายถึงนั้นก็คือตัวผมนั่นเอง เพราะเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2558 ผมได้โพสต์เรื่อง “ผิดหวัง! จีนไม่ร่วมลงทุนรถไฟไทย-จีน” ผ่านเฟซบุ๊ก
ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ด้วยเหตุนี้ ผมจึงจำเป็นต้องชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้

1. ผมไม่ได้บอกว่า จีนยกเลิกโครงการรถไฟทางคู่กับไทยแล้ว แต่ผมบอกว่าจีนจะไม่ร่วมลงทุนรถไฟไทย-จีน ซึ่งหมายความว่าจีนจะไม่ลงเงินในการก่อสร้างรถไฟความเร็วปานกลางร่วมกับไทย เส้นทางหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-มาบตาพุด และเส้นทางแก่งคอย-กรุงเทพฯ แต่จีนจะให้ไทยกู้เงินบางส่วนเพื่อใช้ในการก่อสร้างรถไฟเส้นทางดังกล่าว พร้อมทั้งจีนจะรับจ้างก่อสร้างงานบางส่วนที่ผู้รับเหมาไทยไม่ถนัด อีกทั้ง จีนจะขายขบวนรถไฟ รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่มีในไทย

2. โครงการดังกล่าวยังคงเดินหน้าตามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding หรือ MOU) และบันทึกความร่วมมือ (Memorandum of Cooperation หรือ MOC) ระหว่างไทย-จีน แต่ผมทราบมาว่าการเจรจาเรื่องรูปแบบการลงทุนนั้นได้ผลสรุปว่า จีนจะไม่ลงเงินร่วมกับไทยเพื่อใช้ในการก่อสร้างรถไฟเส้นทางดังกล่าว ซึ่งไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวังกันไว้ นั่นหมายความว่า ในกรณีที่จีนร่วมลงเงินด้วย หากโครงการขาดทุนก็ขาดทุนด้วยกัน หากโครงการมีกำไรก็มีกำไรด้วยกัน แต่ในกรณีที่จีนไม่ร่วมลงเงินด้วย ไทยก็ต้องลงเงินทั้งหมด 100% ซึ่งจะเป็นภาระหนักของไทยที่ต้องกู้เงินจำนวนมากมาก่อสร้างและต้องแบกรับภาระความเสี่ยงรวมทั้งภาระดอกเบี้ยทั้งหมดเพียงฝ่ายเดียว ทั้งๆ ที่จีนก็จะได้รับประโยชน์จากรถไฟเส้นทางดังกล่าวด้วย

3. ผู้ที่ติดตามเฟซบุ๊กของผม จะเห็นว่าผมสนับสนุนการพัฒนาระบบรางมาโดยตลอด โดยการเสนอแนะแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสม หากเห็นว่ามีสิ่งใดไม่เหมาะสมหรือข้อมูลคลาดเคลื่อน ผมก็ท้วงติงด้วยเหตุผลเพื่อขอให้รัฐบาลพิจารณาปรับแก้ ในทางกลับกัน หากมีสิ่งใดที่รัฐบาลทำดีแล้ว ผมก็ส่งเสียงเชียร์

ผมอยากให้คุณ Paisal Puechmongkol ได้อ่านบทความนี้ของผมอีกครั้งด้วยใจเป็นธรรม แล้วคุณจะเข้าใจครับ

MThai News