อย่าตื่น! ข่าวอุกกาบาตพุ่งชนโลกก.ย.นี้ ไม่จริง

นักวิทยาศาสตร์เตือน อย่าเชื่อทฤษฎีอุกกาบาตพุ่งชนโลกพังพินาศในวันที่ 27-28 ก.ย.นี้ ชี้แค่ข่าวลือ ไม่มีมูลความจริง

วันที่ 8 มิ.ย. เว็บไซต์มิเรอร์ รายงานว่า ทฤษฎีเหตุการณ์ที่เหมือนกับวันสิ้นโลกจะเกิดขึ้นในวันที่ 27-28 ก.ย. หรืออีก 3 เดือนข้างหน้า โดยจะมีอุกกาบาตขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาชนโลก แรงพุ่งชนของมันจะทำให้แผ่นดินสะเทือน เกิดความพินาศเป็นวงกว้างอย่างไม่อาจจินตนาการได้

อุกกาบาตชนโลก

ภาพประกอบเนื้อหา

ทั้งนี้ทฤษฎีดังกล่าวถูกยกมาพูดคุยกันในกลุ่มคนต่างประเทศหลายกลุ่ม และโบสถ์หลายแห่ง แต่ไม่ได้กว้างขวางมากนัก ทั้งนี้ และหลังจากมีการเผยแพร่ทฤษฎีลงในบล็อกและเว็บไซต์ของผู้ที่เชื่อในวันสิ้นโลกหลายแห่ง นักวิทยาศาสตร์ก็ได้ออกมาปฏิเสธว่า นั่นเป็นเพียงทฤษฎีที่ไม่มีเค้าความเป็นจริงแต่อย่างใด จริงๆ แล้วโลกก็มีอุกกาบาตขนาดทั้งเล็กและใหญ่พุ่งชนอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว แต่เกือบทั้งหมดก็อันตรธานไปหมด จากการเผาไหม้ระหว่างเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก

เช่นเดียวกับทางองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NASA ซึ่งได้มีภารกิจติดตามและตรวจสอบวัตถุอวกาศที่มีทิศทางพุ่งตรงมายังโลกได้เปิดเผยว่า ทาง NASA ยังไม่พบอุกกาบาต หรือวัตถุอวกาศขนาดใหญ่ลูกไหนที่มีทิศทางพุ่งเข้ามาหาโลกในช่วงหลายร้อยปีต่อจากนี้

ขอบคุณภาพจาก dek-d.com

MThai News

ประชาคม สธ. นัดฮือค้านย้าย’หมอณรงค์’

สิ้นสุดการรอคอย 90 วัน! ประชาคมสาธารณสุข โพสต์นัดชุมนุมใหญ่ 9 มิ.ย.นี้ ทวงความเป็นธรรม ปมย้าย ‘หมอณรงค์’

วันที่ 8 มิ.ย. 58 กลุ่มประชาคมสาธารณสุข(สธ.)เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊ค “ประชาคมสาธารณสุขเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย” นัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 9 มิ.ย.นี้

ประชาคมสาธารณสุข ค้าน ย้าย'หมอณรงค์'
เพื่อคัดค้านคำสั่งย้ายให้ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของนายกรัฐมนตรี เพื่อปฏิบัติราชการเกี่ยวกับงานด้านการวิจัยและการพัฒนางานด้านการสุขภาพแห่งชาติตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา

โดยข้อความระบุว่า…..

“สิ้นสุดการรอคอย 90 วัน ได้เวลาลุกขึ้นทวงถามความเป็นธรรม กอบกู้ศักดิ์ศรีข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข”

MThai News

พ่อ ‘น้องปราง’ ชี้ไม่เรียนหมอก็ช่วยคนได้

พ่อน้องปราง เด็กเก่งอันดับ1 แอดมิชชั่นปี58 ตอบดราม่าชาวเน็ต ลูกสาวลั่นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ไม่จำเป็นต้องเป็นแพทย์อย่างเดียว อาชีพอื่นก็ทำได้

จากกรณีกระแสในโลกออนไลน์ ที่มีการแชร์ภาพสมุดจดวิชาชีววิทยาของ’น้องปราง’ นางสาวศิรดา ไตรตรึงษ์ทัศนา ผู้สอบแอดมิชชั่นประจำปี2558 ได้อันดับที่1 ของประเทศ ซึ่งน้องเลือกเรียนคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

น้องปราง เด็กเก่ง แอดมิชชั่นอันดับ1 ประจำปี58

หลังจากที่ภาพสมุดจดถูกเผยแพร่ มีชาวโซเชียลเข้าชื่นชมในความสามารถและเทคนิคการจำขั้นเทพ อีกทั้งได้รับคำชมจากรองเลขาฯแพทยสภาด้วย โดยมีกระแสบางส่วนกลับมองว่า เก่งขนาดนี้เสียดายที่เลือกเรียนนิเทศศาสตร์ น่าจะเลือกเรียนมากกว่า เพื่อนำความรู้ไปรักษาคน จนกลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในโลกออนไลน์

พ่อ’น้องปราง’ชี้ไม่เรียนหมอก็ช่วยคนได้

ล่าสุดวันนี้(8 มิ.ย. 58) นายแพทย์สวัสดิ์ ไตรตรึงษ์ทัศนา พ่อของน้องปราง ได้ชี้แจงในเฟซบุ๊คส่วนตัวกรณีดังกล่าว ระบุว่า รู้สึกเสียดายเหมือนกันที่ไม่เลือกเรียนแพทย์ แต่ลูกสาวไม่ชอบ คิดว่าหากลูกได้เรียนในสิ่งที่รักจะมีหรือจนก็คงมีความสุขและความภูมิใจ ซึ่งความสำเร็จจะตามมาเอง

ส่วนสมุดเลกเชอร์วิชาชีววิทยาที่แชร์กันนั้น พอดีว่าช่วงหนึ่งลูกสาวต้องสอบแข่งขัน จนเข้ารอบเกือบสุดท้ายแต่เปลี่ยนใจสละสิทธิ์ เพราะคิดที่จะเข้าเรียนคณะนิเทศศาสตร์ โดยลูกสาวบอกว่าจะสแกนสมุดเชกเชอร์ดังกล่าวแล้วนำไปเผยแพร่ให้น้อง ๆที่สนใจ จะได้นำไปใช้เป็นประโยชน์

“หากเขาเรียนนิเทศฯ เขาสามารถทำสื่อให้ความรู้ ความเข้าใจแก่คนทั่วไป ปรับทัศนคติ หรือค่านิยมไปในทางที่ถูกต้องได้เช่นกัน ลูกสาวยังบอกว่าการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ไม่จำเป็นต้องเป็นแพทย์อย่างเดียว อาชีพอื่นก็ทำได้ เพียงแค่ไม่เลือกสอบเข้าแพทย์ ก็เท่ากับไม่ไปแย่งที่นั่งคนอื่นๆ ที่อยากเรียนแพทย์ หากน้องปรางสอบหมอได้ เขาก็จะไม่เรียนอยู่ดี”

ขอบคุณภาพ dailynews

MThai News