นาทีระทึก! กู้ภัยงมทารกจีนขึ้นจากส้วม

หญิงชาวจีนท้องแก่คลอดลูกกะทันหัน ขณะเข้าห้องน้ำ ทารกแรกเกิดร่วงตกส้วม จนท.กู้ภัยเร่งควานหาในบ่ออุจจาระ รอดชีวิตหวุดหวิด

วันที่ 8 มิ.ย. เว็บไซต์มิร์เรอร์นำเสนอคลิปวิดีโอสุดระทึก หลังแม่ชาวจีนท้องแก่ไปเข้าห้องน้ำที่เป็นส้วมหลุม แต่ดันเกิดคลอดกะทันหัน ลูกทารกหลุดลงบ่ออุจจาระ เจ้าหน้าที่ระดมกำลังช่วยเหลือ โชคดีที่เด็กรอดปาฏิหาริย์

ทารกตกส้วม

กู้ภัยช่วยทารกจีนขึ้นจากบ่ออุจจาระ

คลิปเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นในห้องน้ำสาธารณะแห่งหนึ่งในประเทศจีน เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังช่วยเหลือเด็กทารกที่เพิ่งคลอดขึ้นมาจากบ่ออุจจาระ หลังแม่ที่ท้องแก่ไปใช้บริการห้องน้ำสาธารณะ ซึ่งเป็นส้วมหลุมแบบจีน ซึ่งขณะที่แม่กำลังนั่งยองอยู่บนส้วม ปรากฏว่าเกิดคลอดลูกกะทันหัน ทำให้เด็กตกลงไปในบ่ออุจจาระทันที หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเร่งเข้ามาช่วยเหลือ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายนายให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ จนในที่สุดก็สามารถช่วเหลือนำเด็กทารกขึ้นผ่านช่องว่างของส้วมได้สำเร็จ และโชคดีที่เด็กทารกยังมีชีวิตอยู่ แม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยของเสียก็ตาม จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงพันร่างกายของเด็กด้วยผ้าอ้อม ก่อนนำไปตรวจร่างกายที่รถพยาบาลที่จอดอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ

ขอบคุณภาพจาก ข่าวสด, LiveLeak Channel

MThai News

โพลล์ชี้ ‘กสิกรไทย’ครองใจคนกรุง ประจำปี58

บ้านสมเด็จโพลล์ เผย ธนาคารกสิกรไทย ครองใจผู้ใช้บริการในกรุงเทพมหานครมากที่สุด ชี้ประชาชนส่วนใหญ่มีความมั่นใจเลือกใช้ธุรกรรมออนไลน์

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา จัดทำโครงการสำรวจความคิดเห็นกับเกี่ยวกับธนาคารพาณิชย์ โดยสุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,112 กลุ่มตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 5 – 7 มิถุนายน 2558 เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนในการเลือกใช้บริการด้านต่างๆจากธนาคารพาณิชย์

bankcommerce

สำหรับการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 18.3 เลือกใช้บริการธนาคารกสิกรไทย มาเป็นอันดับแรก รองลงมาคือ ธนาคารกรุงเทพ ร้อยละ 16.9 ส่วนธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา อยู่ในอันดับ 3-5 ตามลำดับ

โดยโพลล์ยังชี้ว่า กลุ่มตัวอย่างเลือก ธนาคารกสิกรไทย เป็นอันดับ1 ด้านความมั่นคงทางการเงิน และความพึงพอใจการให้บริการของธนาคาร แต่ในส่วนของการให้บริการหน้าเคาน์เตอร์ รวดเร็วที่สุด ตกเป็นของ ธนาคารกรุงเทพ

นอกจากนี้การสำรวจกลุ่มตัวตัวอย่างในการใช้บริการทางการเงินแบบออนไลน์ ของธนาคารพาณิชย์ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.6 เคยใช้บริการทางการเงินแบบออนไลน์ และมีความมั่นใจในการใช้บริการทางออนไลน์ของธนาคารพาณิชย์

MThai News

ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก…บ้านสมเด็จโพลล์

‘สืบทอดอำนาจ’ ระวัง(เผือกร้อน)ดั่ง ‘นิรโทษกรรม’

หากไม่นับรวม ความเคลื่อนไหวร้อนๆของ “อดีตนายกทักษิณ” ช่วง 2 สัปดาห์ก่อน นาทีนี้ ไม่มีเรื่องไหน “ฮอต” ไปกว่า “อยู่ต่อเลยได้ไหม” ของรัฐบาลท๊อปบูต นำทัพโดย “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังได้รับคะแนนเชียร์อย่างท่วมท้น ผนึกใจให้อยู่ปฏิรูปต่ออีก 2 ปีก่อนการเลือกตั้ง

ทั้งแรงหนุน จาก สปช. โดยเฉพาะนายไพบูลย์ นิติตะวันอดีตกลุ่ม 40 ส.ว. ที่อยู่ระหว่างโยนหินถามทาง เล็งทำ “ประชามติ” ถามใจคนไทยทั้งประเทศว่า “คิดเหมือนกันหรือเปล่า” ยังประสานพลังกับ “พระการเมือง – พุทธอิสระ”ออกตัวเดินหน้าล่า 5 หมื่นรายชื่อ เร่งกระพือปีกฉีกทุกทางโค้ง ปลงเป็นนัยๆ

ประเทศไทย ไม่มีใคร เหมาะสม เท่า “ลุงตู่” ที่จะกรีธาทัพ ปฏิรูปบ้านเมือง!

ล่าสุด กระแสแรงยิ่งกว่ากระแสพายุฝนเมื่อเช้านี้ เมื่อผลโพลหลายสำนัก โดยเฉพาะ “สวนดุสิตโพล” เผย 75% ประชาชนส่วนใหญ่ เชียร์ให้รัฐบาลนั่งต่อ2ปี เพื่อปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ลดปัญหาขัดแย้งในอนาคต

แต่ ปฏิรูปทั้งที ขอได้ไหม ช่วยปฏิรูปเศรษฐกิจด้วย หลังผลงานตกต่ำ-ไม่เข้าตา มายาวนาน

01-0

ถ้าอยู่ต่อ…มีหรือ?.. “แม่ทัพ” จะไม่เปลี่ยน “ขุนศึก” พลิกหมากเดินเกมแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เอาใจประชาชน! หลังใส่ใจแก้ให้มาหลายเรื่อง ทั้ง กวดขันอาชญากร ทุจริตคอรัปชั่น ปฏิวัติวงการข้าราชการ เข้มค้ามนุษย์ และอื่นๆอีกเพียบ

โดยเฉพาะ “หวย” ที่สามารถ แก้ไขให้ขาย 80 บาทได้จริง แม้ยังพบการฝ่าฝืนอยู่บ้าง แต่ถือว่า”นำร่อง-ลองทาง”มาได้ดี

แต่ทั้งหมด ยังไม่ใช่ “ไพ่ใบใหญ่” ของการรัฐประหาร “หัวใจสำคัญ” อยู่ที่ “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่”ล้วนๆ แม้ก่อนหน้าจะมีการตีกลับปรับแก้ร่างใหม่ เกือบ100ประเด็น “ผ่าน-ไม่ผ่าน” ก็ต่อขยายเวลาให้ “36 อรหันต์ทองคำ” เรียบร้อยแล้ว

ร่างนี้ … จึงต้องสำเร็จ สะเด็ดแม่น้ำ 5 สาย …ไม่งั้น “ปฏิวัติเสียของ” หนีไม่พ้น “ครหา” ทั้งประเทศ

กระนั้น….ดึงเวลาอีกนิด สะกิดใจอีกหน่อย “อยู่ต่อ” เป็นเรื่องใหญ่ “ที่จะสานไพ่ใบสำคัญ” ให้ลุล่วงผ่านพ้นไปได้

เเรงต้านน้อยกว่าแรงหนุน  ประชาธิปัตย์-กปปส. ก็ขอหนุน แต่ไม่ขอเป็นแกนนำใด โดยเฉพาะการล่ารายชื่อ ขอฟังเสียงประชาชนแบบใสๆ ต้องการ “ให้อยู่” มากน้อยเท่าใด

ขณะที่นายสุริยะใส กตะศิลา ไม่รอช้า “โชว์” วิเคราะห์ 5 ข้อ ทำไม “ลุงตู่” ต้องอยู่ต่อ ? ปัจจัยหลักๆ คือเรื่องความไม่ชัดเจนของการปฏิรูป ที่ประชาชนอยากเห็นรูปธรรม และความไม่เชื่อมั่น หากเลือกตั้งแล้ว การเมืองจะกลับสู่แตกแยกเดิมหรือไม่ รวมถึงผลงานเรื่องใหญ่ที่ไม่มีรัฐบาลไหนเข้ามาแก้ไขได้

“ชี้นำ” ต่อข้อสังสัย “อยู่ต่อ” ไม่เกี่ยวว่า “ที่มารัฐบาล” จะเป็นแบบใด “เผด็จการ” หรือ “ประชาธิปไตย” อยู่ที่ มาแล้วได้ใจประชาชนแค่ไหน?

ช่วงนี้ “น้ำกำลังเชี่ยว เรืออย่าขวาง” กระแสกำลังมา ปล่อยไปก่อน ค่อยรอจังหวะตกชาร์ตอันดับ ซึ่งไม่รู้อีกนานเท่าไร เพราะ ไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่เข้าตา “การเมืองฝั่งตรงข้าม” ที่ หมั่นย้ำเตือนเสมอ “อย่าผิดสัญญาที่ให้ไว้กับคนไทย และ ประชาคมโลก”

ปากลั่น “อยู่” แค่ไหน ก็ แค่นั้น อย่าฝืน “สืบทอดอำนาจ” เพราะนานาประเทศต่าง “จับตา” ว่า “รัฐบาลท๊อปบูต” จะคืนอำนาจ และ อธิปไตย กลับประชาชนเมื่อใด

และที่สำคัญ อย่าทำให้ “ระบบอำนาจนิยม” กลืนกิน “สังคมไทย” จนขาดสติ ขาดการตรวจสอบ และขาดรักษากฏหมาย หากการปกครองเกิดความผิดพลาดภายใต้อำนาจเบ็ดเสร็จ

แม้ที่ผ่านมา รัฐบาลจะออกโรงโต้ “บิ๊กตู่” ไม่คิด “อยู่ยาว หรือ สืบทอดอำนาจ” ถึงกระแสหนุน “ให้อยู่” จะมากมายสักเพียงใด รัฐจะเร่งเดินหน้าตามโรดแมป และ ปฏิบัติตามกรอบเวลา และ “จากไป” ตาม “กติกาเดิม”

ดังนั้น รัฐบาลนี้ จะ “อยู่ต่อ” หรือ “จากไป” ไม่สำคัญเท่า “เสียงประชาชน-นานาชาติ” ต้องการอะไร 2 สิ่งนี้ต้องเดินควบคู่กันให้ได้ จะเอียงข้างใดข้างหนึ่ง พลันจะลำบากภายหน้าได้ จึงต้องคิด พิเคราะห์ให้ละเอียด กระเดียดฟังเสียงให้รอบด้าน

หากจะ “สืบทอดอำนาจ” ก็ต้องไม่ “สุดโต่ง” มิเช่นนั้น อาจถูก คัดค้านหนักหน่วง เมื่อครั้ง “กฎหมายนิรโทษกรรม” ก็เป็นได้

แกล้วนลิน

MThai News