เพิ่งผ่านพ้นไปกับการประกาศผลสอบ “แอดมิสชั่นส์” หรือการสอบเข้าศึกษาต่อสถาบันอุดมศึกษา เมื่อเย็นวานนี้ (5 มิ.ย.) น้องๆหลายคน คงสมหวังกับผลคะแนนที่ออกมา บ้างก็ติดในคณะ และมหาวิทยาลัยที่ตนเองได้เลือกไว้ บางส่วนก็ผิดหวังกันไป…
แต่น้องๆ ที่คะแนนไม่ผ่าน ก็ไม่ต้องเสียใจกันมากนัก เพราะทางสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.)
เผยว่า ในปีนี้มีผู้ผ่านการคัดเลือกมีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย 91,813 คน จากจำนวนรับทั้งสิ้น 151,838 คน ดังนั้นจึงยังมีที่นั่งว่างเหลืออีกจำนวนมาก มหาวิทยาลัยอาจจะมีการเปิดรับสมัครอีกครั้ง
ก็ถือได้ว่าเข้าใกล้ช่วงเปิดเทอมในปีนี้แล้ว แต่อีกหนึ่งปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก ในขณะนี้
คือการปรับสภาพแวดล้อมรอบสถานศึกษา ที่เป็นกระแสข่าวในช่วงรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ในการ”จัดระเบียบร้านเหล้ารอบมหาวิทยาลัย”…

หลังเมื่อวันที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมานักกีฬาฟุตบอล ม.รังสิต 4 คน ได้ไปนั่งดื่มกันที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ใกล้มหาวิทยาลัยเพื่อเลี้ยงฉลองปิดครึ่งฤดูกาลแรก แต่ระหว่างขี่รถ จยย. เพื่อกลับที่พัก มีคนร้ายขี่รถจยย.ขับตามมา 3 คัน และได้ชักปืนยิงใส่นายอาทิตย์ จนขับรถต่อไม่ไหว ภายหลังจึงนำตัวนายอาทิตย์ส่งโรงพยาบาล แต่ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา
เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ทางมหาวิทยาลัยรังสิตแถลงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ โดยมีใจความดังนี้
1.ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว นี่คือคดีอุกฉกรรจ์ ไม่ใช่อาชญา กรรรมปกติ มีการขับรถไล่ล่า ทำร้ายถึงแก่ชีวิต ทั้งที่ไม่ได้มีเรื่องทะเลาะวิวาทใดใดต่อกันมา
2.ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์ในหมู่บ้านเมืองเอกทุกคืน ใคร เกินค่ามาตรฐาน ส่งศาล ลงโทษตามกฎหมายที่ปรับใหม่ คือ โทษจำคุก 1 เดือน ไม่รอลงอาญา ปรับ 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3.ขอให้ดำเนินคดีกับเจ้าของหรือผู้บริหารสถานบันเทิงที่เปิดเกินเวลา ฝ่าฝืนกฎหมาย
4.ขอให้เรียกร้องไปยัง คสช. ให้ใช้ ม. 44 ปิดสถานบันเทิงในหมู่บ้านเมืองเอกทั้งหมด หมู่บ้านเมืองเอก แห่งนี้ควรจะเป็นสถาน ที่บ่มเพาะต้นกล้าแห่งปัญญา ไม่ใช่สถานที่แห่งความโง่เขลา และถูกมอมเมา ด้วยอบายมุข พวกเขาควรจะได้อยู่ในสิ่งแวดล้อม ที่ทำให้เขาค้นพบศักยภาพของตนเอง พัฒนาขีด ความสามารถไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคม พวกเขาจะต้องเป็นกำลัง สำคัญของครอบครัว ในวันข้างหน้า และเป็นอนาคตของของประเทศชาติ
โดยในช่วงรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีเครือข่ายเยาวชน เรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบ มหาวิทยาลัยในรัศมี 500 เมตร อาศัยอำนาจตาม มาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อกดดันให้รัฐบาลเข้าจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ล่าสุด ‘บิ๊กตู่’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้กล่าวชี้แจงถึงปัญหาดังกล่าวว่า “ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเฝ้าติดตามและตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้บางอย่างปล่อยปละละเลยมานาน แต่เมื่อบังคับใช้กฎหมาย ก็ทำให้ผู้ประกอบการเดือดร้อนเพราะเขาลงทุนกันมามหาศาล จึงต้องบังคับใช้กฎหมาย ต้องดำเนินการจากเบาไปหาหนัก ควบคู่กับการทำความเข้าใจและให้เวลาเขาในการเปลี่ยนผ่าน โดยเราให้เวลาภายในสัปดาห์หน้าหรือภายในสิ้นเดือนนี้ ขอถามว่าเหมาะสมหรือไม่ที่ร้านเหล้าไปอยู่ข้างโรงเรียน ซึ่งต้องไปดูว่ากฎหมายกำหนดให้ระยะห่างเป็นเท่าไหร่ ถ้าพบว่าร้านเหล้านั้นๆอยู่ในระยะที่เขาไม่ให้ขาย ก็ต้องเลิก”
การเดินหน้าจัดระเบียบร้านเหล้ารอบสถานศึกษาในครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นกระแสสังคม เพืยงแต่ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหายังไม่ตรงจุด และต่อเนื่อง ทำให้ปัญหาดังกล่าวยังคงวนเวียนอยู่ในสังคม วันนี้.. หลายๆฝ่ายคงต้องกลับมาคิดทบทวนแนวทางการแก้ไขปัญหาให้ถูกต้อง และชัดเจนมากขึ้น เพื่อขจัดปัญหานี้ให้หมดไปจากชีวิตของรั้ว “เด็กมหาวิทยาลัย”
MThai News