อุทธาหรณ์!ไฟช็อตดับขณะชาร์จแบตเล่นมือถือ

สลด นักเรียน ปวช. นอนเล่นมือถือ ขณะชาร์จแบต และใส่หูฟังถูกไฟช็อตเสียชีวิตคาที่  ใน จ.นครศรีธรรมราช

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งมีผู้ถูกไฟฟ้าช็อต เสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 20 หมู่ 2 ต.นาโพธิ์ จึงไปตรวจสอบพร้อม แพทย์รพ.ทุ่งสง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสยามรวมใจ

หนุ่มเล่นมือถือไฟดูดดับอนาถ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว ภาพในบ้านพบศพนายชาญยุทธ์ ศรีสงคราม อายุ 16 ปี นอนหงายเสียชีวิตคาชุดนักศึกษาโรงเรียนพาณิชย์การทุ่งสงพลิกศพพบว่าที่หูทั้งสองข้างมีบาดแผลคล้ายรอยไหม้โดยข้างศพพบสายหูฟังโทรศัพท์และเครื่องโทรศัพท์มือถือซึ่งเสียบปลั๊กชาร์จแบตเตอร์รี่คาอยู่ เจ้าหน้าที่จึงนำส่งรพ.ทุ่งสง เพื่อชันสูตรหาสาเหตุที่แน่ชัด

สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ผู้ตายเป็นนักศึกษา ปวช.ปี 1 โรงเรียนพาณิชย์การทุ่งสง ก่อนเกิดเหตุหลังจากเดินทางกลับจากโรงเรียน คาดว่าผู้ตายอาจจะเสียบปลั๊กชาร์จแบตเตอร์รี่ โทรศัพท์ แล้วพูดคุยโทรศัพท์หรือฟังเพลง โดยไม่ทราบว่าปลั๊กชาร์จแบตเตอร์รี่ ชำรุดจึงถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต

MThai News

ขอบคุณ เดลินิวส์

‘วิษณุ’รับ ขยายเวลา กมธ. ยันประชามติเน้น ปมร่างรธน.

“วิษณุ เครืองาม” รับ ขยายเวลากรรมาธิการยกร่างฯ ยืนยัน ประชามติ เน้น ปมร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ตอบข้อเสนอให้นายกฯ อยู่ต่อ 2 ปี 

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย กล่าวถึงข้อเสนอให้มีการทำประชามติเพื่อให้รัฐบาลอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง 2 ปีว่า ส่วนตัวไม่มีความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว ซึ่งในเรื่องการทำประชามตินั้น ทางคณะรัฐมนตรีเน้นในเรื่องการหาคำตอบว่าประชาชนจะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

ขยายเวลากรรมาธิการยกร่างฯ

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย

ส่วนจะมีประเด็นอื่นที่จะสอบถามเพิ่มเติมหรือไม่นั้นก็สามารถเพิ่มเติมได้หากคิดว่าประชาชนไม่เกิดความสับสนและต้องการคำตอบ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีได้คิดไว้หลายประเด็นเช่นกัน

ขณะเดียวกัน นายวิษณุ เปิดเผยว่า จะมีการขยายเวลาการทำงานของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญออกไปอีก เนื่องจากมองว่ามีความจำเป็น แต่มีเงื่อนไขบางอย่างซึ่งไม่ขอเปิดเผย อย่างไรก็ตาม การร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวนั้นมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องและไม่ล่าช้า

กมธ.เผยวิษณุแจงครม.ขอแก้รธน.117 ประเด็นยึดปชช.

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาและโฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยภายหลังการชี้แจงคำขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย ซึ่งเป็นตัวแทนจากคณะรัฐมนตรีว่า มีคำขอแก้ไข 117 ประเด็น และยังมีความคิดเห็นในภาพรวมของคณะรัฐมนตรี แนวทางของนายกรัฐมนตรี 5 แนวทาง อาทิ รัฐธรรมนูญควรสะท้อนหลักคิดและให้ความสำคัญต่อประเทศชาติ และประชาชนเป็นหลัก สอดคล้องกับสถานการณ์ บริบทของสังคมไทย แต่ไม่ขัดแย้งกับหลักสากล ต้องแก้วิกฤตของสังคม ช่วยขับเคลื่อนการแก้ปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ได้โดยรวดเร็ว และรัฐธรรมนูญไม่ควรยืดยาวจนเกินไป

ขณะที่ คณะรัฐมนตรี ตั้งข้อสังเกตว่า บางมาตรายาวฟุ่มเฟือย ยากต่อความเข้าใจ และอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง และอาจเป็นอุปสรรคต่อการบริการราชการแผ่นดิน

วิษณุแจง กมธ. ปรับแก้ร่าง รธน. 100 ประเด็น

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประธานการประชุมรับฟังการชี้แจงคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ซึ่งวันนี้ กลุ่ม 6 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย ตัวแทนจากคณะรัฐมนตรี เดินทางเข้าชี้แจงแล้ว ใช้เวลาชี้แจง 3 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น.

โดยช่วงต้น นายบวรศักดิ์ แจ้งรายงานต่อนายวิษณุว่า 4 วันที่ผ่านมา เชิญผู้แจงมาแล้ว 7 คณะ และกลุ่มนี้เป็นคณะที่ 8 ส่วนคณะที่ 9 ชุด ของ นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง และ นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิกานปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ขอเลื่อนชี้แจงไปเป็นวันที่ 8 มิถุนายน

จากนั้น จะเป็นขั้นตอนการนำคำชี้แจงมาประมวลภาพรวม แบ่งหมวดหมู่ ก่อนนำปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูฐต่อไป ทั้งนี้ ต้องรอความชัดเจนจากคณะรัฐมนตรี หากแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว ในประเด็นการทำประชามติ และขยายเวลาการทำงานออกไปอีก 30 วัน

จัดระเบียบร้านเหล้ารอบมหา’ลัย ได้ผลจริงหรือ?

เพิ่งผ่านพ้นไปกับการประกาศผลสอบ “แอดมิสชั่นส์” หรือการสอบเข้าศึกษาต่อสถาบันอุดมศึกษา เมื่อเย็นวานนี้ (5 มิ.ย.) น้องๆหลายคน คงสมหวังกับผลคะแนนที่ออกมา บ้างก็ติดในคณะ และมหาวิทยาลัยที่ตนเองได้เลือกไว้ บางส่วนก็ผิดหวังกันไป…

แต่น้องๆ ที่คะแนนไม่ผ่าน ก็ไม่ต้องเสียใจกันมากนัก เพราะทางสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.)
เผยว่า ในปีนี้มีผู้ผ่านการคัดเลือกมีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย 91,813 คน จากจำนวนรับทั้งสิ้น 151,838 คน ดังนั้นจึงยังมีที่นั่งว่างเหลืออีกจำนวนมาก มหาวิทยาลัยอาจจะมีการเปิดรับสมัครอีกครั้ง

ก็ถือได้ว่าเข้าใกล้ช่วงเปิดเทอมในปีนี้แล้ว แต่อีกหนึ่งปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก ในขณะนี้
คือการปรับสภาพแวดล้อมรอบสถานศึกษา ที่เป็นกระแสข่าวในช่วงรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ในการ”จัดระเบียบร้านเหล้ารอบมหาวิทยาลัย”…

ร้านเหล้า้างมหาลัย

หลังเมื่อวันที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมานักกีฬาฟุตบอล ม.รังสิต 4 คน ได้ไปนั่งดื่มกันที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ใกล้มหาวิทยาลัยเพื่อเลี้ยงฉลองปิดครึ่งฤดูกาลแรก แต่ระหว่างขี่รถ จยย. เพื่อกลับที่พัก มีคนร้ายขี่รถจยย.ขับตามมา 3 คัน และได้ชักปืนยิงใส่นายอาทิตย์ จนขับรถต่อไม่ไหว ภายหลังจึงนำตัวนายอาทิตย์ส่งโรงพยาบาล แต่ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา

เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ทางมหาวิทยาลัยรังสิตแถลงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ โดยมีใจความดังนี้

1.ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว นี่คือคดีอุกฉกรรจ์ ไม่ใช่อาชญา กรรรมปกติ มีการขับรถไล่ล่า ทำร้ายถึงแก่ชีวิต ทั้งที่ไม่ได้มีเรื่องทะเลาะวิวาทใดใดต่อกันมา

2.ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์ในหมู่บ้านเมืองเอกทุกคืน ใคร เกินค่ามาตรฐาน ส่งศาล ลงโทษตามกฎหมายที่ปรับใหม่ คือ โทษจำคุก 1 เดือน ไม่รอลงอาญา ปรับ 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3.ขอให้ดำเนินคดีกับเจ้าของหรือผู้บริหารสถานบันเทิงที่เปิดเกินเวลา ฝ่าฝืนกฎหมาย

4.ขอให้เรียกร้องไปยัง คสช. ให้ใช้ ม. 44 ปิดสถานบันเทิงในหมู่บ้านเมืองเอกทั้งหมด หมู่บ้านเมืองเอก แห่งนี้ควรจะเป็นสถาน  ที่บ่มเพาะต้นกล้าแห่งปัญญา ไม่ใช่สถานที่แห่งความโง่เขลา และถูกมอมเมา ด้วยอบายมุข พวกเขาควรจะได้อยู่ในสิ่งแวดล้อม    ที่ทำให้เขาค้นพบศักยภาพของตนเอง พัฒนาขีด ความสามารถไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคม พวกเขาจะต้องเป็นกำลัง    สำคัญของครอบครัว ในวันข้างหน้า และเป็นอนาคตของของประเทศชาติ

โดยในช่วงรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีเครือข่ายเยาวชน เรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบ มหาวิทยาลัยในรัศมี 500 เมตร อาศัยอำนาจตาม มาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อกดดันให้รัฐบาลเข้าจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ล่าสุด ‘บิ๊กตู่’ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้กล่าวชี้แจงถึงปัญหาดังกล่าวว่า “ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเฝ้าติดตามและตรวจสอบอย่างใกล้ชิด  ทั้งนี้บางอย่างปล่อยปละละเลยมานาน แต่เมื่อบังคับใช้กฎหมาย ก็ทำให้ผู้ประกอบการเดือดร้อนเพราะเขาลงทุนกันมามหาศาล จึงต้องบังคับใช้กฎหมาย ต้องดำเนินการจากเบาไปหาหนัก ควบคู่กับการทำความเข้าใจและให้เวลาเขาในการเปลี่ยนผ่าน โดยเราให้เวลาภายในสัปดาห์หน้าหรือภายในสิ้นเดือนนี้ ขอถามว่าเหมาะสมหรือไม่ที่ร้านเหล้าไปอยู่ข้างโรงเรียน ซึ่งต้องไปดูว่ากฎหมายกำหนดให้ระยะห่างเป็นเท่าไหร่ ถ้าพบว่าร้านเหล้านั้นๆอยู่ในระยะที่เขาไม่ให้ขาย ก็ต้องเลิก” 

การเดินหน้าจัดระเบียบร้านเหล้ารอบสถานศึกษาในครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นกระแสสังคม เพืยงแต่ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหายังไม่ตรงจุด และต่อเนื่อง ทำให้ปัญหาดังกล่าวยังคงวนเวียนอยู่ในสังคม วันนี้.. หลายๆฝ่ายคงต้องกลับมาคิดทบทวนแนวทางการแก้ไขปัญหาให้ถูกต้อง และชัดเจนมากขึ้น เพื่อขจัดปัญหานี้ให้หมดไปจากชีวิตของรั้ว “เด็กมหาวิทยาลัย”

MThai News