ตำรวจปทุมธานีรวบโจ๋ 1 ใน 3 ผู้ต้องหาร่วมแก๊งยิงนักศึกษาม.รังสิต สารภาพเป็คนชี้เป้ายิง หลังเขม่นกับกลุ่มผู้ตายในสถานบันเทิง ตำรวจเร่งล่าอีก 2
ความคืบหน้าเหตุคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ประกบยิงนายอาทิตย์ สายสล้าง นักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิตเสียชีวิต และใช้อาวุธมีดแทงนายสุวิน ประทุมเมศร์ เพื่อนผู้เสียชีวิตได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา เหตุเกิดบริเวณถนนเอกทักษิณ ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี

ผู้ต้องหาร่วมแก๊งยิงนักศึกษาม.รังสิต
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 มิ.ย. พล.ต.ต.ศานิตย์ มหถาวร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ร่วมแถลงจับกุมนายวีระ ศรีผ่องหรือเต๋า อายุ 22 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ หลังจากชุดสืบร่วมกันสืบสวนหาตัวคนร้ายจนทราบตัวผู้ร่วมก่อเหตุทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายราเชนทร์ นิทรัพย์หรือฟู อายุ 19 ปีเป็นคนที่ใช้อาวุธมีดแทงนายสุวิน นายพูนศักดิ์ เสาร์แก้ว หรือลุค อายุ 21 ปี เป็นคนใช้อาวุธปืนยิงนายอาทิตย์ และนายวีระ ศรีผ่อง หรือเต๋า เป็นผู้ชี้เป้า
ทั้งนี้ หลังจากพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน จนกระทั่งล่าสุดเมื่อเวลา 21.00 น.วานนี้ (5 มิ.ย.) ตำรวจได้เข้าจับกุมนายวีระ ศรีผ่อง ซึ่งเป็นผู้ชี้เป้ายิงนายอาทิตย์ พร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ของกลาง ยี่ห้อ ฮอนด้า scoopy i หมายเลขทะเบียน อฉฬ-924 กทม. ที่บ้านพักย่านสายไหม เขตดอนเมือง กทม. ส่วนรายราเชนทร์ และนายพูนศักดิ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนี
จากการสอบสวนนายวีระ ให้การรับสารภาพว่าตนและกลุ่มเพื่อนไปเที่ยวกันในสถานบันเทิง ชื่อร้านเดอะบ๊อกซ์ ก่อนเกิดเหตุ เกิดเขม่นกับกลุ่มผู้ตาย เนื่องจากเข้าใจผิดคิดว่ากลุ่มผู้ตายเป็นกลุ่มที่จีบผู้หญิงคนเดียวกันในสถานบันเทิง เมื่อเห็นกลุ่มผู้ตายกลับ จึงได้ออกกันมาจากร้านและขับรถตาม ซึ่งตนเองเป็นคนชี้เป้าให้ยิง หลังก่อเหตุตนและเพื่อนต่างแยกย้ายกันหลบหนี
พล.ต.ต.ศานิตย์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งดูดาย ชุดสืบสวนได้ประสานงานกันติดตามตัวผู้ก่อเหตุจนกระทั่งทราบตัวคนร้ายจากภาพกล้องวงจรปิด และติดตามจับกุมได้ 1 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอีก 2 คนยังคงหลบหนี ทั้งนี้ขอให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนที่ยังหลบหนีเข้ามอบตัว และอยากให้ผู้ปกครองของผู้ต้องหาทั้ง 2 พาผู้ต้องหาเข้ามอบตัว โทษหนักจะได้เป็นเบา พร้อมกับกำชับเรื่องการดื่มสุราทำให้ขาดสติทำสิ่งใดไม่ยั้งคิด และการเปิดปิดของสถานบังเทิงในเวลากลางคืนเจ้าหน้าที่ต้องเข้มงวดให้มากขึ้น

ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี
ขอบคุณภาพจาก ข่าวสด
MThai News