กาแฟปลุกเซ็กส์ทำพิษ! หนุ่มใหญ่ช็อกดับคาม่านรูด

หนุ่มใหญ่ 57 หิ้วคู่ขาเข้าม่านรูด กินกาแฟปลุกเซ็กส์เกินขนาด ร่างกายรับไม่ไหวช็อกดับ สาวคู่ขานำส่งรพ.ก่อนหลบหนี

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. พนักงานสอบสวน สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รพ.สิชลว่า มีผู้ป่วยจากการโด๊ปยาบำรุงกำลังเกินขนาด ถูกส่งเข้ารักษาตัว และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ช็อกดับ

หนุ่มใหญ่ 57 กินกาแฟปลุกเซ็กส์ช็อกดับ

ภายในห้องผู้ป่วฉุกเฉินพบนายพงษ์ (นามสมมุติ) อายุ 57 ปี สภาพน้ำลายฟูมปาก ใบหน้าเขียวคล้ำ ตรวจสอบไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้ายแต่อย่างใด สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายเป็นหนุ่มโสดไม่มีครอบครัว ก่อนเกิดเหตุผู้ตายพาเพื่อนสาวคนสนิท อายุประมาณ 35 ปี ไปเปิดโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง ใกล้ตลาดแม่กิ้มซ้อง หมู่ 4 ต.เสาเภา อ.สิชล โดยผู้ตายดื่มเบียร์ และกาแฟซึ่งมีส่วนผสมของยาปลุกเซ็กส์เพิ่มสมรรถภาพทางเพศเข้าไป หลังจากนั้นเกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก น้ำลายฟูมปากขึ้นมาอย่างกะทันหัน ก่อนจะช็อกเพื่อนสาวจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบขวดเบียร์ที่กินหมดแล้ว และกาแฟปลุกเซ็กอีก 1 ซองวางอยู่บนโต๊ะ เบื้องต้นคาดว่าการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากผู้ตายโด๊ปยาปลุกเซ็กส์เข้าไปเกินขนาด ทำให้ร่างกายรับไม่ไหวเกิดอาการช็อกเสียชีวิต ทั้งนี้จะได้เรียกเพื่อนสาวผู้ตาย ซึ่งหายตัวไปหลังเกิดเหตุ มาสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ส่วนศพผู้เสียชีวิตได้มอบให้ญาติรับไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ขอบคุณภาพจาก เดลินิวส์

MThai News

ตา-ยายโร่ร้องควายถูกรถชน แต่โดนประกันฟ้องร้อง

โลกออนไลน์โพสต์ทุกข์ของตายาย ควายถูกรถชนตาย ประกันจ่อฟ้อง 2 แสนบาทแต่มีเงินแค่ 3 พัน องค์กรทำดียื่นมือช่วย

เกิดกระแสในโลกออนไลน์ เกี่ยวกับคดีรถชนควาย ในจังหวัดยโสธร เมื่อผู้ใช้งานเฟสบุ๊คชื่อว่า ทนายจรูญศักดิ์ ศึกขยาด โพสต์ภาพพร้อมข้อความ ระบุว่า รถชนควายตาย บริษัทประกันรถมาฟ้องเจ้าของควายเรียกค่าเสียหาย200,000 เจ้าของควายเป็นชาวนา อาศัยอยู่กับภรรยาบนบ้านเก่าๆ คุณตาหูไม่ดีต้องใช้เครื่องช่วยฟัง แกมีลูก3คน แต่ลูกทั้ง3ได้แยกย้ายออกจากบ้านไปหลายปีแล้ว

จากนั้น ไม่เคยติดต่อหรือกลับมาหาเลยแม้แต่ครั้งเดียว วันนี้ศาลนัดไกล่เกลี่ยตายายเตรียมเงินมา 3,000 เพื่อเอามาจ่ายให้โจทก์ โดยหวังว่าโจทก์จะเห็นใจ แต่ความจริงนั้นน่าเศร้า(ตายายผู้หน้าสงสารทั้ง2ตามรูปเจ้าของควาย) ที่ศาลจังหวัดยโสธร

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้ชาวโซเชียลต่างแสดงความเห็นใจเป็นจำนวนมาก ทั้งยังอยากให้ทนายฝั่งตายายสู้คดีให้ถึงที่สุด ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นกรณีศึกษา ทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งบริษัทประกันและประชาชนที่ปล่อยสัตว์เลี้ยงเดินบนถนน

ขณะที่ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี แห่งองค์กรทำดี ได้โพสต์ถึงกรณีดังกล่าวว่า Update! พี่หนุ่ม #มือปราบแห่งองค์กรทำดี ประสานทนายจรูญศักดิ์ ได้แล้วเช้านี้! บ.ประกันภัย ได้ทำการฟ้องร้องตายาย 200,000 บาท! ส่วนควายของตายายเป็นควายพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องจากตายายยากจนมาก! วันนี้จะนัดไกล่เกลี่ยอีกครั้ง

โดย ทีมทนายของทนายจรูญศักดิ์ จะช่วยอย่างเต็มที่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ! กฎหมายมีช่องโหว่ โดยที่เราได้แต่หวังว่า ช่องโหว่นั้นจะมีความเมตตา ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวและหัวหมอนะคะ วันนี้ #องค์กรทำดี ขอดูผลของการไกล่เกลี่ยอีกครั้ง แล้วจะสอบถามตายายว่า อยากให้ช่วยเหลืออย่างไรต่อไปค่ะ!

ล่าสุด วันนี้(5 มิ.ย. 58) เวลา 11.00 น. บุ๋ม ปนัดดาและองค์กรทำดี ได้ขอเจรจากับบริษัทประกันภัยแล้ว ทางบริษัทชี้แจงว่าตอนฟ้องร้องไม่ทราบว่าคู่กรณีเป็นใครและเจ้าหน้าที่ได้ทำการฟ้องร้องตามหน้าที่ ทั้งนี้บริษัทจะถอนฟ้องโดยไม่เรียกร้องเงินใดๆทั้งสิ้น

MThai News

‘บิ๊กตู่’ พร้อมอยู่ต่อ หากหลายฝ่ายเห็นพ้อง

‘ประยุทธ์ แจง พร้อมอยู่ต่อ ถ้าประชาชนต้องการ ย้ำ ไม่ได้ต้องการอยู่ในอำนาจ เผย แก้ค้ามนุษย์ ไม่เกรงใจใครทั้งสิ้น เพื่อแก้จากต้นตอ

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคสช. กล่าวถึงข้อเสนอ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติบางส่วนที่เสนอให้ทำประชามติ ให้นายกรัฐมนตรีอยู่ต่ออีก 2 ปีเพื่อดำเนินการปฏิรูปประเทศให้แล้วเสร็จก่อนการเลือกตั้ง ว่า ต้องถามประชาชน 60 ล้านคนก่อน

545454

เพราะสปช.เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ต้องถามว่าประชาชนให้อยู่ต่อหรือไม่ และ ต้องไปถาม กกต. ด้วยว่า สามารถทำประชามติในประเด็นนี้ได้หรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญ ชั่วคราวไม่ได้ระบุไว้ แต่ถ้าประชาชนต้องการก็จะไม่ขัดข้อง

ทั้งนี้ ยังกล่าวว่า เวลาที่เหลืออยู่ต่อจะทำงานให้ดีที่สุด แต่บางอย่างต้องใช้เวลา ซึ่งตนไม่คิดผูกขาด อำนาจ และได้มีการเขียนแผนการบริหารประเทศไว้แล้ว และ รอรัฐบาลใหม่มาสานต่อแล้ว และตนไม่ได้เครียดกับกระเเสข่าว จะอยู่ต่อหรือไม่ แต่เครียดเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญมากกว่า ซึ่งถ้าไม่ผ่านก็คงต้องไปตามครรลองและเริ่มต้นใหม่

อย่างไรก็ตามยัง กล่าวถึงกรณีการ ขจัดการค้ามนุษย์ และสิ่งผิดกฏหมายว่าได้แสดงเจตนารมณ์ ในการขจัดปัญหาดังกล่าว และพร้อมรับปัญหา โดยไม่เกรงใจใครทั้งสิ้น ซึ่งต้องช่วยกันตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่โยนปัญหา ขณะนี้ได้มีการสั่งเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร ทุกหน่วยงาน ดำเนินการดูแลซึ่งหวังว่าการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ จะดีขึ้นตามลำดับ

ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ค Wassana Nanuam

MThai News