ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป สำหรับปัญหา ท้องก่อนแต่งในยุคนี้ ที่พบได้เกลื่อนในสังคม บางคนอาจจะมองเป็นเรื่องผิดหลักประเพณี แต่ด้วยสังคมแห่งความเป็นจริง ต้องยอมรับว่า ภาวะการท้องไม่พร้อม เกิดขึ้นกับคู่รักเป็นจำนวนมาก
ทั้งที่เปิดเผย และไม่ได้เปิดเผย แม้กระทั่งดาราคนดังเองก็มีให้เห็นจนชิน เมื่อไม่สามารถหาทางแก้ปัญหาได้ ปัญหาใหญ่ที่จะตามมาคือ การทำแท้ง การฆ่าลูกน้อย และการทอดทิ้งเด็ก

ภาพประกอบเนื้อหา
ไม่รู้ว่าจะต้องตกใจ หรือ ดีใจ หากพ่อแม่ผู้ปกครองได้ยินข่าว ลูกสาวกำลัง “ท้องก่อนแต่ง” อาจดีใจที่กำลังจะมีหลาน แต่อีกใจต้องรีบจัดการกับพิธีแต่งงาน เลี่ยงขี้ปากชาวบ้าน หวั่นเป็นข่าวอับอาย
จนต้องทำให้เป็นไปตามประเพณี แถมยังต้องมาลุ้นว่า ฝ่ายชายผู้ให้กำเนิด จะปริปากแสดงความรับผิดชอบอย่างไร นั่นเพราะใช่ว่าชายทุกคน จะยืดอก แสดงความเป็นพ่อกันโดยทันที เพราะบางทีก็ไม่มีอะไรพิสูจน์ยืนยันได้ เมื่อยังไม่มีอะไรผูกพันธ์
เมื่อเรื่องแดงขึ้นมา ผู้หญิง คือผู้ที่ถูกจับจ้อง มองเป็นตัวปัญหา กลายเป็นภาระที่ต้องแบกรับ ขณะที่ฝ่ายชายก็ต้องถูกบังคับไปโดยปริยายว่า สิ่งที่ทำลงไปต้องมีส่วนรับผิดชอบ

ภาพประกอบเนื้อหา
สำหรับหญิงบางราย จากความรักที่ดูจะสวยงาม กลายเป็นความรักที่ขมขื่น หญิงรายหนึ่งโพสต์ข้อความ ” “เมื่อดิฉันโง่ โดนหลอกฟันไม่พอ เป็นมือที่สามอีก !” ในเว็บไซต์พันทิป เล่าเรื่องราว ฝ่ายชายย้ำว่าโสด
เธอจึงคบหากับเขา คบไปเรื่อย ๆ ก็มีเรื่องเซ็กส์เข้ามาเกี่ยวข้อง สุดท้ายโดนหลอก จับได้ว่า ตนเองกลายเป็นมือที่สาม เคราะห์ดีที่ยังไม่พลาดท่า ปล่อยให้ตัวเองท้อง มิเช่นนั้น ลูกที่เกิดมาจะกลายเป็น ลูกเมียน้อย ทันที
อุทาหรณ์สอนใจหญิงสาว บอกให้รู้ว่า การเลือกคบชายใด จะต้องคบหาดูใจกันยาวๆ มีหลายเรื่องราวที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ กับกรณีที่ฝ่ายชายแสดงธาตุแท้ออกมา หลังจากที่รู้ข่าวร้าย ฝ่ายหญิงตั้งท้อง กลับบอกปัด พยายามหนีปัญหา ไม่เหมือนเวลาที่คบหากันตั้งแต่แรกเริ่ม

ภาพประกอบเนื้อหา
เมื่อพลาดไปแล้วจะทำอย่างไร ? สิ่งเดียวที่ต้องทำคือตั้งสติ ระลึกเสมอว่าชีวิตที่เกิดมา จะต้องลืมตาดูโลก ทั้งสองฝ่ายต้องช่วยกันคิด ช่วยกันวางแผนว่าจะทำอย่างไรต่อไป สิ่งแรกที่ควรทำก็คือ การไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล ตรวจอายุครรภ์ ระบายความในใจกับคนสนิท หรือเพื่อนที่ไว้วางใจ
และสิ่งที่สำคัญคือ ต้องหาวิธีว่า จะทำอย่างไรจึงจะบอกเรื่องราวให้ครอบครัวได้รับทราบ เชื่อว่าพ่อแม่ย่อมให้อภัย และดีใจที่กำลังจะได้อุ้มหลาน เพราะเรื่องนี้ไม่ว่าอย่างไร พ่อแม่ก็ต้องรู้ ไม่ช้าก็เร็ว ก่อนจะจัดการเรื่องราวที่จะตามมา จัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุด หรือ พากันไปจดทะเบียนสมรส ขอขมาผู้หลักผู้ใหญ่ ให้ปัญหาคลี่คลาย

ภาพประกอบเนื้อหา
ปัญหาใหญ่ หากฝ่ายชายไม่รับเป็นพ่อเด็ก ผู้หญิงสามารถบังคับฟ้องร้องฝ่ายชาย ได้ หรือ ไม่ ?
ในทางกฎหมายแล้ว ฝ่ายหญิงมีสิทธิฟ้องเรียกให้ฝ่ายชายรับผิด โดยฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตร ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1555,1556 ได้ โดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
อย่างไรก็ตาม การฟ้องร้อง ศาลก็จะพิจารณาเป็นกรณีไป ฝ่ายหญิงอาจจะต้องยื่นฟ้องขอให้ฝ่ายชายตรวจพิสูจน์ DNA แล้วเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล หรือหากฝ่ายชายยินยอมตรวจพิสูจน์ DNA โดยไม่ต้องยื่นฟ้อง สามารถแจ้งความประสงค์ขอตรวจ DNA ณ สถานพยาบาลที่ให้บริการได้
ทางออกในการฟ้องร้อง ก็จะต้องใช้ก้อนเงินจำนวนหนึ่ง เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบจากฝ่ายชาย ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจะต้องชั่งใจดูว่า คุ้มหรือไม่ หากลูกที่เกิดมาจะต้องมีพ่อที่ขาดเยื่อใย หรือสุดท้ายแล้วอาจจะต้องเว้นว่าง “ชื่อบิดา” เอาไว้ หากฝ่ายหญิงเข้มแข็งพอ ที่จะเลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียว
มาตรา 1555 ระบุว่า ในคดีฟ้องขอให้รับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของชาย เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(1) เมื่อมีการข่มขืนกระทำชำเรา ฉุดคร่า หรือหน่วงเหนี่ยวกักขังหญิงมารดา โดยมิชอบด้วยกฎหมายในระยะเวลา ซึ่งหญิงนั้นอาจตั้งครรภ์ได้
(2) เมื่อมีการลักพาหญิงมารดาไปในทางชู้สาว หรือมีการล่อลวงร่วมประเวณีกับหญิงมารดาในระยะเวลาซึ่งหญิงนั้นอาจตั้งครรภ์ได้
(3) เมื่อมีเอกสารของบิดาแสดงว่าเด็กนั้นเป็นบุตรของตน
(4) เมื่อปรากฏในทะเบียนคนเกิดว่า เด็กเป็นบุตร โดยมีหลักฐานว่าบิดาเป็นผู้แจ้งการเกิดหรือรู้เห็นยินยอมในการแจ้งนั้น
(5) เมื่อบิดามารดาได้อยู่กินด้วยกันอย่างเปิดเผยในระยะเวลา ซึ่งหญิงมารดาอาจตั้งครรภ์ได้
(6) เมื่อได้มีการร่วมประเวณีกับหญิงมารดาในระยะเวลา ซึ่งหญิงนั้นอาจตั้งครรภ์ได้ และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเด็กนั้นมิได้เป็นบุตรของชายอื่น
(7) เมื่อมีพฤติการณ์ที่รู้กันทั่วไปตลอดมาว่าเป็นบุตร ให้พิจารณาข้อเท็จจริงที่แสดงความเกี่ยวข้องฉันบิดากับบุตร ซึ่งปรากฏในระหว่างตัวเด็กกับครอบครัวที่เด็กอ้างว่า ตนสังกัดอยู่เช่น บิดาให้การศึกษา ให้ความอุปการะเลี้ยงดูหรือยอมให้เด็กนั้นใช้ชื่อสกุลของตนหรือโดยเหตุประการอื่น

ภาพประกอบเนื้อหา
ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังกล่าวข้างต้น ถ้าปรากฏว่าชายไม่อาจเป็นบิดาของเด็กนั้นได้ ให้ยกฟ้อง
มาตรา 1556 การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรในระหว่างที่เด็กเป็นผู้เยาว์ ถ้าเด็กมีอายุยังไม่ครบสิบห้าปีบริบูรณ์ ผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กเป็นผู้ฟ้องแทน
ในกรณีที่เด็กไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรม หรือมีแต่ผู้แทนโดยชอบธรรมไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ญาติสนิทของเด็ก หรือ อัยการอาจร้องขอต่อศาล ให้ตั้งผู้แทนเฉพาะคดีเพื่อทำ หน้าที่ฟ้องคดีแทนเด็กก็ได้
เมื่อเด็กมีอายุสิบห้าปีบริบูรณ์เด็กต้องฟ้องเอง ทั้งนี้โดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม
ในกรณีที่เด็กบรรลุนิติภาวะแล้ว จะต้องฟ้องคดีภายในหนึ่งปีนับแต่วันบรรลุนิติภาวะ
ในกรณีที่เด็กตายในระหว่างที่เด็กนั้นยังมีสิทธิฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรอยู่ ผู้สืบสันดานของเด็กจะฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรก็ได้ ถ้าผู้สืบสันดานของเด็กได้รู้เหตุที่อาจขอให้รับเด็กเป็นบุตรมาก่อนวันที่เด็กนั้นตาย
ผู้สืบสันดานของเด็กจะต้องฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่เด็กนั้นตาย ถ้าผู้สืบสันดานของเด็กได้รู้เหตุที่อาจขอให้รับเด็กเป็นบุตรภายหลังที่เด็กนั้นตาย ผู้สืบสันดานของเด็กจะต้องฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่รู้เหตุดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ต้องไม่พ้นสิบปีนับแต่วันที่เด็กนั้นตาย
การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรในระหว่างที่ผู้สืบสันดานของเด็กเป็นผู้เยาว์ ให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ส่วนในใบแจ้งเกิดนั้น สามารถเว้นว่างช่องบิดาผู้ให้กำเนิดได้ เพราะหากกรอกข้อมูลที่เป็นเท็จ ย่อมมีความผิดอาญา ฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ จดข้อความอันเป็นเท็จลงในสูติบัตรอันเป็นเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน ตาม ป.อ. มาตรา 267
MThai News



