บุกตรวจผับดังทองหล่อ พบไร้ใบอนุญาต-ฉี่ม่วง

ตำรวจนครบาลนำกำลัง 100 นาย บุกตรวจผับดังย่านทองหล่อหลังถูกร้องเรียนเปิดเกินเวลา ตรวจพบไม่มีใบอนุญาต-นักท่องเที่ยวและพนักงานร้านปัสสาวะม่วง 5 ราย แจ้งดำเนินคดี

เมื่อเวลา 02.15 น.วันที่ 4 มิ.ย. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นำกำลังตำรวจปปส.รวม 100 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นภายในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 อาคารลิเบอร์ตี้ ซอยทองหล่อ ถนนสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา หลังได้รับร้องเรียนว่าสถานบันเทิงดังกล่าว เปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดมาประมาณ 1 เดือน

ตรวจผับย่านทองหล่อ

ตรวจผับดังซ.ทองหล่อ พบนักท่องเที่ยว-พนักงานฉี่ม่วง5ราย

เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติประมาณ 100 คน นั่งดื่มกินและเต้นอยู่ภายในร้านอย่างสนุกสนาน จึงสั่งให้ปิดเพลงและเปิดไฟ ก่อนทำการขอดูใบอนุญาตเปิดสถานบริการ ตรวจบัตรประชาชนและตรวจปัสสาวะนักเที่ยวและพนักงานของร้านทุกราย

จากการตรวจสอบ สถานบันเทิงดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตเปิดสถานบริการ จึงคุมตัวนายสมบัติ หลานวงษ์ อายุ 45 ปี และนายบำรุง ปลื้มจิตต์ อายุ 49 ปี ผู้จัดการร้านส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ดำเนินคดีในข้อหาเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต

นอกจากนี้ จากการตรวจค้นพบนักเที่ยวและพนักงานของร้านมีปัสสาวะสีม่วงจำนวน 5 ราย แบ่งเป็นนักเที่ยวจำนวน 3 ราย คือนายปรานต์ จิระนคร อายุ 21 ปี น.ส.ธรณ์ธันย์ วงศ์ทรายทอง อายุ 22 ปี และน.ส.ณัฐกนก สิทธิรัตน์ อายุ 20 ปี และพนักงานของร้านอีก 2 ราย คือนายณัฐกิตติ์ ถมปัด อายุ 34 ปี และนายโกวิท นามวงค์ อายุ 33 ปี จึงควบคุมตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติด

พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า นักเที่ยวและพนักงานของร้านที่พบปัสสาวะสีม่วงนั้น จากการสอบปากคำเบื้องต้นรับว่าเสพยามาเท่านั้น นอกจากนี้ ยังได้ให้เจ้าหน้าที่ยึดเหล้าและบุหรี่ไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากเห็นว่าติดอากรไม่เรียบร้อย ส่วนเรื่องจะดำเนินการอย่างไรกับ 5 เสือ สน.ทองหล่อ นั้น ต้องพิจารณาตามระเบียบต่อไป ซึ่งทางท้องที่คงต้องรับผิดชอบ

ขณะในเวลาเดียวกันเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าว ได้แบ่งกำลังกันเข้าปิดล้อมตรวจค้นสถานบันเทิงเซฟเฮ้าส์ ถนนเอกมัย แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา เบื้องต้นพบนักเที่ยวในร้านประมาณ 50 คน ซึ่งจากการตรวจปัสสาวะไม่พบสีม่วงแต่อย่างใด แต่ทางร้านไม่มีใบอนุญาตเปิดสถานบริการ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตเช่นเดียวกัน

ขอบคุณภาพจาก ข่าวสด

MThai News

แพทย์ ชี้ ให้นมแม่มั่ว เด็กเสี่ยงอันตราย!

โลกออนไลน์ส่งต่อเรื่องราวพยาบาลสาวใจดีอาสาให้นมทารก หลังแม่แท้จริงไม่สามารถให้นมบุตรได้ ส่งผลให้แพทย์โพสต์เตือนเสี่ยงอันตรายต่อเด็ก

จากกรณีในโลกออนไลน์ พยาบาลสาว ร.พ.บัวใหญ่ นครราชสีมา อาสาให้นมทารกวัย 4 เดือน เนื่องจากครอบครัวของเด็กเกิดอุบัติเหตุแม่ที่แท้จริงไม่สามารถให้นมบุตรได้ โดยการให้นมได้รับการยินยอมจากแม่ของเด็ก เมื่อมีการส่งต่อเรื่องราวดังกล่าวชาวโซเชียลต่างชื่นชมกันอย่างล้นหลาม ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์แย้งว่าเป็นเรื่องไม่สมควร เพราะมีความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสบางชนิดได้

แม่,ลูก,เด็ก,ให้นมเด็ก,นมแม่,ทารก

ล่าสุด ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัว ถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า อ่าน social media แล้วตกใจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าไม่ควรบริจาคนมแม่ในเวชปฏิบัติ ถ้าทารกไปดูดนมแม่อื่นที่ไม่ใช่แม่ของตน

ทั้งนี้ ทางตะวันตกจะถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ให้ดูแลทารกนั้นเหมือนบุคลากรทางการแพทย์ ที่ถูกเข็มตำทีเดียว เพราะในนมแม่ที่ไม่ใช่แม่ทารกเอง ไม่ทราบว่ามีเชื้อโรคอะไรบ้าง เช่น เชื้อเอชไอวี (HIV) ไวรัสบี ไวรัสซี ฯลฯ ถึงแม้ว่านมแม่จะดีที่สุด ก็ดีที่สุดสำหรับลูกตัวเอง ไม่ควรบริจาคให้ใครเด็ดขาด ถ้าจะมีการให้นมแม่ ก็จะมีธนาคารนม การจัดจำหน่ายต้องมีขบวนการฆ่าเชื้อที่ถูกวิธี โดยคุณค่านมไม่เสีย จะเป็นการลงทุนที่สูงมาก

นอกจากนี้ สังคมต้องแยกให้ออก การเป็นข่าวใหญ่ในเรื่องการบริจาคนมแม่ ต้องแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการให้ การเอ็นดู การดูแลเด็กทารก เห็นอกเห็นใจ เป็นเรื่องดี ทุกคนควรสรรเสริญ เยินยอ จะให้เหรียญให้รางวัลก็ไม่ว่ากัน ส่วนอีกประเด็นเป็นเรื่องความรู้ ความเข้าใจ การบริจาคนม ให้ทารกอื่นที่ไม่ใช่แม่ของตน โดยไม่มีการตรวจกรอง หรือฆ่าเชื้อ เหมือนกับการรับเลือด

โดยไม่ได้ตรวจกรอง ผู้บริจาคเลือดทุกคน มีร่างกายแข็งแรงและหวังดี เป็นผู้ให้ ควรได้รับการสรรเสริญ แต่เลือดที่บริจาคมาแล้ว ถ้าเจอเชื้อโรคเช่น ไวรัสตับอักเสบ บี (มีมากถึง 4 เปอร์เซ็น) และเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี (0.5-1 เปอร์เซ็น) หรือเชื้อ HIV ก็จำเป็นต้องทิ้งไป จะไปให้ไม่ได้ เช่นเดียวกันกับการบริจาคนม ต้องให้ความรู้ความเข้าใจกับทุกคน ให้มีความรู้ที่ถูกต้อง ต้องมีธนาคารกลาง แบบธนาคารเลือด มาดูแล

ซึ่ง ผู้เขียนไม่มีเจตนาที่จะกล่าวว่าใคร ต้องการให้ความรู้ แต่มีผู้กล่าวหาเข้ามาด้วยวาจาที่ไม่สุภาพจำนวนมาก ทำงานทางการศึกษา วิจัย ด้านไวรัสมา มากกว่า 20 ปี ทราบดีว่า ประชากรไทยมีผู้เป็นพาหะไวรัส บี มากถึง 2 ล้านคน ไวรัส ซี ประมาณ 8 แสนคน HIV น่าจะมากกว่า 6 แสนคน ยังไม่รวมไวรัสอื่น ๆ อีกมากมาย แม้กระทั่งไวรัส บี เรามีวัคซีนป้องกัน สามารถลดลงมาได้มากในวัยเด็กและวัยรุ่น

การติดเชื้อไวรัส บีและซี ในสตรีตั้งครรภ์ จะตรวจกรองเฉพาะไวรัส บี ไม่ได้มีการตรวจกรองไวรัส ซี แน่นอน ส่วนใหญ่ของไวรัส บี และ ซี ไม่มีอาการ ตรวจสุขภาพไม่ทราบ ต้องตรวจเลือดเท่านั้น จะมีอาการ เมื่อเป็นมากแล้วคือตับแข็ง มะเร็งตับ ใช้เวลาหลาย 10 ปี ถึงแม้ว่าจะตรวจไม่พบไวรัส บี และ ซี ก็ยังมีอีกจำนวนหนึ่งที่มีเชื้อ แบบซ่อนเร้น (occult infection) ศูนย์บริการโลหิต

จึงต้องนำวิธีการตรวจแบบละเอียด เป็นการตรวจหา DNA, RNA ที่เรียกว่า NAT (Neucleic acid test) จึงมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพื่อให้ผู้ได้รับโลหิต ปลอดภัยจริง ๆ ไวรัสที่อยู่ในน้ำคัดหลั่ง เช่นน้ำนม ไม่ได้ตรวจอีกหลายชนิด การบอกว่าสุขภาพร่างกายแข็งแรง ตรวจสุขภาพทุก 6 เดือน ไม่ได้เป็นตัวบอกว่า จะไม่ไวรัสซ่อนเร้น การตรวจไวรัสซ่อนเร้น แบบโลหิต ไม่ได้ทำการตรวจในคนปกติ

ดังนั้น จึงได้พยายามให้ความรู้ ให้คิดเป็น อ่านเป็น ไม่ใช่ความเห็นส่วนตัว จึงได้มีการเผยแพร่ความรู้ ทั้งเดินสายไปสอน แม้กระทั่งนักเรียนมัธยมต่างจังหวัดจำนวนมาก ให้ได้คิดเป็น อ่านเป็น ไม่ใช่แค่เพียงแต่อ่านได้ ไม่ใช้ประสบการณ์ส่วนตัวอย่างที่เห็นทุกวันนี้ เพื่อการศึกษาไทยจะได้มีอันดับที่ดีขึ้นในอาเชียน สังคมอุดมปัญญา จะใช้ความคิด ความรู้ ไม่ใช้อารมณ์

ขอบคุณข้อมูล Yong Poovorawan

MThai News

ส่งจนท.ชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่สุ่มตรวจแผงค้าสลาก

ชุดเฉพาะกิจ เตรียมลงพื้นที่สุ่มตรวจแผงค้าสลากขายเกินราคา 80 บาท วันนี้วันแรก พบมีโทษหนัก

วันนี้ (4 มิ.ย. 58) ชุดเฉพาะกิจกองกำลังรักษาความสงบ เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลผู้ค้าสลากตามพื้นที่ต่าง ๆ เป็นวันแรก โดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ประสานขอความร่วมมือกับ พล.ท. กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย

ทั้งนี้ยังจัดชุดเฉพาะกิจอีก 10 ชุด ประกอบด้วยทหารและตำรวจดูแลในกรณีที่ได้รับการร้องเรียนว่า มีการขายสลากเกินราคา ซึ่งมีโทษจำคุก 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท

หวย

สำหรับแนวทางควบคุมราคาสลาก 3 ระยะ นั้น ได้แก่

ระยะแรก คือ การจัดระเบียบและบังคับใช้กฎหมาย

ระยะที่ 2 ปรับแผนและกำหนดทิศทางจำหน่าย

ระยะที่ 3 การแก้ไขแบบยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ระยะแรกหากเจ้าหน้าที่พบผู้ค้าไม่ให้ความร่วมมือจะดำเนินการปรับทันที และจะตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อหาเจ้าของโควต้ามาดำเนินการยกเลิกสัญญา

MThai News