รู้ยัง โปรแกรมเมอร์ คนแรกของโลก คือใคร?

รู้หรือไม่ ? โปรแกรมเมอร์คนแรกของโลกเป็นผู้หญิง นามว่า ‘เอดา เลิฟเลซ’ ผู้ฉีกกฏของการเป็นสตรีตระกูลสูงศักดิ์ของอังกฤษในอดีตกาล

น้อยคนนักที่จะทราบว่า ประวัติศาสตร์ของวิทยาการทางด้านคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับต้นกำเนิดผู้สร้างโปรแกรมคนแรกของโลก แท้จริงแล้ว ผู้ที่มีความสำคัญในด้านดังกล่าว คือสตรีผู้เลอโฉมที่ไม่เพียงแต่เปลี่ยนแปลงขนบ จารีต จากการเป็นสตรีสูงศักดิ์ในสังคมเมืองผู้ดีทั่วๆไปในอดีต เธอมีนามว่า ‘เอดา ไบรอน เลิฟเลซ’ โปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก ผู้ถือกำเนิดที่กรุงลอนดอน อังกฤษ เมื่อ ค.ศ. 1815 ผู้เป็นจุดเริ่มต้นของศาสตร์ทางด้านคอมพิวเตอร์ ในฐานะผู้ก่อตั้งการคำนวณและวิทยาศาสตร์ในยุคแรกๆ

getty

จุดเปลี่ยนแปลงแรกที่ทำให้โลกต้องจารึกเธอเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ เริ่มขึ้นหลังจากที่เธอเกิดได้เพียงไม่นาน บิดามารดาของเธอเป็นอันต้องแยกทางจากกัน โดยเอดา เติบโตมาภายใต้การเลี้ยงดูของมารดา เธอตัดสินใจเลี้ยงดูเธอให้เป็นผู้หญิงสมัยใหม่ พร้อมให้เธอศึกษาทางด้านคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ต่างไปจากกุลสตรีในตระกูลใหญ่ๆ ของอังกฤษทั่วไป ส่วนพ่อของเธอเสียชีวิตที่กรีซขณะที่เธอมีวัยได้เพียง 8 ขวบเท่านั้น

จุดเปลี่ยนแปลงที่สองเกิดขึ้นเมื่อปี 1833 เอดาร์ ในวัย 17 ปี เธอจับพลัดจับผลู ได้รู้จักกับ Mrs. Somerville แห่งเคมบริดจ์ ผู้หญิงแห่งยุค ที่มีความสามารถอันเปี่ยมล้น หลังจากที่ทั้งคู่สนิทสนมกัน เอดาก็ได้รู้จักกับ ชาลส์ แบบบิจ นักประดิษฐ์เครื่องยนต์ ในงานสังสรรค์แห่งหนึ่ง ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ จากกรณีที่ ‘ชาลส์ แบบบิจ’ ได้ตั้งคำถามว่า

‘จะเป็นอย่างไร ถ้าหากเครื่องคำนวณไม่เพียงสามารถหยั่งรู้ได้ หากแต่สามารถตอบสนองต่อการหยั่งรู้นั้นได้ด้วย’

ด้วยวิสัยทัศน์ที่ทันสมัย ผนวกกับความสามารถทางด้านคณิตศาสตร์ และ ภาษา เธอเริ่มจากการตั้งคำถามว่า เครื่องยนต์น่าจะสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เคยเป็น เพียงแค่คิดจะพัฒนาอะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะนอกจากเอดาแล้ว ไม่มีใครสนใจตอบคำถามของปัญหาดังกล่าวเลย เธอสนใจในแนวคิดดังกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมทั้งอาสาที่จะช่วยพัฒนาแนวคิดดังกล่าวให้เป็นจริง โดยเริ่มจากการสร้างภาษาสำหรับเครื่องวิเคราะห์เป็นอันดับแรก

โปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก,เอดา ไบรอน เลิฟเลซ,อังกฤษ,คอมพิวเตอร์

เธอเป็นสตรีที่ชาญฉลาด ในการใช้ความสามารถทางภาษา ถ่ายโอนความรู้โดยการแปลบทวิเคราะห์ทางด้านวิศวกรรม จากภาษาฝรั่งเศส เป็นความคิดริเริ่ม ในการรวบรวมข้อมูลไปสู่การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มนุษย์ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ส่วนทางด้านชีวิตส่วนตัว เอดาได้แต่งงานกับ ‘วิลเลียม คิง’ ท่านเอิร์ลแห่ง เลิฟเลซ และมีบุตรด้วยกันสามคน ซึ่งเอดาและสามี ต่างมีส่วนส่งเสริมซึ่งกันและกัน เธอและสามีมักจะสังสรรค์แลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกับ นักคิด นักเขียน และนักวิทยาศาสตร์อยู่เสมอ แต่ชีวิตของเธอ มิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เนื่องจากครั้งหนึ่งในชีวิต เธอเคยประสบกับโรคร้าย จนกระทั่งต้องพึ่งสารเสพติดเพื่อเยียวยารักษาตัว จนกระทั่งมีอาการป่วยทางจิตในเวลาต่อมา

แต่กระนั้น ทั้งเอดาและแบบบิจ ยังคงติดต่อกันทางจดหมาย เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องเครื่องวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์อย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งจดหมายเหล่านี้ กลายเป็นสิ่งล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ในยุคปัจจุบัน ที่เต็มไปด้วยข้อมูลที่น่าสนใจมากมาย

อย่างไรก็ตาม แผนการทำงานที่แบบบิจ สหายที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ได้เขียนขึ้นมา ถูกยกย่องให้เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ชิ้นแรกของโลก พร้อมกันนี้ เอดาจึงได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘โปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก’

แต่น่าเสียดายที่ เอดา ป่วยเป็นโรคมะเร็งมดลูก และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 พ.ย.1852 ในวัยเพียง 37 ปี อีกร้อยกว่าปีต่อมา ผลงานวิทยาการของเอดา ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง แม้ว่าชีวิตของเธอจะดับสูญไปแล้ว เมื่อปี ค.ศ. 1979 กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ สร้างภาษาคอมพิวเตอร์มาตรฐาน ISO ตัวแรกขึ้นมา พร้อมตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ เลดี้ เอดา ว่า ภาษา “ADA”

MThai News

ที่มา  computerhistory

‘รัฐบาล-คสช.อยู่ได้ เพราะความไว้วางใจประชาชน’

“รัฐบาลและ คสช. อยู่ได้เพราะความไว้วางใจประชาชน ครม.ไปดูคนรอบตัว เพื่อให้ทรงสถานะ อย่างให้สังคมขาดความเชื่อมั่นได้”

9-0

คำปรารภ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ที่กำชับ เหล่า ครม.ตรวจสอบคนรอบข้าง อย่าทำอะไร ที่เป็นช่องทางให้สังคมเกิดความไม่มั่นใจหรือขาดความเชื่อมั่น เพราะรัรัฐบาลอยู่ได้บนพื้นฐานของความไว้วางใจจากประชาชน

ด้วยผลงานจากการบริหารงานที่มีความโปร่งใส สุจริต ยุติธรรม เสมอภาค และมีการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเต็มขีดความสามารถ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.

MThai News

หวั่นถูกวิสามัญ! มอบตัวอีก3แก๊งขโมยปืนตชด.

รวบแล้วครบแก๊ง! ผู้ต้องหาขโมยอาวุธปืนกองร้อยตชด.427 ทุ่งสง เข้ามอบตัวเพิ่มอีก 3 หวั่นถูกตร.วิสามัญ ลูกชายจนท.ตชด.หัวโจกนำ สารภาพขายต่อชาวบ้าน อ้างเหตุคึกคะนอง

วันที่ 3 มิ.ย. พล.ต.ต.เกียรติพงษ์ ขาวสำอางค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมกับ พ.ต.อ.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผกก.สภ.ทุ่งสง และพ.ต.อ.นิคม พลประสิทธิ์ ผกก.ตชด.42 ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดีโจรกรรมอาวุธปืนสงครามกองร้อย ตชด.427 อ.ทุ่งสง โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 5 คน เป็นเยาวชนอายุ 16 ปี จำนวน 2 คน และ1ใน2ผู้ต้องหานี้ เป็นลูกชายของเจ้าหน้าที่ ตชด.427 ที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้

แก๊งขโมยปืนตชด.427

ผู้ต้องหาขโมยปืนตชด.427

ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 คนที่จับกุมได้ล่าสุด ประกอบด้วย นายอมรศักดิ์ รัตนบุรี อายุ 40 ปี ,นายธวัชชัย กลีบแก้ว อายุ 19 ปี และนายอาคม มาพบ อายุ 33 ปี พร้อมกับได้ยึดอาวุธปืนสงครามที่ถูกโจรกรรมไปนำกลับมาได้ครบทั้งหมดจำนวน 10 กระบอก

ด้าน พล.ต.ต.เกียรติพงศ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณีที่มีคนร้ายขโมยอาวุธปืน 10 กระบอก จากคลังอาวุธภายในกองร้อย 427 หลังเกิดเหตุทางตำรวจ สภ.ทุ่งสง จึงร่วมกับ ตชด. สืบสวนจับกุม 2 วัยรุ่นที่ร่วมกับพวกขโมยปืนได้ที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช พร้อมยึดอาวุธปืนของกลางคืนมาได้ 2 กระบอก หลังจากนั้นได้ขยายผลติดตามได้อาวุธปืนคืนมาจนครบ 10 กระบอก

จากนั้นผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ที่จับกุมได้ในวันนี้จึงพากันเข้ามอบตัวกับ ผกก.สภ.ทุ่งสง เนื่องจากเกรงว่าจะถูกเจ้าหน้าที่ใช้มาตรการเด็ดขาดถึงขั้นวิสามัญ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับพวกที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้ลักอาวุธปืนจากในค่ายไปขายให้กับชาวบ้านที่รับซื้อในราคากระบอกละ 5,000-8,000 บาท โดยการขโมยก็จะขโมยครั้งละ 2-3 กระบอก

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายจับผู้รับซื้ออาวุธจากผู้ต้องหาด้วย ซึ่งในแนวทางสอบสวนนั้นสรุปว่ามาจากเรื่องของความคึกคะนองของลูกชายตชด.ที่เป็นหัวโจกในการก่อเหตุ ไม่ได้มาจากความขัดแย้งหรือต้องการให้ ผบ.กองร้อยถูกย้ายออกจากตำแหน่งแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากนี้ จะต้องมีการเข้มงวดกวดขันเรื่องของการป้องกันคลังแสงต่างๆในพื้นที่ด้วย

ขอบคุณภาพจาก TNN24

MThai News