ฟ้อง สุทธิชัย- บอร์ดเนชั่น ไร้ธรรมมาภิบาล

ศิริธัช โรจนพฤกษ์ ส่งทนาย ฟ้องคดีแพ่ง สุทธิชัย แซ่หยุ่น และกรรมการ NMG 10 คน ข้อหาขัดขวางร่วมประชุมผู้ถือหุ้น เมื่อ 29 เม.ย.2558

สุทธิชัย หยุ่น

นายศิริธัช โรจนพฤกษ์ ผู้ถือหุ้น บมจ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป(NMG) ยื่นฟ้องคดีแพ่งนายสุทธิชัย แซ่หยุ่น และกรรมการทั้งหมดของ NMG จำนวน 10 คน ห้ามและขัดขวางไม่ให้ตัวแทนของนายศิริธัชเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 เม.ย.58 เพื่อใช้สิทธิในการร่วมประชุมเพื่อออกเสียงในที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น และใช้สิทธิในการแต่งตั้งกรรมการหรือถอดถอนกรรมการบริษัท ใช้สิทธิที่จะเข้าร่วมในการตัดสินใจ และทราบถึงผลการตัดสินใจของบริษัทที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในปัจจัยพื้นฐานของบริษัท ซึ่งกระทำไปโดยไม่มีกฎหมายสนับสนุนให้ทำเช่นนั้นเป็นการกระทำต่อโจทย์โดยผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ ผู้รับมอบฉันทะของนายศิริธัชได้ไปลงทะเบียน กลับมีลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยทั้ง 10 คนไม่รับการลงทะเบียน โดยอ้างว่าจำเลยทั้ง 10 คนมีคำสั่งห้ามไม่ให้ผู้รับมอบฉันทะจากนายศิริธัชเข้าร่วมประชุม และห้ามผู้ถือหุ้นรายอื่นๆเข้าร่วมประชุมซึ่งมีสิทธิเข้าร่วมประชุมและออกลงมติตามกฎหมาย แต่กลับให้ยินยอมให้ผู้ถือหุ้นรายอื่นๆซึ่งแสดงตนเป็นชมรมคนรักเนชั่นหรือแสดงตนเป็นพวกพ้องของจำเลยทั้งทั้ง 10 คนให้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นได้

นายศิริธัช ระบุว่า จำเลยที่ 2-10 ในฐานะกรรมการและผู้บริหารบริษัท ควรปฏิบัติหน้าที่อย่างมีมาตรฐานทางจริยธรรมโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกรายโดยเท่าเทียมกัน แต่กลับไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และทำการโดยสุจริต เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ฝ่ายเดียว อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามหลักธรรมมาภิบาลและหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

นายศิริธัช จึงฟ้องให้จำเลยทั้ง 10 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 1.ค่าเสียหายที่ถูกตัดสิทธิไม่ให้เข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้น 2.ค่าเสียหายที่ทำให้หลักทรัพย์ของนายศิริธัช มีมูลค่าตกต่ำลง เนื่องจากผู้บริหารไม่มีธรรมาภิบาล ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และปฏิบัติหน้าที่โดยขัดต่อกฎหมายและข้อบังคับ เป็นเหตุให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศขาดความเชื่อมั่นที่จะลงทุนหรือถือหุ้น NMG และ 3.ค่าเสียโอกาส รวมเป็นจำนวนเงินทั้งหมด 51,900,800 บาท พร้อมกันนี้ศาลได้รับคำฟ้อง และศาลได้นัดจำเลยทั้งหมด ในวันที่ 10 ส.ค.58 เวลา 13.30 น.

MThai News

แจ้งจับหนุ่มโพสต์ ตร.นอกเครื่องแบบล็อคล้อ

แจ้งจับ หนุ่มโพสต์ข้อความบิดเบือน เหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่งชุดนอกราชการปลดล็อคล้อ

วันนี้ (3มิ.ย.) กลายเป็นที่ถกเถียงกันอย่างหนักบนโลกออนไลน์ กรณีที่ชายคนหนึ่งได้โพสต์ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.สำราญราษฎร์ ไปล็อคล้อรถที่จอดผิดกฎหมาย

ซึ่งทางเจ้าของรถเกิดความไม่พอใจ จึงได้มีการถ่ายภาพเจ้าหน้าที่ไว้ แล้วนำมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า การล็อคล้อรถที่ทำผิด ในขณะที่เจ้าหน้าที่ไม่สวมเครื่องแบบ สามารถทำได้หรือไม่

14333176881433317700l

โดยผู้โพสต์ระบุว่า

“ผมเป็นประชาชนที่เสียภาษีอย่างถูกต้องถ้าผมผิด ผมรับผิดและยอมจ่ายค่าปรับ แต่วิธีของพวกคุณ ไม่ใช่ตำรวจที่ดีอย่างที่ควรจะเป็น สภาพการแต่งตัวคำพูดคำจามันไม่ใช่ กับการที่จะยอมรับได้ คุณอ้างว่า ที่คุณใส่ชุดแบบนี้เพราะคุณออกเวร

แต่ทำไมคุณถึงมีสิทธิ์มาเขียนใบสั่ง พร้อมทั้งล็อคล้อรถผม ประเทศไทยทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย แต่ถ้าผู้รักษากฏหมาย ทำพฤติกรรมแบบนี้ สังคมจะอยู่อย่างไรลูกชายผมยืนร้องให้ เค้าเสียใจที่รถเค้าถูกล็อคล้อแบบไม่สมควร เค้าบอกว่า ตำรวจไร้เหตุผลเด็ก 9 ขวบ ยังรู้จักแยกแยะว่า อะไรผิด อะไรถูก พวกคุณควรสำนึกไว้ด้วย”

ล่าสุดทาง พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกตร. ได้ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า ในวันเกิดเหตุผู้โพสต์ ได้จอดรถในที่บริเวณหน้าป้ายห้ามจอด  เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรรายดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ และแต่งกายถูกต้องตามระเบียบ จึงเข้ามาตรวจสอบ พร้อมติดใบสั่งและใบเตือนล็อคล้อไว้ แล้วไปปฏิบัติหน้าที่ต่อ

ต่อมาเจ้าของรถได้นำใบสั่งไปดำเนินการเสียค่าปรับ ซึ่งขณะนั้นเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนล็อคล้อได้ออกจากเวรไปแล้ว และกำลังพักผ่อนอยู่ จึงทำให้แต่งกายไม่เรียบร้อย แต่เพื่ออำนวยความสะดวกจึงได้มาปลดล็อคล้อให้ด้วยตนเอง

แต่ทางเจ้าหน้าที่กลับถูกเจ้าของรถ โพสต์ภาพและข้อความที่บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง ทำให้ตำรวจจราจรรายดังกล่าวได้รับความเสียหาย และทำให้ภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเสื่อมเสียไปด้วย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่โพสต์ข้อความและภาพดังกล่าวแล้ว

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด

‘เพื่อไทย’สงสัย ปมถอดยศ‘ทักษิณ’

‘อนุสรณ์’ สงสัย ปม ถอดยศ ‘ทักษิณ’ เหตุ ‘ชัยยะ’ เป็นน้อง ‘สนธิ’ จะมีความเป็นกลางได้อย่างไร 

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ ผบ.ตร. ได้แต่งตั้งพล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันกุล ที่ปรึกษา (สบ 10) เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า

อนุสร

ความจริงคณะกรรมการชุดก่อนหน้านี้ได้มีความเห็นไปก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่สามารถถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ แต่ชุดของ พล.ต.อ.ชัยยะ กลับพิจารณามีมติเป็นเอกฉันท์ว่าสามารถทำได้  ทั้งที่หลักการที่ควรจะเป็นคือไม่ควรตั้งคนที่มีอคติ หรือบุคคลที่มีทัศนคติที่เป็นลบมาดำเนินการ รวมถึงกระแสข่าว พล.ต.อ.ชัยยะ เป็นน้องชายแท้ๆของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ซึ่งถือเป็นคู่ขัดแย้งหลักการ มาดำเนินการ สังคมจะวางใจในความเป็นกลางของคณะกรรมการชุดนี้ได้อย่างไร

MThai News